spot_img

‘เทพไท’แนะ‘อนุทิน’ฟ้อง‘ยิ่งชีพ’ปมฮั้วสว. ใช้ขั้นตอนศาลให้รู้ไปเลยว่ามีมูลจริงไหม

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“เทพไท” สะกิด “อนุทิน” รำคาญ-สมเพชข้อมูลฮั้ว สว. ก็อย่ารอช้า แนะจับมือ 9 คนโดนพาดพิงยื่นฟ้อง “ยิ่งชีพ iLaw” ต่อศาลอาญากรุงเทพฯ โดยตรง ชี้ใช้สิทธิ์เรียกสำนวนสอบสวน DSI มาพิสูจน์กันชัดๆ ก่อน กกต. สรุปสิ้นเดือน ส.ค. นี้

เมื่อวันที่ 28 ก.ค.69 นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมืองอิสระ และอดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความในหัวข้อ “อนุทินและภูมิใจไทย รีบฟ้องยิ่งชีพ” มีรายละเอียดว่า…“ช่วงนี้มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองของพรรคร่วมฝ่ายค้านผนึกกำลังกับกลุ่มไอลอร์ จัดเวทีนำพยานในคดีฮั้ว สว.มาเปิดโปงข้อมูล นับว่าเป็นการจัดเวทีครั้งที่ 2 และเชื่อว่าจะมีพยานในคดีฮั้ว สว.ทยอยกันมาเปิดเผยข้อมูล อาจจะมีภาค 3 ภาค 4 หรือภาคต่อ ๆ ไป ก็มีความเป็นไปได้ แต่ข้อมูลทั้งหมดที่ได้เปิดเผยออกมา มีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการฮั้ว สว. และมีการพาดพิงไปถึงบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทย อย่างน้อย 9 คน ซึ่งมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรวมอยู่ด้วย จนทำให้นักข่าวได้นำข้อมูลความเคลื่อนไหวของพรรคร่วมฝ่ายค้าน และกลุ่มไอลอร์ไปสอบถามกับนายอนุทิน ซึ่งได้ตั้งคำถามไปเกี่ยวกับการปรากฏตัวของนายอนุทินกับ สว. ที่โรงแรมพลูแมน จนนายอนุทินได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวในลักษณะพูดถึงภาพรวมว่า ไปเป็นประจำ แต่ไม่ได้ตอบคำถามพรรคร่วมฝ่ายค้านหรือกลุ่มไอลอร์ว่า ได้ปรากฏตัวร่วมประชุม สว.หรือไม่

เมื่อถูกนักข่าวถามว่า รู้สึกอย่างไรกับข้อกล่าวหาเหล่านี้ นายอนุทินก็ตอบว่า “รำคาญ และสมเพช” ซึ่งเรื่องนี้ถ้าหากว่า นายอนุทินเห็นว่า การที่พรรคร่วมฝ่ายค้านและกลุ่มไอลอร์ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของนายอนุทิน และพาดพิงไปยังตัวนายอนุทินและพรรคภูมิใจไทยให้ได้รับความเสียหาย ก็เป็นสิทธิ์ของนายอนุทินและพรรคภูมิใจไทยที่จะฟ้องดำเนินคดีกับผู้ที่กล่าวหาได้

อยากให้พรรคภูมิใจไทยและสมาชิกที่ได้รับความเสียหาย ใช้สิทธิ์ตามกฎหมายฟ้องดำเนินคดี แต่อยากให้มีการฟ้องในลักษณะพิสูจน์ข้อเท็จจริง ไม่ใช่ปิดปากทางการเมือง หรือกลั่นแกล้งทางการเมือง โดยทยอยการไปฟ้องในพื้นที่ต่างจังหวัด แต่ถ้าหากว่าจะพิสูจน์ข้อมูลกัน ก็ควรจะรวบรวมสมาชิกทั้งหมดฟ้องดำเนินคดีที่ศาลอาญากรุงเทพ เพื่อจะได้พิสูจน์กัน และควรจะตั้งทนายความเพื่อฟ้องต่อศาลด้วยตัวเอง ไม่ควรใช้วิธีการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งจะเสียเวลา เพราะขั้นตอนไปอีกยาวนานพอสมควร

ถ้าหากมีการฟ้องดำเนินคดีโดยเร็ว ก็สามารถพิสูจน์ความจริงได้เร็วตามมาด้วย โดยเฉพาะจำเลยที่ถูกฟ้อง จะใช้สิทธิ์ขอหมายเรียกจากศาล ให้เรียกสำนวนการสอบสวนของดีเอสไอ หรือสำนวนการพิจารณาสอบสวนคดีฮั้ว สว.ของอนุกรรมการ ชุดที่ 26 ที่มีมติว่า คดีฮั้ว สว.ดังกล่าว มีมูลที่จะสั่งฟ้องได้ จำนวน 229 คน และจะได้พิสูจน์ว่าบุคคลที่นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ จากกลุ่มไอลอร์ กล่าวพาดพิง 9 คนนั้น อยู่ในสำนวนการสอบสวนของ DSI หรือไม่ หรือมีบุคคลใดเกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว.ครั้งนี้หรือไม่

ซึ่งจะได้พิสูจน์ความเป็นความจริง และจะได้นำข้อมูลพยานหลักฐานทั้งหมดมาตีแผ่ต่อสาธารณชน เพื่อจะได้รับรู้ว่าคดีฮั้ว สว.เป็นจริงหรือไม่ หรือมีความเป็นมาเป็นไปอย่างไร อย่างน้อยก็เป็นการตรวจตรวจสอบคู่ขนานกันไปกับการทำหน้าที่ของคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จะมีข้อสรุปในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ ว่าจะสั่งฟ้องคดีฮั้ว สว.ต่อศาลฎีกาแผนกเลือกตั้งหรือไม่”

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img