ชูแผนพัฒนาประสิทธิภาพ‘ระบบราชการ’ ใช้AIเชื่อมฐานข้อมูลรัฐ-มุ่งลดภาระปชช.

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“ปกรณ์” เปิดแผนพัฒนาประสิทธิภาพระบบราชการ ชี้โลกเปลี่ยนเร็ว ไทยเข้าสู่สังคมสูงวัย หากไม่ปรับตัวงบไม่พอพัฒนาประเทศ เตรียมใช้เทคโนโลยีและ AI เชื่อมฐานข้อมูลรัฐ ลดกระบวนงาน-ภาระประชาชน ดัน “Super License” ลดใบอนุญาตโรงแรมจากอย่างน้อย 18 ใบเหลือใบหลักเดียว พร้อมทบทวนกฎกระทรวงกว่า 7,600 ฉบับ ตั้งเป้าลดเวลาบริการประชาชนอย่างน้อย 20-30%

วันที่ 5 ก.ย. นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “คุยกับ ครม.อนุทิน” ตอนแรก ในหัวข้อการพัฒนาประสิทธิภาพระบบราชการ โดยระบุว่า ขอไม่ใช้คำว่า “ปฏิรูประบบราชการ” เนื่องจากเป็นคำที่ติดภาพจำถึงความล้มเหลวในอดีต ทั้งการตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานจำนวนมาก แต่สุดท้ายไม่สามารถลงมือทำได้จริง จึงขอใช้คำว่า “การพัฒนาประสิทธิภาพระบบราชการ” แทน

นายปกรณ์กล่าวว่า โลกปัจจุบันกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งภูมิรัฐศาสตร์ การค้าโลกที่เปลี่ยนแปลง สภาพอากาศ และการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของประเทศไทย หากไม่เร่งเพิ่มประสิทธิภาพระบบราชการ ประเทศจะมีงบประมาณไม่เพียงพอสำหรับนำไปพัฒนาด้านอื่น ๆ

แนวทางสำคัญคือ “รีดไขมันออก” ด้วยการลดอัตรากำลังและนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยปรับกระบวนงาน เพื่อให้บุคลากรที่เหลือสามารถทำงานได้เท่าเดิมหรือมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยตั้งเป้าลดงบประมาณประจำและเพิ่มสัดส่วนงบลงทุน จากปัจจุบันประมาณ 20% เป็น 30%

นายปกรณ์ยกตัวอย่างสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งในอดีตมีกระบวนงานก่อนถึงโต๊ะทำงานมากถึง 170 กระบวนงาน แต่เมื่อมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ สามารถลดขั้นตอนลงได้อย่างมาก เหลือประมาณ 40-70 กระบวนงาน พร้อมย้ำว่า เป้าหมายคือทำให้กระบวนการสั้นที่สุดและมีประสิทธิภาพที่สุด

อีกหัวใจสำคัญคือ Digital Government และ Open Government โดยภาครัฐต้องเปลี่ยนข้อมูลจากเอกสารกระดาษหรือไฟล์สแกน ให้เป็นข้อมูลที่เครื่องสามารถอ่านและนำไปประมวลผลได้ เพื่อให้ AI สามารถเข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลของภาครัฐที่เชื่อมโยงกัน

อย่างไรก็ตาม การใช้ AI ในภาครัฐต้องเริ่มจาก ฐานข้อมูลที่ถูกต้อง เชื่อมโยงกัน และสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังแหล่งข้อมูลต้นทางได้ โดยแต่ละหน่วยงานยังเป็นเจ้าของข้อมูลของตัวเอง แต่ต้องสามารถเชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างกัน เพื่อให้บริการประชาชนรวดเร็วขึ้นและลดช่องโหว่การทุจริต

นายปกรณ์ยังย้ำว่า ประชาชนไม่ควรถูกบังคับให้ถ่ายสำเนาเอกสารที่หน่วยงานรัฐเป็นผู้ออกให้ แล้วต้องนำกลับมายื่นให้หน่วยงานรัฐอีกครั้ง เพราะในมุมของประชาชน “รัฐคือหน่วยเดียว” ไม่ได้สนใจว่าเอกสารนั้นอยู่กรมหรือกระทรวงใด ดังนั้นหน้าที่ของภาครัฐคือการเชื่อมโยงข้อมูลกันเอง

ส่วนการอนุมัติและอนุญาต รัฐบาลเตรียมผลักดันระบบ Super License โดยยกตัวอย่างธุรกิจโรงแรม ซึ่งปัจจุบันต้องมีใบอนุญาตย่อยอย่างน้อย 18 ใบ เป้าหมายคือให้เหลือใบอนุญาตหลักเพียงใบเดียว เพื่อลดภาระของประชาชนและภาคเอกชน

นอกจากนี้ จะมีระบบ Fast Track สำหรับบริการปกติที่ต้องการความรวดเร็ว โดยประชาชนและภาคธุรกิจสามารถเลือกใช้บริการตามคู่มือที่กำหนดไว้อย่างโปร่งใส ลดแรงจูงใจในการจ่ายสินบนเพื่อเร่งกระบวนการ

รัฐบาลยังเตรียมทบทวนกฎหมายรอง โดยเฉพาะกฎกระทรวงประมาณ 7,600 ฉบับ เปิดให้ภาคเอกชนซึ่งเป็นผู้พบปัญหาในการประกอบธุรกิจสะท้อนปัญหามายังรัฐบาล ก่อนเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นและเสนอคณะรัฐมนตรีแก้ไขกฎหมายให้ตรงจุด

เป้าหมายสำคัญคือ ลดระยะเวลาการให้บริการประชาชนลงอย่างน้อย 20-30% เพื่อให้ระบบราชการคล่องตัวขึ้น ลดภาระประชาชนและภาคธุรกิจ และนำเทคโนโลยีมาใช้แทนกระบวนการที่ไม่จำเป็น

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img