‘ศิริโชค’ขุดต่ออ้างEllipticพบRenBridge ถูกใช้ฟอกเงินอาชญากรรม 2 หมื่นล้านบ.

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“ศิริโชค” ขุดอีก! เผย Elliptic บริษัทวิเคราะห์ Blockchain ตามเส้นทางธุรกรรมย้อนหลัง พบ RenBridge ถูกใช้ฟอกเงินรายได้จากอาชญากรรม อย่างน้อย 540 ล้านดอลลาร์ หรือเกือบ 2 หมื่นล้านบาท

วันที่ 5 ต.ค.69 นายศิริโชค โสภา อดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับ Ren Protocol โดยระบุว่า

“ยิ่งขุด Ren ยิ่งเจอคำถามใหญ่ — “สะพานข้าม Blockchain” ที่ Elliptic ระบุว่า ถูกใช้ฟอกเงินอย่างน้อย 540 ล้านดอลลาร์

ตอนแรกที่ผมเริ่มขุดเรื่อง Ren Protocol ผมสนใจเรื่องเหรียญ REN และเส้นทางของเหรียญที่เราแกะไปจนถึง FTX

แต่พอขุดลึกลงไป ผมพบว่าเรื่องที่ใหญ่กว่าเหรียญ REN อาจเป็นเทคโนโลยีที่อยู่ข้างหลังมัน

ชื่อว่า RenVM หรือ RenBridge

เรื่องนี้ผมจะเล่าตามลำดับ ตั้งแต่ว่า RenBridge คืออะไร เงินจากอาชญากรรมเข้ามาเมื่อไร ใครเป็นผู้บริหารในเวลานั้น และที่สำคัญที่สุด — ในเวลานั้นใครยังควบคุมระบบได้

เริ่มจาก RenBridge คืออะไร

สมมติผมมี Bitcoin หรือ BTC

Bitcoin อยู่บน Blockchain ของมันเอง แต่ผมต้องการนำมูลค่าของ Bitcoin ไปใช้บน Ethereum ซึ่งอยู่อีก Blockchain หนึ่ง

วิธีหนึ่งคือเอา Bitcoin เข้า Exchange (ศูนย์ซื้อขายคริปโต) แล้วแลกเป็นสินทรัพย์อื่น

Exchange โดยทั่วไปจะมี KYC – Know Your Customer (การตรวจและยืนยันตัวตนลูกค้า) และ AML – Anti-Money Laundering (ระบบป้องกันและตรวจสอบการฟอกเงิน)

แต่ RenBridge สร้าง “สะพาน” เชื่อม Blockchain เข้าหากัน

Bitcoin → RenBridge → Ethereum

เมื่อเอา BTC เข้า RenVM ตัว Bitcoin จริงจะถูกล็อกไว้ แล้วระบบสร้าง renBTC ซึ่งเป็นตัวแทนของ Bitcoin เพื่อนำไปใช้บน Ethereum

ตรงนี้ต้องแยกให้ชัด เพราะชื่อคล้ายกัน

REN = เหรียญของระบบ Ren

renBTC = ตัวแทนของ Bitcoin ที่ถูกนำข้าม Blockchain ผ่าน RenVM

เป็นคนละอย่างกัน

เทคโนโลยีนี้มีประโยชน์มาก เพราะทำให้สินทรัพย์สามารถข้ามจาก Blockchain หนึ่งไปอีก Blockchain หนึ่งได้ โดยไม่ต้องผ่าน Exchange แบบเดิม

แต่คุณสมบัติเดียวกันนี้ก็มีอีกด้านหนึ่ง

ถ้าคนทั่วไปข้ามสะพานได้ คนร้ายก็ข้ามได้เหมือนกัน

แล้ว Elliptic พบอะไรใน RenBridge?

บริษัทวิเคราะห์ Blockchain อย่าง Elliptic ตามเส้นทางธุรกรรมย้อนหลังและระบุว่า ตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา

RenBridge ถูกใช้ในการฟอกเงินที่เป็นรายได้จากอาชญากรรมอย่างน้อย 540 ล้านดอลลาร์

คิดเป็นเงินไทยเกือบ สองหมื่นล้านบาท

นี่ไม่ใช่ตัวเลขที่ผมกล่าวหาขึ้นเอง แต่เป็นผลการวิเคราะห์ Blockchain ของ Elliptic

ในจำนวนนี้ Elliptic ระบุว่ามีเงินจากการขโมย Cryptocurrency อย่างน้อย 267.2 ล้านดอลลาร์

เงินจาก Ransomware (มัลแวร์เรียกค่าไถ่) มากกว่า 153 ล้านดอลลาร์

รวมถึง Conti มากกว่า 53 ล้านดอลลาร์ และ Ryuk มากกว่า 92 ล้านดอลลาร์

และยังมีเงิน 33.8 ล้านดอลลาร์ จากการแฮ็ก Liquid exchange ซึ่ง Elliptic เชื่อมโยงกับกลุ่มแฮ็กเกอร์เกาหลีเหนือ

เหตุผลที่ RenBridge มีประโยชน์กับอาชญากร คือสามารถทำสิ่งที่เรียกว่า Chain-hopping (การย้ายสินทรัพย์จาก Blockchain หนึ่งไปยังอีก Blockchain หนึ่ง)

แทนที่จะต้องเป็น

Bitcoin → Exchange → ตรวจตัวตน → แลกสินทรัพย์

ก็สามารถเป็น

Bitcoin → RenBridge → Ethereum

เมื่อเงินกระโดดจาก Blockchain หนึ่งไปอีก Blockchain หนึ่ง การตามรอยก็ซับซ้อนขึ้น

ทีนี้มาดูเรื่องเวลา เพราะตรงนี้สำคัญมาก

RenVM เปิด Mainnet เมื่อ 27 พฤษภาคม 2020

ในเวลานั้น Taiyang Zhang เป็นผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO ของ Ren

และข้อมูลของ Elliptic แสดงว่า ในช่วงปลายปี 2020 มีเงินจาก Ransomware ถูกนำผ่าน RenBridge แล้ว

ดังนั้น Timeline ตรงนี้ชัดเจน

เงินจากอาชญากรรมบางส่วนที่ Elliptic ตรวจพบว่าถูกนำผ่าน RenBridge เกิดขึ้นในช่วงที่ Taiyang Zhang ยังเป็น CEO ของ Ren

นี่เป็นข้อเท็จจริงเรื่องช่วงเวลา ไม่ใช่ข้อสันนิษฐาน

แต่ข้อเท็จจริงนี้ ไม่ได้พิสูจน์ว่า Zhang รู้เห็นหรือมีส่วนร่วมในการฟอกเงิน

สิ่งที่มันยืนยันคือ

ในช่วงเวลาที่ Zhang ยังเป็น CEO เงินจากอาชญากรรมได้เริ่มใช้ RenBridge เป็นเส้นทางแล้ว

ลองเปรียบเทียบให้ง่ายที่สุด

สมมติบริษัทหนึ่งสร้างถนน

วันหนึ่งโจรขับรถผ่านถนนเส้นนั้นเพื่อหนีตำรวจ

เราจะบอกว่า

“คนสร้างถนนเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับโจร เพราะโจรใช้ถนนของเขา”

ไม่ได้

เพราะคนสร้างถนนอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารถคันไหนเป็นรถของโจร และไม่มีอำนาจเลือกว่ารถคันไหนจะใช้ถนน

แต่กรณี RenVM ต่างออกไป

ลองนึกภาพว่าถนนเส้นนี้ มีกล้องวงจรปิดที่สามารถย้อนดูเส้นทางได้ มีคนคุมด่าน มีไม้กั้น และคนคุมยังสามารถปิดทางเข้า เปลี่ยนการทำงานของระบบ หรือแม้แต่ปิดถนนทั้งเส้นได้

ตรงนี้เรื่องเริ่มไม่เหมือนถนนธรรมดาแล้ว

เพราะคำถามไม่ได้มีแค่ว่า

“โจรใช้ถนนหรือไม่?”

แต่ต้องถามต่อว่า

“คนคุมด่านรู้หรือไม่ว่ารถคันนั้นเป็นรถของโจร?”

และถ้ารู้ —

“เขาปิดทางได้หรือไม่?”

นี่คือเหตุผลที่เราต้องดูว่า Ren มีอำนาจควบคุม RenVM มากแค่ไหน

หลายคนอาจเข้าใจว่า RenVM เป็นระบบ Decentralized (กระจายอำนาจ) ดังนั้นทีม Ren ก็คงไม่มีอำนาจควบคุมมัน

แต่เมื่ออ่านเอกสารของ Ren เอง ภาพไม่ได้เป็นแบบนั้น

RenVM มีสิ่งที่เรียกว่า Darknodes (เครื่องคอมพิวเตอร์หรือเซิร์ฟเวอร์ที่เป็นโหนดในเครือข่าย RenVM)

บุคคลทั่วไปสามารถนำเครื่องเข้ามาเป็น Darknode ได้ โดยต้องวางเหรียญ 100,000 REN เป็นหลักประกัน

แต่การมี Darknodes จากบุคคลภายนอก ไม่ได้หมายความว่าอำนาจสำคัญของ RenVM ถูกกระจายออกจากทีม Ren ไปหมดแล้ว

Ren มีแผนที่จะค่อย ๆ กระจายอำนาจของ RenVM ออกจากทีมพัฒนา แต่ กระบวนการนี้ไม่เคยเสร็จสมบูรณ์ก่อน RenVM 1.0 ถูกปิดลง

หลักฐานสำคัญอยู่ในเอกสารของ Ren วันที่ 11 มีนาคม 2021

เอกสารระบุว่า งานสำคัญสองส่วนคือ

Consensus (กระบวนการตัดสินว่าธุรกรรมใดถูกต้อง)

และ

Execution (การนำธุรกรรมนั้นไปดำเนินการจริง)

ยังเป็นความรับผิดชอบของ Darknodes ที่ดำเนินการโดยทีมพัฒนา Ren

ส่วน Darknodes ของบุคคลทั่วไปมีบทบาทด้าน Peer-to-Peer หรือ P2P (การเชื่อมต่อและส่งข้อมูลระหว่างเครื่องในเครือข่าย)

Ren กำลังเตรียมสิ่งที่เรียกว่า Greycore (กลุ่มโหนดพิเศษที่จะให้บุคคลหรือองค์กรอื่นเข้ามาร่วมรับผิดชอบงานสำคัญของระบบ) เพื่อค่อย ๆ กระจายอำนาจส่วนเหล่านี้ออกไป

แต่การกระจายอำนาจอย่างสมบูรณ์ ไม่เคยเกิดขึ้นก่อน RenVM 1.0 ถูกปิด

และยังมีข้อเท็จจริงที่ชัดเจนกว่านั้น

RenVM เคยถูก Pause (หยุดการทำงานชั่วคราว) เพื่อบำรุงรักษา ติดตั้ง Software Update แล้วจึงเปิดระบบกลับขึ้นมา

พูดเป็นภาษาคนธรรมดา

คนที่ดูแลสะพานยังมีสวิตช์

แต่สิ่งที่ยืนยันเรื่องนี้ได้ชัดที่สุด เกิดขึ้นหลัง FTX ล้มในเดือนพฤศจิกายน 2022

Cryptocurrency มูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์ถูกนำออกจาก FTX โดยไม่ได้รับอนุญาต

Elliptic ตามเส้นทางเงินเหล่านั้นและพบว่า คนร้ายเปลี่ยน ETH เป็น renBTC ก่อนใช้ RenBridge ย้ายมูลค่าประมาณ 74 ล้านดอลลาร์ไปยัง Bitcoin

ตรงนี้ต้องพูดให้ชัด

คนร้ายเป็นคนย้ายเงินประมาณ 74 ล้านดอลลาร์ผ่าน RenBridge ไม่ใช่ทีม Ren

พูดง่าย ๆ คือ Elliptic ตามเห็นเงินที่ถูกนำออกจาก FTX วิ่งผ่านสะพาน Ren

Elliptic ยังรายงานด้วยว่า เงินที่ถูกนำออกจาก FTX บางส่วนถูก Tether และ Paxos อายัดไว้ได้

นี่ทำให้เห็นหลักง่าย ๆ ว่า

ถ้ารู้ว่าเงินก้อนไหนเป็นเงินที่ถูกขโมย และคนที่ควบคุมระบบมีอำนาจหยุดมัน เงินก็สามารถถูกหยุดได้

ทีนี้กลับมาดูสิ่งที่ ทีม Ren ทำเองหลัง FTX และ Alameda ล้ม

ตรงนี้สำคัญมาก

ทีม Ren ประกาศว่าจะ ปิดการ Mint หรือปิดทางนำสินทรัพย์ใหม่เข้าสู่ RenVM 1.0

แต่ยังเปิด Burn หรือทางออก เพื่อให้ผู้ถือ renAssets สามารถถอนสินทรัพย์กลับไปยัง Blockchain ต้นทางได้

จากนั้น RenVM 1.0 ก็ถูกปิดลง

พูดง่าย ๆ ด้วยภาพถนนเมื่อสักครู่

Ren สามารถปิดทางเข้า แต่ยังเปิดทางออก และสุดท้ายปิดถนนทั้งเส้นได้

ตรงนี้ไม่ต้องคาดเดา เพราะ Ren ทำให้เห็นเอง

ดังนั้นคำอธิบายว่า

“RenBridge เป็น DeFi หรือเป็นระบบ Decentralized เงินวิ่งผ่านไปเอง ทีม Ren ทำอะไรไม่ได้”

ฟังไม่ขึ้น

เพราะแผนที่จะทำให้ RenVM กระจายอำนาจอย่างสมบูรณ์ ไม่เคยเสร็จก่อน RenVM 1.0 ถูกปิด

และหลัง FTX ล้ม ทีม Ren ก็แสดงให้เห็นด้วยการกระทำจริงว่า สามารถปิดไม่ให้สินทรัพย์ใหม่เข้าสู่ RenVM และสุดท้ายปิดระบบได้

เพราะฉะนั้น เราไม่ต้องถามแล้วว่า

“Ren มีอำนาจหยุดเงินไม่ให้ผ่าน RenVM หรือไม่?”

มี

อย่างน้อยที่สุด ทีม Ren สามารถ ปิดทางนำสินทรัพย์ใหม่เข้าสู่ RenVM และปิดระบบทั้งหมดได้

กลับไปที่ภาพถนนอีกครั้ง

ถนนเส้นนี้ มีกล้องวงจรปิดที่ย้อนดูเส้นทางได้ มีคนคุมด่าน มีไม้กั้น และปิดถนนได้

เพราะฉะนั้นคำถามสำคัญจึงไม่ใช่

“มีไม้กั้นไหม?”

เรารู้แล้วว่า มี

และไม่ใช่

“ปิดทางได้ไหม?”

เรารู้แล้วว่า ปิดได้

คำถามที่สำคัญจริง ๆ คือ

“ตอนที่เงินจาก Ransomware เงินจากการแฮ็ก และเงินอาชญากรรมกำลังไหลผ่าน RenBridge คนที่คุมด่านรู้หรือไม่ว่าเงินนั้นมาจากไหน?”

จากนั้นมาดูความสัมพันธ์กับ Alameda

ต้นปี 2021 Alameda เข้ามาเกี่ยวข้องกับ Ren

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2021 Zhang ประกาศว่าทีมพัฒนา Ren จะเข้าร่วมกับ Alameda และมีแผนนำ RenVM ไปเชื่อมกับ Solana และ Serum

ที่น่าสนใจคือ หลังจาก Alameda เข้ามาแล้ว เอกสาร Ren วันที่ 11 มีนาคม 2021 ยังระบุว่า Consensus และ Execution ของ RenVM เป็นความรับผิดชอบของ Darknodes ที่ดำเนินการโดยทีมพัฒนา Ren

ดังนั้นเมื่อเอา Timeline มาเรียงกัน

ปี 2020 — RenVM เปิดใช้งาน ขณะที่ Zhang เป็น CEO

ปลายปี 2020 — Elliptic พบเงินจาก Ransomware ใช้ RenBridge แล้ว

ปี 2021 — ทีมพัฒนา Ren เข้าร่วมกับ Alameda

ปี 2021 — เอกสารของ Ren ยังระบุว่าทีมพัฒนาดำเนินส่วนสำคัญของระบบ

ปี 2020–2022 — Elliptic ประเมินว่า RenBridge ถูกใช้ฟอกเงินจากอาชญากรรมอย่างน้อย 540 ล้านดอลลาร์

พฤศจิกายน 2022 — FTX ล้ม และ Elliptic ตามพบเงินประมาณ 74 ล้านดอลลาร์ที่ถูกนำออกจาก FTX ถูกย้ายผ่าน RenBridge ไปยัง Bitcoin

หลัง FTX/Alameda ล้ม — ทีม Ren ปิดทางนำสินทรัพย์ใหม่เข้าสู่ RenVM 1.0 ก่อนที่จะปิดระบบทั้งหมด

ตรงนี้คือเส้นแบ่งที่สำคัญที่สุดของเรื่อง

การที่ Taiyang Zhang เป็น CEO ในช่วงที่เงินจากอาชญากรรมเริ่มผ่าน RenBridge ไม่ได้ทำให้เขาเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดโดยอัตโนมัติ

เหมือนคนสร้างถนนไม่ผิดเพียงเพราะโจรเอาถนนไปใช้

แต่กรณีนี้มีคำถามเพิ่มขึ้น เพราะตอนนี้เรารู้แล้วว่า

หนึ่ง — Elliptic ระบุว่า RenBridge ถูกใช้ฟอกเงินจากอาชญากรรมอย่างน้อย 540 ล้านดอลลาร์

สอง — เงินจากอาชญากรรมบางส่วนเริ่มผ่าน RenBridge ตั้งแต่ช่วงที่ Taiyang Zhang ยังเป็น CEO

สาม — RenVM ไม่เคยไปถึงการกระจายอำนาจอย่างสมบูรณ์ก่อน RenVM 1.0 ถูกปิด

สี่ — ทีม Ren สามารถหยุดและเปลี่ยนแปลงการทำงานของระบบได้

และ

ห้า — หลัง FTX ล้ม ทีม Ren ทำให้เห็นด้วยตัวเองว่า สามารถปิดทางเข้าสู่ RenVM และสุดท้ายปิดระบบทั้งหมดได้

เพราะฉะนั้น สิ่งที่ต้องหาคำตอบต่อไม่ใช่ว่า Ren มีอำนาจหยุดหรือไม่

เรารู้แล้วว่า มี

สิ่งที่ต้องหาคำตอบคือ

พวกเขารู้หรือไม่ว่าเงินเหล่านั้นมาจากอาชญากรรม?

เคยมีหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย บริษัทวิเคราะห์ Blockchain หรือบุคคลใดแจ้งทีม Ren หรือไม่?

ถ้าเคยแจ้ง แจ้งเมื่อไร?

ใครได้รับแจ้ง?

และเมื่อได้รับแจ้งแล้ว ทำอะไร?

เพราะถ้าไม่รู้ว่าเป็นเงินจากอาชญากรรม ก็เป็นเรื่องหนึ่ง

แต่ถ้าพิสูจน์ได้ว่า

รู้ว่าเป็นเงินจากอาชญากรรม

มีอำนาจหยุดทางนั้น

และ

ยังจงใจช่วยให้เงินเดินต่อ

เรื่องนี้ก็จะไม่ใช่แค่ “โจรมาใช้ถนน” อีกต่อไป

เพราะกฎหมายสิงคโปร์มีหลักเรื่อง Abetment (การยุยง สมคบ หรือจงใจช่วยเหลือให้เกิดการกระทำความผิด) ซึ่งรวมถึง Intentional Aid (การจงใจให้ความช่วยเหลือ)

และการที่เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าการสอบสวนหรือความรับผิดทางอาญาจะหมดไปตามเวลา

วันนี้ยังไม่มีหลักฐานที่ทำให้ผมสามารถกล่าวได้ว่า Taiyang Zhang รู้เห็นหรือจงใจช่วยเหลือในการฟอกเงิน

แต่วันนี้เรารู้มากกว่าเดิมแล้ว

Blockchain บอกเราว่าเงินเดินไปไหน

Elliptic บอกเราว่าเงินจากอาชญากรรมอย่างน้อย 540 ล้านดอลลาร์ใช้ RenBridge

Timeline บอกเราว่าเงินจากอาชญากรรมบางส่วนเริ่มผ่าน RenBridge ในช่วงที่ Zhang ยังเป็น CEO

และ Ren ทำให้เราเห็นเองว่าคนดูแลสะพานไม่ได้ไม่มีไม้กั้น

หลัง FTX ล้ม

พวกเขาปิดทางเข้าได้

และสุดท้ายปิดสะพานได้

ดังนั้นคำถามสุดท้ายจึงง่ายมาก

ถ้า ไม่รู้ ว่าเป็นเงินอาชญากรรม คนสร้างถนนก็อาจเป็นเพียงคนสร้างถนนที่โจรเอาไปใช้

แต่ถ้าพิสูจน์ได้ว่า

รู้ว่าเป็นโจร + มีกล้องให้ตามรอย + มีไม้กั้น + ปิดทางได้ + แต่ยังจงใจเปิดทางให้ผ่าน

นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่งโดยสิ้นเชิง

และ Blockchain มีคุณสมบัติอย่างหนึ่งที่สำคัญมาก

เวลาผ่านไปได้ แต่ Transaction ไม่หาย

ตอนนี้เรารู้แล้วว่า เงินเดินไปไหน

เรารู้แล้วว่า ใครเป็น CEO ในช่วงเวลาสำคัญ

เรารู้แล้วว่า ไม้กั้นมีอยู่จริง และปิดทางได้

สิ่งที่เหลือให้ขุดคือ

ใครรู้ รู้อะไร รู้เมื่อไร และเมื่อรู้แล้ว — ทำอะไร?”

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img