วันพฤหัสบดี, พฤษภาคม 23, 2024
หน้าแรกHighlightโบรกมอง''ดีล TRUE-DTAC''เชิงบวก คาดทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์พ.ย.นี้
- Advertisment -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

โบรกมอง”ดีล TRUE-DTAC”เชิงบวก คาดทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์พ.ย.นี้

TRUE-DTAC แจ้งตลาดฯ รับหนังสือจากกสทช.อย่างเป็นทางการ พร้อมเงื่อนไขเฉพาะ ด้านโบรกฯ มอง ช่วยลดต้นทุนเป็นบวกต่ออุตสาหกรรมระยะยาว คาดทำคำซื้อหลักทรัพยพ.ย. ตั้งบริษัทใหม่ปลายปีนี้หรือต้นเดือนม.ค.ปีหน้า


รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมาบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่าได้รับหนังสืออย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) แล้ว เรื่อง แจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการ กสทช.รับทราบการรวมธุรกิจระหว่าง 2 บริษัท โดยมีการกําหนดเงื่อนไขหรือมาตรการเฉพาะเพื่อกํากับดูแลการควบรวมครั้งนี้

ทั้งนี้ DTAC ระบุว่าอยู่ระหว่างการประเมินเงื่อนไขดังกล่าวอย่างรอบคอบ และจะรายงานความคืบหน้าที่มีนัยสำคัญต่อ ตลท. ต่อไป ในการนี้ ทั้ง 2 บริษัทยังคงแยกกันอย่างอิสระในการดำเนินธุรกิจขององค์กรต่อไปตามปกติ  

ด้าน TRUE ระบุว่า บริษัทจะทําการพิจารณาเงื่อนไขหรือมาตรการเฉพาะดังกล่าว เพื่อนําไปสู่ข้อสรุปที่เหมาะสม เพื่อดำเนินการในขั้นต่อไป หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมที่สําคัญเกี่ยวกับการพิจารณาเงื่อนไขหรือมาตรการเฉพาะของ กสทช. บริษัทฯ จะแจ้งความคืบหน้าที่สําคัญต่อ ตลท.ต่อไป
          

บล.เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า กรณีคณะกรรมการ กสทช. ลงมติเสียงข้างมากรับทราบการรวมธุรกิจระหว่าง TRUE กับ DTAC พร้อมกำหนดเงื่อนไขมาตรการเฉพาะเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและพัฒนากิจการโทรคมนาคม เช่น การคงทางเลือกของผู้บริโภคโดยกำหนดให้ TRUE–DTAC ยังคงแบรนด์การให้บริการแยกจากกัน 3 ปี, การขยายบริการ 5G ครอบคลุมประชากร 85% ภายใน 3 ปี, กำหนดเพดานราคาของอัตราค่าบริการเฉลี่ยให้ลดลง 12% นั้น จะเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มโทรศัพท์มือถือ ดังนี้

1. เป็นบวกต่ออุตสาหกรรมการให้บริการโทรศัพท์มือถือ เพราะหลังรวมธุรกิจแล้ว จำนวนผู้ประกอบการหลักในตลาดผู้ให้บริการมือถือลดลงจาก 3 ราย เหลือ 2 ทำให้การแข่งขันมีแนวโน้มจะลดความรุนแรงลงจากปัจจุบันได้ 2. เป็นบวกต่อ TRUE และ DTAC ด้านศักยภาพการแข่งขันจากฐานลูกค้าที่จะเพิ่มจากสิ้นงวดไตรมาส 2/2565 ที่มีลูกค้าอยู่ 33.3 ล้านราย และ 20.3 ล้านราย ตามลำดับ เป็น 53.6 ล้านราย หรือมีส่วนแบ่งการตลาดฐานลูกค้าประมาณ 50% อีกทั้งคาดหวังผลประกอบการที่ดีขึ้นจากต้นทุน และค่าใช้จ่ายที่จะลดลง

สำหรับมาตรการที่ กสทช. กำหนดออกมานั้น มองว่าส่วนใหญ่น่าจะเป็นเงื่อนไขที่ TRUE และ DTAC ยอมรับได้ แต่อาจต้องศึกษาทำความเข้าใจให้ตรงกันกับ กสทช. ก่อน โดยประเด็นสำคัญ คือ การต้องลดค่าบริการเฉลี่ย 12% และการห้ามลดจำนวนสถานีฐาน (cell sites) ของทั้ง 2 บริษัทลงจากเดิม ซึ่งเรื่องค่าบริการที่จะลดลง มองว่าน่าจะชดเชยได้ด้วยการประหยัดต่อขนาดที่จะเกิดขึ้นหลังการรวมกิจการ ขณะที่เรื่อง Cell site ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะลดต้นทุนได้


ขั้นตอนต่อไป คือ TRUE และ DTAC จะมีการจัดทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ (Tender Offer) จากผู้ถือหุ้นเดิมของ TRUE ในราคา 5.09 บาท และ DTAC ในราคา 47.76 บาท และจัดประชุมผู้ถือหุ้นทั้ง 2 บริษัท เพื่อให้อนุมัติเกี่ยวกับบริษัทใหม่ที่จะเกิดจากการรวมธุรกิจ จึงจะดำเนินการตั้งบริษัทใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเกิดได้ปลายปีนี้ หรือต้นเดือนมกราคม 2566


บล. ฟินันเซีย ไซรัส มองเป็นบวกต่ออุตสาหกรรมในระยะยาวในแง่การแข่งขันที่จะทยอยลดลงและเอื้อต่อการทำกำไรมากขึ้น ราคาหุ้น TRUE-DTAC มี Upside จำกัด เทียบกับราคา Tender Offer ส่วนบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC จะเป็นอีกหนึ่งรายที่ได้รับประโยชน์ทางอ้อม


บล. กสิกรไทย ระบุว่า เชื่อว่า TRUE และ DTAC จะเดินหน้าควบรวมธุรกิจ โดยกระบวนการทํา Tender Offer คาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้ และกระบวนการแลกเปลี่ยนหุ้นน่าจะเกิดในเดือนธันวาคม 2565  และ หุ้นใหม่ของ mergeco น่าจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในสิ้นปี 2565


ทั้งนี้คาดว่า ราคาเสนอซื้อ (VTO) ของ DTAC ที่ 47.76 บาท และ ของ TRUE ที่ 5.09 บาท จะเปลี่ยนจากแนวต้านเป็นแนวรับ โดยคงมุมมองเชิงบวกต่อการควบรวมของทั้ง 2 บริษัทจากการสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการลดต้นทุน และเพิ่มรายได้ แนะนํา Outperform

- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_imgspot_img

Featured

- Advertisment -spot_img
Advertismentspot_imgspot_img
spot_imgspot_img