“โรม”ชี้สิ่งที่รัฐต้องตรวจสอบอย่างจริงจัง คือเส้นเงินเว็บพนัน-แพลตฟอร์มคริปโตฯ

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

‘โรม’ ชี้ แพลทฟอร์มคริปโตเคอร์เรนซีไทย ที่มีเส้นเงินไปถึงเว็บพนัน Shuffle มีหน้าที่ต้องตรวจสอบเข้มข้น เพื่อสกัดกั้นไม่ให้มีถูกใช้ไปทำธุรกรรมผิดกฎหมาย แต่สำคัญกว่านั้น คือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

วันที่ 25 ต.ค.69 นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน และประธานกรรมาธิการกฎหมายฯ สภาผู้แทนฯ โพสต์ข้อความระบุว่า

“[ประเด็นเส้นเงินเว็บพนัน-แพลทฟอร์มคริปโตฯ สิ่งสำคัญคือ ภาครัฐต้องตรวจสอบอย่างจริงจังว่าไม่ได้จงใจใช้เล่นพนัน-ฟอกเงิน อย่าให้สังคมกังขาว่ามีนอกมีใน]

จากกรณีที่มีการสืบหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคุณสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ กับสามี และเว็บพนันออนไลน์ Shuffle (ซึ่งในส่วนหนึ่งได้มีการพิจารณากันใน กมธ.กฎหมายฯ สภาผู้แทนราษฎร) ซึ่งล่าสุดมีการเปิดเผยถึงเส้นเงินระหว่าง Shuffle กับแพลทฟอร์มซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีในประเทศไทย เช่น Bitkub, Maxbit

และมีผู้ออกมาแสดงความกังวลว่า จะเป็นการกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรมต่อแพลทฟอร์มดังกล่าวข้างต้น ว่ามีส่วนสนับสนุนการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับเส้นเงินเหล่านั้น เช่น การพนัน, การฟอกเงิน โดยเปรียบเทียบกับช่องทางธุรกรรมทางการเงินอื่นๆ เช่น การโอนเงินผ่านธนาคาร ว่าแม้จะมีการทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย ก็ไม่ได้หมายความว่าทางธนาคารต้องรับผิดด้วย

ผมขออธิบายตามลำดับดังนี้

  1. การที่มีเส้นเงินระหว่าง Shuffle กับแพลทฟอร์มคริปโตเคอร์เรนซีไทย เมื่อรวมกับข้อเท็จจริงที่ว่า เว็บไซต์ Shuffle สามารถเข้าถึงได้จากไทยจนถึงเมื่อเร็วๆ นี้ มีการระบุประเทศไทยเป็นประเทศที่สามารถเข้าเล่นได้ และมีการโฆษณาต่างๆ ที่สามารถเห็นได้จากไทย อย่างน้อยที่สุดแสดงให้เห็นแล้วว่า มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับการพนันที่มีส่วนใดส่วนหนึ่งเกิดขึ้นในราชอาณาจักรไทย รวมถึงอาจเป็นความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน ซึ่งกำหนดให้การพนันเป็นความผิดมูลฐานตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินด้วย ประเด็นในข้อนี้หน่วยงานที่รับผิดชอบอย่างตำรวจไซเบอร์ ก็ยังยืนยันกับผมเองในที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯ สำหรับตัวผู้กระทำผิดในชั้นนี้คือ ตัวผู้ให้บริการ Shuffle เอง และอาจรวมถึงผู้มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องด้วย
  2. ส่วนแพลทฟอร์มคริปโตเคอร์เรนซีไทยที่มีเส้นเงินไปถึง Shuffle นั้น หากกล่าวโดยทั่วไป ก็ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่า ผู้ให้บริการแพลทฟอร์มไม่ได้มีความผิดตามกฎหมายด้วย อย่างไรก็ตามต้องตั้งข้อสังเกตไว้ดังนี้

2.1. คริปโตเคอร์เรนซีเป็นเครื่องมือที่ได้รับความนิยมมากและมากขึ้นเรื่อยๆ ในการเคลื่อนย้ายเงินของเครือข่ายอาชญากรรม ซึ่งความเคลื่อนไหวเหล่านี้ มักจะมาเห็นเค้าลางก็เมื่อมีการเก็บรวบรวมข้อมูลกันในภายหลัง ผมเห็นว่าการมองข้ามแนวโน้มความน่าจะเป็นของการใช้คริปโตเคอร์เรนซีโดยเครือข่ายอาชญากรรม มองว่าไม่แตกต่างจากช่องทางการเงินอื่นๆ หรืออ้างยันเรื่องทางเทคนิคมากมาย จนไม่อาจป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะไม่ส่งผลดีต่อวงการผู้ใช้งานคริปโตเคอร์เรนซีเอง

2.2. ด้วยเหตุตามข้อ 2.1. ผู้ให้บริการแพลทฟอร์มคริปโตเคอร์เรนซี มีหน้าที่ต้องตรวจสอบอย่างเข้มข้น เพื่อสกัดกั้นมิให้มีผู้ใช้แพลทฟอร์มของตนไปทำธุรกรรมผิดกฎหมาย เช่น รวบรวมเส้นทางการเงินทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ทำบัญชีดำกระเป๋า (wallet) ที่น่าสงสัย ไม่ให้เครดิตแก่ธุรกรรมที่น่าสงสัย เป็นต้น (ซึ่งก็ต้องให้ความเป็นธรรมว่า ทางแพลทฟอร์มที่มาให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการฯ ก็มีความพยายามดังกล่าวอยู่บ้าง แต่นั่นก็ตอกย้ำว่า ในความเป็นจริงแล้วทางแพลทฟอร์มมีศักยภาพในการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหานี้)

2.3. แม้ว่าข้อมูลที่เปิดเผยออกมาขณะนี้ จะยังไม่ได้ยืนยันว่าแพลทฟอร์มคริปโตเคอร์เรนซีมีความผิดตามกฎหมายด้วย แต่หากในอนาคตมีข้อมูลเพิ่มเติมที่แสดงให้เห็นว่า ทางแพลทฟอร์มรู้หรือควรรู้ว่ามีธุรกรรมเพื่อการพนันหรือการฟอกเงินผ่านแพลทฟอร์มของตน แล้วมิได้กระทำการอันควรเพื่อยับยั้ง ก็จะต้องพิจารณากันต่อไปว่าจะกลายเป็นความผิดตามกฎหมายหรือไม่

  1. สิ่งที่สำคัญยิ่งไปกว่าเรื่องความรับผิดชอบของผู้ให้บริการแพลทฟอร์ม และเป็นสิ่งที่ผมเน้นย้ำมาตลอด นั่นคือการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงดิจิทัลฯ, ตำรวจไซเบอร์, ตลาดหลักทรัพย์ ต้องเข้าไปตรวจสอบว่า แพลทฟอร์มถูกใช้เป็นที่ฟอกเงินให้เว็บพนันอย่างจงใจหรือไม่ รู้เห็นเป็นใจหรือเปล่า ซึ่งหน่วยงานเหล่านี้มีทั้งอำนาจหน้าที่และเครื่องไม้เครื่องมือในการตรวจสอบได้อยู่แล้ว

คำถามคือแล้วหน่วยงานเหล่านี้ได้ทำแล้วหรือยัง? ถ้ายัง แล้วทำไมไม่ทำ? แล้วเมื่อไหร่จะทำ? ซึ่งถ้าหากภาครัฐยังคงเพิกเฉยหรือล่าช้าในการดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้ ผลจะกลายเป็นยิ่งทำให้สังคมกังขาต่อตัวผู้ให้บริการแพลทฟอร์มเสียเอง ว่าอาจมีเบื้องลึกเบื้องหลังจริงๆ หรือถึงขั้นมีนอกมีในบางอย่างกับรัฐบาลได้ พูดง่ายๆ ในอีกนัยหนึ่ง ยิ่งรัฐบาลดำเนินการอย่างจริงจัง ฉับไวและตรงไปตรงมา ยิ่งเป็นผลดีต่อภาคเอกชนที่ประกอบการอย่างสุจริตครับ”

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img