“ศุภจี” เผยกระทรวงพาณิชย์ประสาน ปภ. เตรียมพร้อมดูแลสินค้าอุปโภคบริโภค รองรับประชาชนจัดกระเป๋าฉุกเฉินดำรงชีพ 72 ชั่วโมง ย้ำมั่นใจสินค้าไม่ขาดแคลน สั่งจับตาสต๊อกสินค้า ห่วงโซ่อุปทาน และระบบขนส่ง พร้อมเพิ่มรอบรถและกำลังคนส่งสินค้าเข้าพื้นที่ประสบภัย
เมื่อเวลา 11.50 น. วันที่ 5 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เตรียมประสานกระทรวงพาณิชย์ เพื่อดูแลสินค้าอุปโภคบริโภค หากประชาชนจัดเตรียม “กระเป๋าต้องรอด” สำหรับดำรงชีพในช่วง 72 ชั่วโมง ว่า กระทรวงพาณิชย์จะเข้ามาดูแลเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสินค้าขาดแคลน โดยนำแนวทางการบริหารจัดการจากสถานการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา มาใช้เป็นบทเรียนในการเตรียมความพร้อม
ที่ผ่านมา ปภ. กระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด และสำนักงานพาณิชย์จังหวัด จะทำงานอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ขณะที่กระทรวงพาณิชย์จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางดูแลระบบห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) และการบริหารจัดการกระจายสินค้า ตั้งแต่ผู้ผลิตไปจนถึงห้างค้าส่งและค้าปลีก
โดยจะประสานให้ผู้ประกอบการสำรองสินค้าในปริมาณที่เพียงพอ พร้อมจัดส่งรถขนส่งสินค้าเข้าสู่พื้นที่ประสบภัยอย่างเหมาะสม หากจำเป็นจะเพิ่มรอบการขนส่ง เพิ่มปริมาณสินค้า และกำลังคน รวมถึงตรวจสอบระบบบริหารจัดการของห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้าปลีกและค้าส่ง ตลอดจนศูนย์กระจายสินค้าทั่วประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าจะกระจายไปถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึง
นางศุภจีกล่าวอีกว่า สำหรับความกังวลเรื่องสินค้าขาดแคลน กระทรวงพาณิชย์ค่อนข้างมั่นใจ เนื่องจากได้ทำงานใกล้ชิดกับศูนย์กระจายสินค้า ผู้ผลิต ตลอดจนผู้ประกอบการค้าปลีกและค้าส่ง เพื่อวางแผนรองรับและป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาสินค้าขาดตลาด
ส่วนด้านอุปทานและการบริหารจัดการห่วงโซ่การผลิต จะต้องตรวจสอบผู้ผลิตในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ด้วย เช่น บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ ว่าได้รับผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานจากสถานการณ์น้ำท่วมหรือไม่ โดยจะหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาว่าจำเป็นต้องใช้เครื่องมือหรือมาตรการใดเพิ่มเติม รวมถึงมาตรการด้านภาษีนำเข้ารถยนต์ เพื่อช่วยรองรับผลกระทบที่เกิดขึ้น
“รัฐบาลได้ดูแลหลังบ้านให้ โดยในเรื่องความขาดแคลน ยืนยันว่า กระเป๋าต้องรอด 72 ชั่วโมง สินค้าได้มีการเตรียมความพร้อมไว้แล้ว” นางศุภจีกล่าว



















