วันพฤหัสบดี, พฤษภาคม 30, 2024
หน้าแรกHighlightผลสอบคกก.ชุดนายกฯตั้งสอบ 2 บิ๊กตร.เชื่อ“บิ๊กโจ๊ก”ส่อร่วมกระทำผิดฟอกเงิน
- Advertisment -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

ผลสอบคกก.ชุดนายกฯตั้งสอบ 2 บิ๊กตร.เชื่อ“บิ๊กโจ๊ก”ส่อร่วมกระทำผิดฟอกเงิน


คกก.ชุดนายกฯ ตั้งสอบ 2 บิ๊กตำรวจ เผย ผลสอบเชื่อ ‘บิ๊กโจ๊ก’ ส่อร่วมกระทำความผิดฟอกเงิน เหตุ รู้ว่าเป็นเงินจากเว็บพนัน-ได้รับผลประโยชน์ ส่วน ‘บิ๊กต่อ’ รอ ‘ทนายตั้ม’ แจงหลังยื่นหลักฐาน 10 เม.ย.นี้ ยืนยันรู้ผลก่อนเกษียณแน่นอน


กรณีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ลงนามคำสั่งให้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร.และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เข้ามาช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเปิดทางให้มีการตรวจสอบข้อขัดแย้งที่มีการกล่าวหากัน เมื่อวันที่ 20 มี.ค.67 ที่ผ่านมา ก่อนจะลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีปรากฎเป็นข่าวต่อสาธารณะเกี่ยวกับความขัดแย้งในเรื่องคดีของบุคลากรภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ล่าสุด วันที่ 5 เม.ย.67 ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.วินัย ทองสอง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ก.ตร. ในฐานะคณะกรรมการ และเลขานุการคณะกรรมการชุดดังกล่าว แถลงความคืบหน้าครั้งที่ 1 ระบุว่า คณะกรรมการฯ เชิญคนที่เกี่ยวข้องมาสอบถามจากทั้งสองฝ่าย จำนวนทั้งสิ้นเกือบ 30 นาย เช่น พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ , พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง , พล.ต.ต.นำเกียรติ ธีระโรจนพงษ์ , พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย , พ.ต.อ.ดุสิต พรหมสิน ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา และทีมทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ซึ่งเป็นคนที่อยู่ทั้งสองฝ่ายทั้งฝั่งของคนที่กล่าวหา พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ซึ่งได้เชิญบุคคลทั้งหมดนี้มาสอบถาม โดยจะให้ส่งเอกสารชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมพยานหลักฐานต่างๆ ภายในวันที่ 30 เม.ย.นี้ และจะให้ฝั่ง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ส่ง ข้อมูลเอกสารที่เหลือทั้งหมดมาให้คณะกรรมการฯ ภายในวัน 20 เม.ย.นี้


พล.ต.อ.วินัย บอกว่า ตนเคยพูดก่อนหน้านี้แล้วว่า ชุดข้อมูลซีกของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เดินมาเกือบสุดทาง และมาสุดทางจริงๆ ตอนศาลอาญาอนุมัติหมายจับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้ตรวจสอบพยานหลักฐานต่างๆ แล้ว ”เราเชื่อไปในทิศทางเดียวกันกับที่ศาลออกหมายจับคือ มีการร่วมกระทำความผิดจริง”


เมื่อถามว่าอะไรทำให้เชื่อไปในทิศทางเดียวกับศาล พล.ต.อ.วินัย กล่าวว่า จากการเรียกมาสอบถามและตรวจสอบพยานหลักฐานต่างๆ เราเห็นพยานหลักฐาน
ซี่งเป็นคนละชุดกับพนักงานสอบสวน จึงมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง ขณะนี้หลักฐานชัดเจน


พล.ต.อ.วินัย กล่าวว่า การตรวจสอบข้อเท็จจริงยังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ แต่ในส่วนของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จากการดูพยานหลักฐานแล้วเราเชื่อว่ามีการกระทำผิดจริง และเชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องและรับประโยชน์ รวมทั้งเชื่อว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ รู้ว่าเงินมาจากบัญชีม้าของเว็บพนัน ส่วนเส้นเงินไปไหน-อย่างไร ไม่ขอเปิดเผยในส่วนนี้ แต่มีหลักฐานที่สามารถพิสูจน์ได้ ทั้งนี้ ทั้งนั้นยังต้องตรวจสอบพยานหลักฐานเพิ่มเติมอีก ก่อนจะยืนยันว่า คณะกรรมการฯไม่ได้เอาศาลเป็นตัวตั้งในการสรุป


พล.ต.อ.วินัย ยืนยันว่า คณะกรรมการฯ มีความโปร่งใส ตรงไปตรงมา และอย่ามาบอกว่าช่วยเหลือใครฝั่งใดฝั่งหนึ่ง คณะกรรมการชุดนี้มีอำนาจในการตรวจสอบทั้งข้าราชการและบุคคลทั่วไปที่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ โดยไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการในชั้นศาลในอนาคต ส่วนหากภายหลังเกิดกรณีศาลมีคำพิพากษาว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ไม่ได้กระทำความผิด ซึ่งขัดกับผลการตรวจสอบของคณะกรรมการ จะถือเป็นปัญหาหรือไม่นั้น มองว่าเป็นเรื่องของอนาคต เพราะแม้ว่าศาลจะชี้ว่าไม่ผิด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นจะไม่ผิด เป็นเรื่องที่ต้องว่ากันตามพยานหลักฐาน


ทั้งนี้ พล.ต.อ.วินัยกล่าวว่า ไม่กังวล หาก ‘บิ๊กโจ๊ก’ ฟังอยู่แล้ว จะฟ้องคณะกรรมการฯ เพราะดูตามข้อเท็จจริง ซึ่งส่วนนี้ ‘บิ๊กโจ๊ก’ ยังคงสามารถเข้าชี้แจงและต่อสู้ได้ในกระบวนการยุติธรรม แต่ในส่วนของคณะกรรมการฯ เมื่อได้ผลสรุปแล้ว จากนี้ทางคณะกรรมการต้องทำสรุปรายงาน พร้อมหลักฐาน เสนอต่อนายกรัฐมนตรี โดยไม่ต้องรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงฝั่ง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ เนื่องจากหากไม่ทันกำหนดภายใน 60 วัน ก็สามารถขยายขยายระยะเวลาต่อไปได้ แต่ยืนยันเสร็จก่อนเกษียณอายุราชการอย่างแน่นอน


พล.ต.อ.วินัย ระบุว่า เมื่อต้องหาคดีอาญาแล้ว จากนี้เป็นเรื่องของวินัย โดยมีผู้บังคับบัญชาเป็นคนดำเนินการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ซึ่งส่วนนี้ไม่เกี่ยวกับคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของตน และไม่ขอออความเห็นเรื่องโทษทางวินัย


เมื่อถามย้ำว่าจากการเป็นข้าราชการตำรวจ เมื่อตำรวจโดนหนักระดับนี้ มีโอกาสเป็น ผบ.ตร. ได้หรือไม่ พล.ต.อ.วินัย ยังคงงดแสดงว่าความเห็นเหมือนเดิม แต่เชื่อว่าศึกครั้งนี้ใกล้จบลงแล้ว
ส่วนที่มองว่าทางการตรวจสอบฝ่าย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ แล้วเสร็จอย่างรวดเร็วนั้น พล.ต.อ.วินัยกล่าวว่า เนื่องจากพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานมาเป็นเวลานานกว่า 7 เดือน อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการชุดนี้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานจากบุคคลที่เกี่ยวข้องเอง ไม่ได้นำข้อมูลจากพนักงานสอบสวนมาอ้างอิงเท่านั้น


ส่วนกระบวนการตรวจสอบฝั่งของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์นั้น ในพุธวันที่ 10 เม.ย.นี้ เวลา 10:30 น. จะเชิญนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เข้าให้ข้อมูลที่บ้านมนังคศิลา หลังจากที่คณะทำงานได้เชิญมาหลายครั้ง แต่ทนายตั้มอ้างว่า ติดภารกิจเดินสายร้องเรียน ซึ่งจะต้องสอบถามทนายตั้มเกี่ยวกับที่มาของเอกสารที่ได้นำไปร้องทุกข์กล่าวโทษ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ และภรรยา ที่ สน.เตาปูน รวมทั้งที่มาของพยานบุคคล และเส้นทางการเงินที่ระบุว่ามีความเชื่อมโยง กับ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์และภรรยา

ขอบคุณข้อมูลจากเพจสรยุทธ์ สุทัผสนะจินดา กรรมกรข่าว

- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_imgspot_img

Featured

- Advertisment -spot_img
Advertismentspot_imgspot_img
spot_imgspot_img