‘นภินทร’โต้‘พริษฐ์-ยิ่งชีพ’ปมเอี่ยวฮั้ว สว. ลั่นหลักฐานพร้อมแจง-ขอความเป็นธรรม

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“นภินทร” แจงเหตุไม่ตอบกระทู้สด อ้างติดภารกิจแก้ปัญหาอุทกภัย ยืนยันปฏิเสธช่วยผู้สมัคร สว. 2 ครั้ง ชี้ข้อกล่าวหาโยงคดีฮั้ว สว. เป็นเพียงการเชื่อมโยงจากข้อสันนิษฐาน พร้อมเปิดหลักฐานยืนยันไม่ได้อยู่โรงแรมพูลแมนช่วงปฐมนิเทศ สว. ลั่นไม่เชื่อคณะไต่สวน กกต. ชุดที่ 26 แต่ยังเชื่อมั่น กกต. ทั้ง 7 คนและกระบวนการยุติธรรม

เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 28 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ออกมาโจมตีกรณีหลีกเลี่ยงการตอบกระทู้ถามสดในสภาเกี่ยวกับคดีฮั้ว สว. ว่า ตนได้รับคำสั่งแต่งตั้งจากนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ให้เป็นประธานคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งลุ่มน้ำภาคกลาง ครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัด เพื่อเตรียมรับมือสถานการณ์พายุฝนที่จะเข้าสู่พื้นที่ในช่วงเดือน ก.ย.

นายนภินทร กล่าวว่า ตนมีกำหนดลงพื้นที่ จ.ราชบุรี เมื่อวันที่ 27 ส.ค. และได้ทำหนังสือแจ้งนายกรัฐมนตรีล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 20 ส.ค. ต่อมาวันที่ 22 ส.ค. มีหนังสือแจ้งให้คณะกรรมการจากทั้ง 5 จังหวัดเดินทางมาประชุมร่วมกันที่ จ.ราชบุรี ส่วนกรณีกระทู้ถามสด ตนได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่ามีกระทู้ถาม แต่ขณะนั้นยังไม่ทราบว่าเป็นเรื่องใด และได้ประสานยืนยันอีกครั้งว่ามีภารกิจตรวจราชการที่ จ.ราชบุรี

“การมาตอบกระทู้และชี้แจงต่อสภาถือเป็นหน้าที่สำคัญ แต่เมื่อภารกิจเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน ผมเห็นว่าต้องเลือกภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาของประชาชนก่อน ผมมีจิตสำนึกต่อประชาชน ส่วนผู้ที่กล่าวหาว่าผมไม่มีจิตสำนึกนั้น มีวุฒิภาวะมากแค่ไหนที่มองว่าผมขาดจิตสำนึกจากกรณีดังกล่าว”

นายนภินทร กล่าวถึงกรณีถูกตั้งกระทู้ถามเกี่ยวกับ “นายเอ” ผู้สมัคร สว. โดยระบุว่า หากนายพริษฐ์และนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการไอลอว์ มีข้อสงสัย สามารถโทรศัพท์มาสอบถามได้ทันที พร้อมเปิดสปีกเกอร์โฟนให้พูดคุยกันต่อหน้า

นายนภินทร ชี้แจงว่า จุดเริ่มต้นของการเข้าพบตนเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2567 ขณะที่ดำรงตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ เกิดจากการประสานงานของประธานสภาเกษตรแห่งชาติ เพื่อหารือปัญหาภาคการเกษตรใน จ.ราชบุรี โดยตนได้เชิญข้าราชการระดับสูงจากกรมการค้าภายในและกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเข้าร่วมพูดคุยด้วย

ระหว่างการหารือ นายเอได้แจ้งว่าเป็นผู้สมัคร สว. และขอให้ตนช่วยสนับสนุน แต่ตนปฏิเสธทันที โดยระบุว่าไม่สามารถช่วยเหลือหรือสนับสนุนได้ เนื่องจากกฎหมายห้ามผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการเลือก สว. อีกทั้งขณะนั้นนายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย มีคำสั่งภายในพรรคห้ามสมาชิกเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเลือก สว. จากนั้นการหารือจึงกลับเข้าสู่ประเด็นปัญหาการเกษตร โดยเฉพาะปัญหาของชมรมผู้เลี้ยงไก่งวงที่ประสบปัญหาด้านตลาดและการจำหน่ายผลผลิต

ส่วนการนัดหมายวันที่ 25 มิ.ย. เป็นการหารือเพื่อเร่งจัดทำหนังสือเสนอแนวทางจัดกิจกรรมกระตุ้นการบริโภคไก่งวง โดยนายเอเดินทางมาพร้อมคณะและขอให้ตนช่วยสนับสนุนเรื่องการสมัคร สว. อีกครั้ง ซึ่งตนปฏิเสธทันทีและเชิญนายเอออกจากห้อง เนื่องจากได้ชี้แจงไปแล้วว่าไม่สามารถเข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการเลือก สว. ได้

นายนภินทร กล่าวว่า ข้อกล่าวหาที่มีต่อตนไม่มีพยานหลักฐานรองรับอย่างชัดเจน และไม่มีหนังสือหรือเอกสารยืนยันตามข้อกล่าวหา ขณะที่ข้าราชการระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ที่เกี่ยวข้องจำนวน 9 คน ต่างให้การสอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่ตนชี้แจง

“ผมก็เป็นมนุษย์กินข้าวคนหนึ่ง ไม่โง่ที่จะทำผิดกฎหมายต่อหน้าคน 8-9 คน ถ้าบอกว่าจะช่วยอะไร ให้เซ็น ไม่ร้อง จะทำต่อหน้าคน 8-9 คนได้อย่างไร นี่คือข้อเท็จจริงที่ผมนำเสนอ กกต. ชุดที่ 26”

นายนภินทร ยังกล่าวถึงกรณีวันที่ 4-5 ก.ค. 2567 ซึ่งเป็นช่วงการปฐมนิเทศ สว. ที่โรงแรมพูลแมน โดยมีการนำข้อมูลสัญญาณโทรศัพท์ของ สว. และนักการเมืองพรรคภูมิใจไทยมาเชื่อมโยงกับสถานที่ดังกล่าวว่า โรงแรมพูลแมนเป็นพื้นที่สาธารณะ บุคคลทั่วไปสามารถเข้าใช้บริการได้ ทั้งบริเวณล็อบบี้ ร้านกาแฟ และห้องอาหาร

นอกจากนี้ พรรคภูมิใจไทยซึ่งสำนักงานยังสร้างไม่เสร็จ ได้ใช้สถานที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่พบปะพูดคุยกัน หากเป็นกลุ่มเล็กก็สามารถใช้ห้องประชุมขนาดเล็กที่รองรับคนได้ไม่เกิน 10 คน ส่วนกรณีที่มีการอ้างว่า สว. รวมตัวกันประมาณ 100 คน หากเกิดขึ้นจริงก็ต้องใช้ห้องประชุมขนาดใหญ่

นายนภินทร ยืนยันว่า วันที่ 4-5 ก.ค. 2567 ตนไม่ได้อยู่ที่โรงแรมพูลแมน เนื่องจากเดินทางไปราชการที่ประเทศเยอรมนี โดยมีทั้งหนังสืออนุญาตเดินทางไปราชการที่เสนอถึงนายภูมิธรรม เวชยชัย ซึ่งดำรงตำแหน่ง รมว.พาณิชย์ในขณะนั้น รวมถึงหลักฐานหนังสือเดินทางยืนยันการเดินทาง โดยตนเดินทางออกจากประเทศไทยวันที่ 28 มิ.ย. และเดินทางกลับวันที่ 8 ก.ค. ซึ่งได้นำหลักฐานทั้ง 2 ส่วนส่งให้ กกต. ชุดที่ 26 แล้ว

“นี่คือหลักฐานชัดเจน แล้วถามว่าตั้งข้อกล่าวหาได้อย่างไร สิ่งเหล่านี้พิสูจน์ให้เห็นว่าคณะกรรมการชุดที่ 26 ใช้วิธีการตั้งข้อหาแบบสุ่ม”

นายนภินทร กล่าวว่า เชื่อว่าผู้ถูกร้องทั้ง 229 คน มีหลักฐานที่สามารถนำมาใช้ชี้แจงข้อกล่าวหาได้อย่างชัดเจน แต่ขณะนี้มีกระแสกดดันให้ส่งฟ้องทั้ง 229 คน โดยเปิดหลักฐานเพียงด้านเดียว ซึ่งอาจส่งผลร้ายต่อผู้ถูกร้อง ขณะที่หลักฐานที่ใช้ต่อสู้และเป็นคุณต่อผู้ถูกร้องกลับไม่ได้ถูกเปิดเผย

“การกดดันให้ส่งฟ้อง 229 คน โดยเปิดหลักฐานเพียงด้านเดียวและกดดันการทำงานของ กกต. หากมองในทางการเมืองถือว่าเป็นการทำงานการเมืองที่สกปรก”

นายนภินทร ยังกล่าวถึงกรณีมีการนำข้อมูลวันที่ 21-27 ก.ค. 2567 มาเชื่อมโยงว่า มี สว. ไปรวมกันที่โรงแรมพูลแมน และมีนายกรัฐมนตรีเดินทางไปที่โรงแรมดังกล่าว พร้อมมีสัญญาณโทรศัพท์ว่า เพียงเท่านี้ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าบุคคลต่างๆ อยู่ในห้องประชุมเดียวกัน เพราะนายกรัฐมนตรีเดินทางไปโรงแรมพูลแมนเป็นประจำ จึงไม่ควรนำเพียงข้อมูลการอยู่ในสถานที่เดียวกันมาเชื่อมโยงในทางลบ

ส่วนกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่ามีผู้สมัคร สว. 4-5 คนเดินทางไปที่กระทรวงพาณิชย์และมีสัญญาณโทรศัพท์ นายนภินทร กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์มีบุคลากร 4,000-5,000 คน การที่ผู้สมัคร สว. หรือ สว. เดินทางเข้าไปในกระทรวงแล้วนำข้อมูลดังกล่าวมาเชื่อมโยงว่าพบตน ถือเป็นการสันนิษฐานที่ไม่มีเหตุผล เพราะตนยืนยันว่าไม่ได้พบกับบุคคลดังกล่าว

นายนภินทร ยังตั้งข้อสังเกตกรณีเส้นทางการเงินที่ถูกนำมาเชื่อมโยงกับนักการเมืองพรรคภูมิใจไทยว่า การที่บุคคลหนึ่งจ่ายเงินให้ใคร หรือเป็นคนรู้จักของนักการเมือง หรือเคยเป็นตัวแทนของพรรค ไม่เพียงพอที่จะสรุปว่านักการเมืองรายนั้นเป็นผู้ว่าจ้าง หากไม่มีหลักฐานยืนยันที่ชัดเจน

“ผมพยายามเงียบที่สุด เพราะผมส่งข้อมูลทั้งหมดให้ กกต.หมดแล้ว แต่เมื่อคณะไต่สวนชุดที่ 26 ลงความเห็นว่าผมมีความผิด ก็ไม่เป็นไร ผมยังเชื่อใน กกต.ทั้ง 7 ท่านว่ามีเหตุและผลเพียงพอ และเชื่อในกระบวนการยุติธรรม แต่ผมไม่เชื่อคณะชุดที่ 26 จากหลักฐานที่ผมชี้แจง ผมไม่เชื่อว่าผมได้รับความเป็นธรรมจากคณะชุดที่ 26 ของ กกต.”

นายนภินทร กล่าวอีกว่า ขณะนี้ตนได้แจ้งความนายยิ่งชีพไว้แล้วที่ สน.ทองหล่อ จากกรณีการนำข้อมูลเกี่ยวกับการเข้าพบ “นายเอ” และพยานข้าราชการ 2 คนมาเผยแพร่ โดยเห็นว่ามีการตัดถ้อยคำบางส่วนออกไปและนำเสนอเพียงด้านเดียว

“การแสดงความคิดเห็นแบบนี้ไม่ใช่เพื่อประโยชน์สาธารณะ แต่เป็นการแสดงความคิดเห็นเชิงอคติให้ร้ายตน แล้วพบกันที่ศาล ทุกคดีที่คุณพูดถึงตน แจ้งความหมด และบางเรื่องตนจะฟ้องด้วยตัวเอง”

นายนภินทร ยืนยันว่า ตนพยายามรักษาความเป็นอิสระในการทำงานของ กกต. และไม่ต้องการพูดในลักษณะที่อาจถูกมองว่าเป็นการกดดันให้ กกต. มีคำสั่งเป็นคุณต่อตน แต่เมื่อมีการนำข้อกล่าวหามาเผยแพร่ต่อสังคม จึงจำเป็นต้องออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง

“ผมบอกเบอร์โทรศัพท์ไปแล้ว สงสัยอะไรถามมาได้เลย ผมจะตอบในส่วนที่เกี่ยวข้อง แต่ถ้าไปถามเรื่องคนอื่นผมตอบไม่ได้ เพราะไม่รู้ข้อเท็จจริงในสำนวน กกต. สังคมจึงต้องให้ความเป็นธรรม”

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img