“ไชยชนก”แจงโครงการร่วม Tomorrow.io ยังอยู่ขั้นศึกษา ยังไม่มีการของบ 497 ล้านบาทเข้า ครม. ย้ำรัฐบาลมีนโยบายยกระดับกรมอุตุฯ ด้วยเทคโนโลยี พร้อมปรับการสื่อสารให้ประชาชนรู้ข้อมูลล่วงหน้าและเข้าใจง่ายขึ้น
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวว่ารัฐบาลเตรียมผลักดันความร่วมมือระหว่าง Tomorrow.io กับกรมอุตุนิยมวิทยา และจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติงบประมาณ 497 ล้านบาท เพื่อพัฒนาระบบพยากรณ์อากาศด้วยเทคโนโลยีระดับเดียวกับ NASA ว่า ขณะนี้โครงการดังกล่าวยังไม่ได้เข้าสู่ขั้นตอนการจัดทำงบประมาณหรือดำเนินโครงการ
นายไชยชนกกล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าวที่ผ่านมาเป็นเพียงการทำ POC หรือการศึกษาความเป็นไปได้ เพื่อศึกษาประโยชน์ของเทคโนโลยีดาวเทียมวงโคจรต่ำ รวมถึงระบบปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถนำมาใช้วิเคราะห์และเชื่อมโยงข้อมูล โดยการศึกษานี้เริ่มมาตั้งแต่รัฐบาลชุดก่อน และพบว่าเทคโนโลยีมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นจริง
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อเปรียบเทียบแนวทางต่าง ๆ ทั้งในด้านประสิทธิภาพและความคุ้มค่าของงบประมาณ จึงยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะเลือกใช้รูปแบบใด
นายไชยชนกยืนยันว่า รัฐบาลมีนโยบายพัฒนาระบบพยากรณ์อากาศและยกระดับศักยภาพของกรมอุตุนิยมวิทยาด้วยเทคโนโลยี แต่สำหรับความร่วมมือกับ Tomorrow.io ยังไม่ได้เสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม. พร้อมระบุว่าข่าวที่เผยแพร่ก่อนหน้านี้เกี่ยวกับการนำโครงการและงบประมาณดังกล่าวเข้าสู่ ครม. เป็นข่าวปลอม และขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูล
ส่วนการปรับปรุงการสื่อสารของกรมอุตุนิยมวิทยาตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี นายไชยชนกระบุว่า เบื้องต้นกรมอุตุนิยมวิทยาได้ปรับแนวทางการสื่อสารและการโพสต์ข้อมูล ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีขึ้น แต่ยังต้องพัฒนาให้มากกว่านี้ โดยเฉพาะการสื่อสารข้อมูลล่วงหน้าให้ประชาชนสามารถนำไปใช้เตรียมตัวได้จริง ไม่ใช่เพียงเพิ่มความถี่ในการแจ้งเตือนเมื่อเกิดวิกฤติ
กรณีที่มีเสียงวิจารณ์ว่ากรมอุตุนิยมวิทยามักแจ้งข้อมูลหลังเกิดเหตุ นายไชยชนกกล่าวว่า ต้องตรวจสอบเหตุผลและกระบวนการทำงานของกรมอุตุนิยมวิทยาเพิ่มเติม โดยตามปกติกรมจะพยายามแจ้งข้อมูลให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ แม้ข้อมูลพยากรณ์อากาศจะไม่สามารถแม่นยำได้ 100% เนื่องจากมีโอกาสเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์
นายไชยชนกอธิบายว่า ข้อมูลพยากรณ์สามารถมองล่วงหน้าได้ถึงประมาณ 2 สัปดาห์ แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไปก็มีโอกาสคลาดเคลื่อน ประชาชนจึงมักรอข้อมูลที่ใกล้วันมากขึ้น เช่น 1 สัปดาห์ หรือ 3 วันล่วงหน้า เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการเตรียมตัว
ดังนั้น แนวทางต่อไปคือการสื่อสารให้ประชาชนทราบทั้งข้อมูลปัจจุบันและความเป็นไปได้ของสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกในการเตรียมตัวล่วงหน้า โดยเฉพาะการสื่อสารเรื่องปริมาณน้ำที่จะพยายามทำให้เข้าใจง่ายขึ้น ส่วนการแนะนำว่าประชาชนควรดำเนินการอย่างไรเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นหน้าที่ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เมื่อถามถึงการสร้างความเชื่อมั่นต่อข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา หลังประชาชนบางส่วนหันไปติดตามข้อมูลจากเพจอื่น นายไชยชนกระบุว่า เรื่องนี้เป็นสิ่งที่กรมอุตุนิยมวิทยาต้องพิสูจน์ตัวเอง พร้อมยืนยันว่าข้อมูลที่เพจต่าง ๆ นำไปเผยแพร่ ล้วนมีแหล่งข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาเป็นส่วนหนึ่ง
สิ่งที่กรมอุตุนิยมวิทยาต้องทำต่อจากนี้ คือการกล้าสื่อสารกับประชาชนมากขึ้น ปรับวิธีการสื่อสารให้ละเอียดและเข้าใจง่าย พร้อมยกระดับทั้งบุคลากรและเทคโนโลยี เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นและนำไปใช้เตรียมรับมือสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม
สำหรับประเด็นงบประมาณ 497 ล้านบาท จึงยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาและเปรียบเทียบทางเลือก ไม่ใช่งบประมาณที่ ครม.อนุมัติแล้ว หรือโครงการที่เริ่มดำเนินการแล้วตามที่มีการเผยแพร่ก่อนหน้านี้



















