“รังสิมันต์ โรม” เผยพรรคร่วมฝ่ายค้านแบ่งเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างเคารพกัน ย้ำพรรคประชาชนเตรียมข้อมูลครอบคลุมทุกประเด็น มั่นใจการอภิปรายมีประสิทธิภาพ เชื่อรัฐบาลกังวลเพราะข้อมูลมีน้ำหนัก พร้อมจับตาความเคลื่อนไหวพรรคกล้าธรรมและรอยร้าวในฝ่ายสีน้ำเงิน
เมื่อวันที่ 20 ต.ค. ที่อาคารอนาคตใหม่ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยระบุว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านทำงานด้วยความเคารพซึ่งกันและกัน สิ่งสำคัญคือการบริหารเวลาให้เหมาะสมกับสัดส่วน สส.ของแต่ละพรรค เนื่องจากบางพรรคมี สส.ไม่มาก จึงอาจได้รับเวลาอภิปรายไม่มากตามไปด้วย
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ฝ่ายค้านให้ความสำคัญกับกรอบเวลาอภิปราย 5 วันอย่างมาก เพราะมีรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายและผู้อภิปรายจำนวนมาก จึงต้องจัดสรรเวลาให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ส่วนการจัดตัวผู้อภิปรายของพรรคประชาชน ขอพูดในภาพรวมว่าครอบคลุมทุกประเด็น
สำหรับหัวข้ออภิปราย นายรังสิมันต์ ระบุว่า ยังไม่อยากเปิดเผยรายละเอียด เพราะถือเป็นความลับที่ประชาชนจะได้เห็นในวันอภิปราย โดยแต่ละพรรคให้เกียรติและเชื่อมั่นในวุฒิภาวะของกันและกัน ไม่ได้ไล่สอบถามว่าใครจะอภิปรายเรื่องใด แม้อาจมีบางประเด็นที่ต้องหารือร่วมกัน เพื่อให้การทำหน้าที่มีประสิทธิภาพสูงสุดและสมกับความไว้วางใจของประชาชน
เมื่อถามถึงข้อสังเกตว่าอาจมีการอภิปรายโดยใช้ข้อมูลซ้ำซ้อนกัน นายรังสิมันต์ กล่าวว่า หากเป็นเรื่องซ้ำหรือไม่มีประสิทธิภาพ รัฐบาลก็จะชี้แจงได้ง่าย และไม่จำเป็นต้องกังวล เพราะหากฝ่ายค้านไม่มีสาระ ประชาชนก็จะเป็นผู้ตัดสินเอง แต่การที่รัฐบาลพยายามพูดถึงเรื่องเหล่านี้ รวมถึงย้ำว่ามีเสียงสนับสนุนเพียงพอและทุกคนพร้อมอยู่กับรัฐบาลนั้น ตนมองว่าเป็นเพราะรัฐบาลรู้ว่าข้อมูลที่ฝ่ายค้านจะนำมาอภิปรายมีน้ำหนักและอาจสร้างแรงสะเทือนต่อรัฐบาลได้ การออกมาแสดงท่าทีเช่นนี้มากขึ้นจึงอาจทำให้ประชาชนมองว่ารัฐบาลกำลังดิ้นและยังนิ่งไม่พอ
นายรังสิมันต์ ยืนยันว่า ฝ่ายค้านจะทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา แม้บางเรื่องอาจเป็นเรื่องเดียวกัน แต่สาระและประเด็นอาจแตกต่างกัน พร้อมมั่นใจว่าการอภิปรายครั้งนี้จะมีประสิทธิภาพ ส่วนจะนำไปสู่การดำเนินคดีทางกฎหมายหรือไม่นั้น ยังมีหลายปัจจัยที่ฝ่ายค้านควบคุมไม่ได้ แต่มั่นใจในข้อมูลและเอกสารที่เตรียมไว้ ไม่ใช่การอภิปรายแบบ “น้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งโหรงเหรง”
ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลอาจใช้เวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจเพื่อปรับเก้าอี้รัฐมนตรีและดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ต้องรอดูความชัดเจนก่อน โดยส่วนตัวไม่มั่นใจว่า สส.ฝ่ายสีน้ำเงินทุกคนจะพอใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ และมองว่าอาจมีความเคลื่อนไหวบางอย่างที่สะท้อนว่าไม่ได้มีความสามัคคีหรือสมานฉันท์กันอย่างที่เห็น แต่ไม่ขอลงรายละเอียด เพราะเกรงว่าผู้ให้ข้อมูลจะได้รับความเดือดร้อน
ทั้งนี้ ต้องติดตามว่าพรรคของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จะเข้าร่วมรัฐบาลได้หรือไม่ และจะตัดสินใจอย่างไรในช่วงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ อย่างไรก็ตาม พรรคประชาชนจะให้ความสำคัญกับเนื้อหาการอภิปรายเป็นหลัก ส่วนการจับมือทางการเมืองหรือการปรับเปลี่ยนตำแหน่งรัฐมนตรี เป็นเรื่องที่อยู่นอกเหนืออำนาจของฝ่ายค้าน
เมื่อถามถึงแคมเปญของพรรคประชาชน “กินรวบ รวยแล้วหรือยัง บริหารประเทศรายวัน” ที่ถูกมองว่าอาจดูเบาเมื่อเทียบกับแคมเปญของพรรคประชาธิปัตย์ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ใช่แคมเปญอย่างเป็นทางการของพรรค และยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะมีการอภิปรายเมื่อใด จึงขอให้รอติดตามการนำเสนอประเด็นให้ชัดเจนและเข้าใจง่ายสำหรับประชาชน โดยพรรคจะหารือกันในวันที่ 21 ต.ค. และอาจต้องพูดคุยต่อ พร้อมยืนยันว่าจะไม่ยอมให้ฝ่ายรัฐบาลเอาเปรียบ



















