“วราวุธ ศิลปะอาชา” ยันประเทศไทยมีเพียงระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ปัดเปรียบเทียบ “ระบอบทักษิณ” กับ “ระบอบสีน้ำเงิน” หลังถูกถามถึงการเคลื่อนไหวของ สนธิ ลิ้มทองกุล ชี้เป็นแค่สไตล์การทำงานที่แตกต่าง พร้อมฝากเตือนกลุ่มผู้ชุมนุมให้อยู่ในกรอบกฎหมายและไม่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน
วันที่ 8 กันยายน 2569 เวลา 08:48 น.ที่รัฐสภา นายวราวุธศิลปอาชา สส.สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรมว.อุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง ในฐานะที่มีประสบการณ์คิดว่าระบอบทักษิณกับสีน้ำเงินว่าอะไรน่ากลัวกว่ากันว่า ตนคิดว่าไม่มีระบอบ มีแต่ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ต้องยอมรับว่าแต่ละพรรคการเมืองและผู้นำในแต่ละห้วงเวลามีลักษณะการทำงานที่แตกต่างกันออกไป ส่วนที่บอกว่าระบอบนั้นระบอบนี้ คนไทยอยู่ภายใต้ระบอบเดียวคือ ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่การเมืองในแต่ละช่วงมีเทคนิคใหม่ ๆ และมีแนวทางการทำงานใหม่ ๆ เกิดขึ้นมา
เมื่อถามถึงจะฝากอะไรถึงผู้ชุมนุมการเคลื่อนไหว จะทบต่อรัฐบาลหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า อยากก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชน จะออกมาใช้สิทธิ์ใช้เสียงหรือแสดงความคิดเห็นอย่างไร ขอให้อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย อย่าทำให้มีความเดือดร้อนกับผู้คนรอบข้าง



















