นายกฯ มอบรางวัลกำนัน ผู้ใหญ่บ้านยอดเยี่ยม ปี 69 ย้ำผู้นำชุมชนต้องรู้ปัญหา แก้ปัญหาตั้งแต่ต้นเหตุ เป็นกำลังหลักบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ดูแลประชาชน ย้ำไม่มีเหตุผลใดที่ประชาชนจำเป็นต้องพกอาวุธปืนติดตัว และปืนถือเป็นเครื่องมือสร้างความรุนแรงที่สังคมไทยไม่อาจยอมรับได้
เมื่อวันที่ 7 ส.ค.69 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลกำนัน ผู้ใหญ่บ้านยอดเยี่ยม ประจำปี 2569 จำนวน 264 คน ซึ่งเป็นผู้มีผลงานดีเด่นเป็นที่ประจักษ์ สมควรได้รับการยกย่องและเชิดชูเกียรติ เนื่องในวันกำนันผู้ใหญ่บ้าน ครบรอบ 134 ปี 10 สิงหาคม
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ร่วมพิธียืนแสดงความอาลัยถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากนั้น ชมวีดิทัศน์ความเป็นมาและบทบาทของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และอธิบดีกรมการปกครอง กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบรางวัลให้แก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้านยอดเยี่ยม ประจำปี 2569 ครั้งที่ 2 จำนวน 10 รางวัล ก่อนกล่าวแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัล โดยย้ำว่า กำนันและผู้ใหญ่บ้านเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยสู่พื้นที่ เป็นผู้ใกล้ชิด เข้าใจปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง และทำหน้าที่เชื่อมโยงการทำงานระหว่างภาครัฐกับประชาชนให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า บทบาทที่สำคัญของกำนันและผู้ใหญ่บ้านต้องเป็นผู้ที่สามารถรับรู้ปัญหาและร่วมแก้ไขตั้งแต่ต้นเหตุ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสังคม ยาเสพติด อาชญากรรม ภัยพิบัติ หรือปัญหาเศรษฐกิจในครัวเรือน ซึ่งล้วนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการป้องกันและแก้ไขอย่างต่อเนื่อง โดยยกกรณีเหตุความรุนแรงในครอบครัวที่เกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ เป็นอุทาหรณ์ให้ตระหนักถึงความสำคัญของการเฝ้าระวัง รับฟัง และเข้าช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาอย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาบานปลายจนเกิดความสูญเสีย
“หากเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นในหมู่บ้านหรือชุมชนของท่าน ท่านจะรับรู้หรือไม่ ท่านจะเข้าไปมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาหรือไม่ และจะสามารถป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำได้หรือไม่ หากคำตอบคือ ‘ใช่’ นั่นคือบทบาทของกำนันและผู้ใหญ่บ้านที่ดี แต่หากคำตอบคือ ‘ไม่’ ก็เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องกลับมาทบทวนบทบาทของตนเอง” นายกรัฐมนตรี กล่าว
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีขอให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านร่วมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจของรัฐบาล โดยยึดมั่นหลักธรรมาภิบาล ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส เป็นธรรม และยึดประโยชน์สุขของประชาชนเป็นสำคัญ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาต่อสถาบันกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตลอดจนเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและประเทศอย่างยั่งยืน
“ผมเชื่อมั่นว่าด้วยความมุ่งมั่น ความเสียสละ ความใกล้ชิดกับประชาชน และประสบการณ์อันทรงคุณค่าของกำนันและผู้ใหญ่บ้านทุกท่าน จะเป็นกำลังสำคัญในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และร่วมกันสร้างชุมชนที่เข้มแข็ง ปลอดภัย และน่าอยู่ยิ่งขึ้น” นายกรัฐมนตรี กล่าว
โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงกรณีเหตุการณ์ความสูญเสียในพื้นที่ จ.นนทบุรี ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ โดยแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียและผู้ได้รับผลกระทบทางจิตใจ พร้อมเน้นย้ำในฐานะนักปกครองว่าจะต้องไม่ปล่อยให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำอีกในประเทศไทย
นายกรัฐมนตรีระบุว่า ไม่มีเหตุผลใดที่ประชาชนจำเป็นต้องพกอาวุธปืนติดตัว และรัฐบาลจะไม่ยอมให้น้ำหนักกับมูลค่าทางการค้า หรือผลประโยชน์ทางธุรกิจของอาวุธปืนมากกว่าความปลอดภัยของชีวิตประชาชน รวมถึงต้องป้องกันพฤติกรรมเลียนแบบที่อาจเกิดขึ้นจากความขาดสติ สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหา รัฐบาลเตรียมผลักดันการแก้ไขกฎหมายการครอบครองและการพกพาอาวุธปืนอย่างเด็ดขาด โดยเพิ่มโทษทางอาญา พร้อมกำชับว่าไม่ว่าจะเป็นประชาชน หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ก็ไม่มีสิทธิพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยเด็ดขาด หากพบการพกพานอกบ้านจะต้องถูกดำเนินคดีอย่างไม่มีละเว้น เนื่องจากอาวุธปืนถือเป็นเครื่องมือสร้างความรุนแรงที่สังคมไทยไม่อาจยอมรับได้อีกต่อไป
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้สั่งการเน้นย้ำเรื่องการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง โดยขอให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างเต็มที่เพื่อแก้ไขปัญหาให้เห็นผลเป็นรูปธรรม เพื่อคืนความปลอดภัยและความมั่นคงให้กับประเทศไทย
ภายหลังเสร็จสิ้นพิธี นายกรัฐมนตรีถ่ายภาพร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่ได้รับรางวัล และคณะผู้จัดงาน ณ บริเวณด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อแสดงความยินดีและเป็นกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในระดับพื้นที่ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการดูแลประชาชนและขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนทั่วประเทศ



















