“ชยพล” แฉโครงข่าย 5 อนุกรรมการฯ คดีฮั้ว สว. โยงหลักสูตร “คอนเน็กชัน” ใกล้ขั้วอำนาจ สงสัยกระทบความน่าเชื่อถือ

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“ชยพล” แฉโครงข่าย 5 อนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 คดีฮั้ว สว. เป็นจักรวาลล้อมรอบ “อนุทิน” เรียนหลักสูตร พตส.-นธป. ด้วยกันเพียบ สงสัยคอนเนคชันทำให้เกิดข้อกังขาหรือไม่ ขณะสื่อถาม สส.ส้มก็เรียนด้วย เจ้าตัวระบุ ต้องดูพฤติกรรม ด้าน “ภัณฑิล” ของขึ้น! ไล่ กกต. อย่าหาทำ เอาตัวเองให้รอดก่อน การเลือกตั้งให้ดี ก่อนมาทำหลักสูตรคอนเน็คชัน

เมื่อวันที่ 6 ก.ย. 2569 ที่อาคารอนาคตใหม่ นายชยพล สท้อนดี สส.กทม. พรรคประชาชน แถลงข่าวเปิดข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)

โดยนายชยพล ได้พุ่งเป้าไปที่อนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 ที่ชี้ว่าการเลือก สว. ไม่ผิด ตนอยากให้เห็นโครงข่ายจักรวาลที่ล้อมรอบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

นายชยพล กล่าวว่า เปิดภาพและประวัติของอนุกรรมการวินิจฉัย ชุดที่ 36 ไล่ไปทีละคน คนแรกคือ นายอนุชา จันทร์สุริยา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นที่ปรึกษาประจำประธาน กกต. เรียนหลักสูตร พตส.รุ่น 6 เรียนหลักสูตร นธป. รุ่น 7

คนที่สอง ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ที่เป็นคนไปว่านายกรัฐมนตรีถึงสนามบินบุรีรัมย์ ซึ่งนายอนุทิน ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไทยได้ตั้งเป็นกรรมการประปานครหลวงด้วย เรียน พตส.รุ่น 10 เรียนหลักสูตร นธป. รุ่น 11

“ระหว่างที่เป็นกรรมการวินิจฉัยได้ไปรับนายอนุทินถึงสนามบิน ไม่รู้ว่ามีกิจอันใด เขาบอกว่าเข้าไปดูกีฬา แต่แวะทำไม กีฬาคงไม่ได้แข่งกันอยู่ในสนามบินหรอก” นายชยพล กล่าว

นายชยพล กล่าวต่อว่า คนที่สามคือนายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต เป็นที่ปรึกษาบอร์ด กกต. 2568 เรียนหลักสูตร นธป. และ พตส. รุ่น 6 คนที่สี่คือนายเชาวนะ ไตรมาศ อดีตเลขาศาลรัฐธรรมนูญ เรียนหลักสูตร พตส. รุ่น 36

นายชยพล กล่าวว่า คนสุดท้ายคือนายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ เป็นประธานบอร์ดการท่าเรือ ในสมัยที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก่อนหน้านี้ เคยเป็นอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงานที่แต่งตั้งโดยนายพิพัฒน์ด้วยเหมือนกัน เรียกว่าพี่ไปไหน ผมไปด้วย เรียนหลักสูตร พตส. รุ่น 14

นายชยพล ขยายความว่า หลักสูตร พตส. คือหลักสูตรพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง เป็นหลักสูตรที่ กกต. สร้างขึ้นมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับผู้แทนพรรคการเมืองบุคลากรทางการเมือง พูดง่ายๆ คือหลักสูตรคอนเน็คชัน คล้าย วปอ. แต่อยู่ในกกต. เอง ซึ่งในคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 เรียนหลักสูตรนี้ 5 คน

นายชยพล ระบุว่า หลักสูตร พตส. มีคนในพรรคภูมิใจไทย ได้แก่ นายศุภชัย ใจสมุทร , นายอนุทิน , พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ น้องชายของนายเนวิน ชิดชอบก็เรียน , นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษาพรรคภูมิใจไทย , น.ส. มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาคนที่หนึ่ง , นางแว่นฟ้า ทองศรี ภรรยาของนายทรงศักดิ์ ทองศรี , นายแสวง บุญมี เลขา กกต. , นายเขมพล อุ้ยตยะกุล ผู้ช่วยงานนายพิพัฒน์ และนายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส. พรรคภูมิใจไทย เรียกว่าอยู่กันแน่น ที่ บ้าน กกต.

นายชยพล ไล่เรียงว่า หลักสูตรนี้มีกรรมการหลักสูตรคือนายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ อดีตบอร์ด กกต. และนายอิทธิพล บุญประคอง อดีตประธาน กกต. ทั้งนี้ นายกสมาคมหลักสูตร พตส. ประกอบด้วยนายสรอรรถ , นายอนุทิน และนายศุภชัย ซึ่งตนคิดว่าหลักสูตร พตส. อาจจะรันด้วยสีน้ำเงินก็เป็นได้

นายชยพล กล่าวว่า อีกหนึ่งหลักสูตรคือ นธป. ย่อมาจากหลักสูตรนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย จัดขึ้นโดยศาลรัฐธรรมนูญ เป็นหลักสูตรคอนเนคชัน ซึ่งอนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 เรียน 3 คน คือนายอัฌษไธค์ , นายอนุชา และ ร.ต.อ.ปิยะ ส่วนฝั่งพรรคภูมิใจไทยมีนายอนุทิน , นายสรอรรถ และ พล.ต.อ.เพิ่มพูน โดยมีนายเชาวนะ ไตรมาศ เป็นผู้อนุมัติจบหลักสูตร เป็นพื้นที่ที่เขาได้ไปทำความรู้จัก

นายชยพล กล่าวอีกว่า ยังมีคอนเนคชันด้านนายทุนด้วย คือนายอัฌษไธค์ ปรากฎชื่อเป็นกรรมการบริษัทที่เกี่ยวข้องกับนายพิพัฒน์ และนายวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล สมาชิกวุฒิสภาในปัจจุบัน

“มันใหญ่ไปหมด นอกจากเรื่องคุณสมบัติส่วนตัวและประวัติการทำงานของแต่ละท่าน ถ้าดูระดับผิวเผิน จะเป็นเหมือนข้าราชการธรรมดาที่ไต่เต้าขึ้นมา แต่บางทีตอนที่เรานั่งวิเคราะห์เรื่องนี้เรากลับลืมไปนิดหนึ่งว่าแต่ละหน่วยงานของราชการ มีหลักสูตรคอนเน็คชันต่างๆ เอาไว้รองรับการทำความรู้จักกันข้ามหน่วยงาน ข้ามสายงานนี้ด้วยเหมือนกัน”

จากนั้น เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนสอบถาม โดยผู้สื่อข่าวถามว่าในหลักสูตร พตส. ก็มีนักการเมืองฝั่งพรรคก้าวไกลและพรรคประชาชนเรียนเหมือนกัน นายชยพล กล่าวว่า เท่าที่ตนรู้จัก หลักสูตรเหล่านี้เริ่มต้นมาที่อยากจะให้ความรู้ สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับว่า ใช้หลักสูตรทำอะไรต่อ กับการที่มีเพื่อนร่วมรุ่นมากหน้าหลายตาและเป็นบิ๊กเนมทั้งนั้น คำถามก็ต้องย้อนกลับไป ว่าคนในพรรคประชาชนที่ไปเรียน ได้ใช้คอนเน็กชันเพื่อวัตถุประสงค์อื่นหรือไม่ แต่สาเหตุที่เราโฟกัสที่คณะอนุกรรมการวินิจฉัยทั้ง 5 คน เพราะเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง มีอำนาจในการตัดสินคดี ฉะนั้นน่าจะเป็นการดีกว่าหรือไม่ที่คนกลุ่มนี้ไม่ได้เข้าไปนั่งมีอำนาจตัดสินชะตา สว. และพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้อง

เมื่อถามว่าไม่กังวลเรื่องข้อครหา ว่าพรรคประชาชนก็ไปเรียนด้วยเช่นกัน นายชยพล กล่าวว่า ตนไม่ได้กังวล เพราะเราดูพฤติกรรมหลังจากที่ไปเรียนมากกว่า

เมื่อถามว่าได้สอบถามคนที่ไปเรียนหรือไม่ ว่าหลักสูตรนี้ข้อกังวลหรือข้อสังสัยอย่างไร นายชยพล กล่าวว่า ขออุบไว้ก่อน มีข้อมูลอยู่บ้าง แต่ไม่อยากไปพูดเยอะเดี๋ยวจะปิดโอกาสคนที่อยากเรียนเพื่อหาความรู้

จากนั้นนายภัณฑิล น่วมเจิม สส. กทม. พรรคประชาชน กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนก็เป็นคนอภิปรายเรื่องหลักสูตรพวกนี้อยู่บ่อยครั้ง ว่าเป็นแหล่งรวมการบ่มเพาะคอนเน็กชัน ถ้าไปเรียนเพื่อหาความรู้ก็โอเค แต่หลายครั้งคอนเน็กชันพวกนี้ ผลัดกันเกาหลัง พวกนี้ถ้าไปทำเรื่องดีๆ กันก็โอเค แต่หลายครั้งเครือข่ายยุบยับไปหมด คนกันเองทั้งนั้น ไปสร้างคอนเนชันที่สุดท้ายสร้างความเสียหายให้กับประชาชน

เมื่อถามว่าหลักสูตรเหล่านี้ไม่น่าเชื่อถือเลยใช่หรือไม่ นายภัณฑิล ยกมือตอบว่า ตนไม่เห็นด้วย ที่เป็นข่าวล่าสุด มีการไปจ่ายเงินเพื่อให้ได้เรียนในหลักสูตรพวกนี้

“น่าจะทำเรื่องของตัวเองให้ดี ดีกว่านะ จัดการเลือกตั้งให้ดี บริสุทธิ์ยุติธรรม การได้มาซึ่ง สว. อย่าไปหาทำเรื่องอื่น มันไม่ใช่หน้าที่ เอาเรื่องของตัวเองให้รอดก่อนดีกว่าไหม กกต.”

นายชยพล กล่าวทิ้งท้ายว่า บางครั้งตัวหลักสูตรอาจจะดี แต่วิธีการคัดกรองคนเข้ามามีความบกพร่อง รวมถึงการวัดKPI ทำให้ได้ผลผลิตที่ไม่ดีออกไป รวมถึงถูกบิดให้ไปใช้ในเรื่องของคอนเน็กชันมากกว่า

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img