นายกฯ อนุทิน เผยรัฐมนตรี 18 คน รวมตัวเอง ต้องเตรียมข้อมูลแจงศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยอมรับต้องทำการบ้านหนักที่สำนักนายกฯ และมหาดไทย ย้ำรัฐบาล “อนุทิน 2” มีเสียงสนับสนุนเกือบ 300 เสียง แยกเรื่องการเมืองกับมิตรภาพส่วนตัวของ “ธรรมนัส” พร้อมปัดตอบข่าวปรับ ครม. และดึงพรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาล ชี้ทุกอย่างยังไม่เกิด อย่าเพิ่งสมมุติ
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 20 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า ตนเองก็เป็นหนึ่งในผู้ถูกอภิปรายเช่นกัน ดังนั้นทุกกระทรวงต้องเตรียมข้อมูลเพื่อชี้แจง โดยเชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้ทำงานเป็นทีม เนื่องจากมีพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลเพียง 2 พรรค ทำให้การประสานงานและความร่วมมือไม่ยุ่งยาก
เมื่อถามว่ากังวลกระทรวงใดเป็นพิเศษหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า สำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานที่ตนต้องทำการบ้านให้มาก ส่วนความมั่นใจในการชี้แจงของรัฐมนตรีนั้น ไม่สามารถพูดว่ามั่นใจได้อย่างเต็มปาก เพราะการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 มีการลงมติ หากถามว่ามั่นใจในตัวเองหรือไม่ ก็มั่นใจอยู่ภายใน แต่จะออกมาพูดว่ามั่นใจมากคงไม่เหมาะสม
เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าเสียงสนับสนุนรัฐบาลจะมากกว่าเสียงที่มีอยู่ นายอนุทินกล่าวว่า หากย้อนดูประวัติศาสตร์ ผู้ที่จะเป็นรัฐบาลได้ต้องมีเสียงข้างมาก โดยรัฐบาล “อนุทิน 1” เป็นกรณีที่มีเสียงข้างน้อย แต่ยังไม่มีการอภิปรายก็ยุบสภาไปก่อน ส่วนรัฐบาล “อนุทิน 2” ปัจจุบันมีเสียงสนับสนุนในสภาเกือบ 300 เสียง
ส่วนกรณีรับประทานอาหารร่วมกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม นายอนุทินหัวเราะก่อนกล่าวว่า “ต้องตอบด้วยหรือคนเป็นเพื่อนกัน”
เมื่อถามถึงกระแสข่าวพรรคกล้าธรรมอาจยุบพรรคแล้วมารวมกับพรรคภูมิใจไทย นายอนุทินระบุว่า เป็นเพียงกระแส พร้อมอธิบายว่าตนกับ ร.อ.ธรรมนัส คบหากันมาตั้งแต่สมัยเป็นผู้กอง และเป็นเพื่อนที่พึ่งพากันมาโดยตลอด แต่เรื่องการเมืองต้องแยกออกจากเรื่องมิตรภาพ เพราะหากมิตรภาพเพียงอย่างเดียวทำให้ทุกอย่างเป็นไปได้ ก็ต้องถามว่าทำไม ร.อ.ธรรมนัส จึงไม่ได้อยู่ในรัฐบาลชุดนี้ โดยย้ำว่าความสัมพันธ์ส่วนตัวยังคงดีต่อกันได้ ขณะที่เรื่องการเมืองต้องพิจารณาแยกกัน
นายอนุทินกล่าวถึงกระแสข่าวพรรคกล้าธรรมอาจเข้าร่วมรัฐบาลหรือยุบพรรคมารวมกับภูมิใจไทยหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เรื่องดังกล่าวยังไม่เกิดขึ้น จึงไม่ควรพูดล่วงหน้า เมื่อถามว่าการอภิปรายครั้งนี้จะเป็นตัวชี้วัดการเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคกล้าธรรมหรือไม่ นายอนุทินขอให้ถามเรื่องการทำงาน โดยระบุว่าในวันนี้รัฐบาลได้อนุมัติหลายเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศ
ส่วนกรณีหากพรรคกล้าธรรมลงมติสนับสนุนรัฐบาล จะนำมาพิจารณาเชิญเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้น นายอนุทินกล่าวว่า การลงมติเป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละคน ขอให้รอให้เหตุการณ์เกิดขึ้นก่อน พร้อมระบุว่า ช่วงวันที่ 27-29 ต.ค. เป็นช่วงที่รัฐมนตรีสามารถไปฟังการอภิปรายได้เต็มที่ และมีข้อเสนอให้ลงมติวันที่ 30 ต.ค. อย่างไรก็ตาม กำหนดการดังกล่าวยังต้องหารือกันระหว่างวิป 3 ฝ่ายร่วมกับประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยนายอนุทินยอมรับว่าก่อนหน้านี้อาจใช้คำพูดไม่เหมาะสมที่ระบุว่าเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องการ จึงขออภัยและชี้แจงว่าเป็นเพียงข้อเสนอเท่านั้น
เมื่อถามถึงการคาดการณ์ว่าเสียงสนับสนุนรัฐบาลจะเพิ่มขึ้นหลังการอภิปราย นายอนุทินกล่าวว่า ต้องดำเนินไปทีละขั้นตอน เพราะขณะนี้ยังไม่มีการอภิปราย หลังอภิปรายเสร็จต้องมีการชี้แจงและลงมติ จึงจะทราบผล พร้อมย้ำว่ารัฐบาลไม่สามารถประเมินล่วงหน้าได้ว่ารัฐมนตรีจะได้รับคะแนนเท่าใด แต่ต้องมั่นใจในข้อมูลที่จะใช้ตอบข้อซักถาม ข้อสงสัย และข้อกล่าวหาจากฝ่ายค้าน โดยไม่ใช่เพียงนายกรัฐมนตรีเท่านั้น แต่รัฐมนตรีอีก 17 คนที่ถูกอภิปรายก็ต้องชี้แจงเช่นกัน เมื่อถามว่าจะมีการปรับคณะรัฐมนตรีหลังการอภิปรายหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า “โอ๊ย อย่าเพิ่งไปถาม”
สำหรับกระแสข่าวเรื่องการยกกระทรวงพาณิชย์ให้พรรคกล้าธรรม นายอนุทินย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า “กระทรวงริมน้ำแปลว่าอะไร” ก่อนผู้สื่อข่าวจะระบุว่าหมายถึงกระทรวงพาณิชย์ และถามต่อว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ยังแข็งแรงอยู่หรือไม่ นายอนุทินหัวเราะโดยไม่ได้ตอบคำถาม
ท้ายที่สุด เมื่อผู้สื่อข่าวถามสมมุติว่าหากพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาลจริงจะเป็นอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า “อย่าสมมุติ รอ มันสมมุติอะไรไม่ได้ทั้งนั้น วันนี้ยังไม่อภิปรายและยังไม่ลงคะแนนเลย” พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลจะทำงานเพื่อประชาชนและประเทศอย่างเต็มที่ ไม่ว่าใครจะอยู่ ใครจะไป หรือมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างไร การทำงานเพื่อประชาชนจะไม่เปลี่ยนแปลง



















