“อนุทิน” เผยนักธุรกิจออสเตรเลียเชื่อมั่นศักยภาพไทย เดินหน้าขยายฐานลงทุนต่อเนื่อง ชู Thailand Fast Pass ช่วยอำนวยความสะดวกนักลงทุน เผยครึ่งปีแรกยอดลงทุนแตะ 6 หมื่นล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย พร้อมหารือออสเตรเลียปลดล็อกส่งออก Jet Fuel และเพิ่มโอกาสแรงงานฝีมือไทย
เมื่อวันที่ 18 ส.ค. ที่โรงแรม Crown Towers นครซิดนีย์ เครือรัฐออสเตรเลีย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังหารืออย่างไม่เป็นทางการกับนักธุรกิจชาวออสเตรเลีย ในงาน Thailand–Australia Investment and Business Partnership Reception ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ว่า บริษัทขนาดใหญ่ของออสเตรเลียยังเดินหน้าตั้งและขยายฐานการผลิตในไทยอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพทางการเมือง ระบบโลจิสติกส์ และศักยภาพของประเทศไทย
นายอนุทินกล่าวว่า นักลงทุนต่างชาติมีความมั่นใจในประเทศไทยอย่างมาก และมองไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญด้านการลงทุน พร้อมย้ำว่าไทยมีจุดแข็งที่สามารถดึงดูดนักลงทุนได้สูง และหากประเทศมีความสมานฉันท์มากขึ้น ก็จะยิ่งเพิ่มแรงดึงดูดและความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน
นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า อีกปัจจัยสำคัญคือ Thailand Fast Pass ของบีโอไอ ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางช่วยแก้ไขปัญหาและลดขั้นตอนติดขัดของนักลงทุนแบบเบ็ดเสร็จ ทำให้กระบวนการลงทุนมีความรวดเร็วและสะดวกมากขึ้น โดยจากการพูดคุยยังไม่มีนักลงทุนรายใดสะท้อนปัญหาในเชิงลบ
เมื่อถามถึงความมั่นใจในการนำประเทศไทยไปเสนอแก่นักลงทุนประเทศอื่น นายอนุทินกล่าวว่า ตนมีความมั่นใจในประเทศไทยมาโดยตลอด จึงเดินทางมาเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและรับฟังความต้องการของนักลงทุนโดยตรง ซึ่งผลตอบรับเป็นที่น่าพอใจ โดยช่วงครึ่งปีแรกมียอดการลงทุนสูงถึง 60,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท ขณะที่เทคโนโลยีจากออสเตรเลียยังสามารถเชื่อมโยงและสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานในประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ส่วนประเด็นที่ออสเตรเลียฝากให้หารือนั้น นายอนุทินกล่าวว่า เอกอัครราชทูตออสเตรเลียแจ้งว่า ออสเตรเลียมีความต้องการน้ำมันอากาศยาน (Jet Fuel) จำนวนมาก ขณะที่ไทยมีปริมาณสำรองส่วนเกิน หากรัฐบาลออสเตรเลียแสดงเจตจำนง รัฐบาลไทยพร้อมพิจารณาปรับกฎระเบียบเพื่อเปิดทางส่งออก ซึ่งจะช่วยตอบสนองความต้องการของออสเตรเลียและเพิ่มรายได้จากการส่งออกให้ไทย
สำหรับการผลักดันแรงงานไทยไปทำงานในออสเตรเลียเพิ่มขึ้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จะมีการเจรจาเรื่องนี้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะหลังพบว่าธุรกิจร้านอาหารไทยในย่านไทยทาวน์กำลังเติบโต แต่ประสบปัญหาขาดแคลนเชฟ จึงต้องหารือเพื่อปลดล็อกข้อจำกัด พร้อมสร้างความมั่นใจว่าแรงงานไทยที่เดินทางมาทำงานจะเข้ามาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และนำความรู้ความสามารถมาใช้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งแรงงานไทยและเศรษฐกิจออสเตรเลีย หรือเป็นความร่วมมือแบบ Win-Win Situation.



















