ชี้ซักฟอก 7-11 ธ.ค.รัฐบาล‘ไพ่เหนือกว่า’ เหตุรู้โจทย์ล่วงหน้ามีเวลาเตรียมตัวตั้งรับ

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“เทพไท” วิเคราะห์เกมอภิปรายไม่ไว้วางใจ 7-11 ธันวาคม รัฐบาลถือไพ่เหนือกว่า หลังยืดเวลาจากกำหนดเดิม เปิดโอกาสเตรียมคำชี้แจงรับมือฝ่ายค้าน เปรียบเหมือนรู้ข้อสอบล่วงหน้า ชี้รัฐบาลขยับหลายประเด็น ทั้งคดีสแกมเมอร์ โครงการโซลาร์เซลล์ และการโต้กลับข้อมูลฝ่ายค้าน ขณะที่ฝ่ายค้านเสี่ยงเสียกระแส แต่ยังมีโอกาสพลิกเกม หากมีประเด็นใหม่เปิดโปงการทำงานรัฐบาลก่อนถึงวันอภิปราย

เมื่อวันที่ 29 ต.ค.69 นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง และอดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความระบุว่า จากกระแสข่าวการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลจำนวน 18 คนของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ซึ่งมีข้อยุติว่าจะเปิดอภิปรายระหว่างวันที่ 7-11 ธ.ค.นี้ ถือเป็นการยืดระยะเวลาออกไปอีกกว่าหนึ่งเดือน เมื่อเทียบกับกำหนดการเดิมที่คาดว่าจะอภิปรายระหว่างวันที่ 27-30 ต.ค.ที่ผ่านมา

ในช่วงการต่อรองจำนวนวันและกำหนดวันอภิปราย ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลต่างใช้กลยุทธ์ชิงไหวชิงพริบเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบ โดยฝ่ายรัฐบาลอ้างภารกิจของนายกรัฐมนตรีที่ไม่สามารถจัดสรรเวลาให้มีการอภิปรายต่อเนื่อง 4-5 วันได้ ขณะที่ฝ่ายค้านพยายามกดดันให้กำหนดวันอภิปรายในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน แต่ท้ายที่สุดกลับได้ข้อสรุปเป็นวันที่ 7-11 ธ.ค.

นายเทพไท วิเคราะห์ว่า หากพิจารณาจากเกมการเมืองเรื่องวันอภิปราย ฝ่ายรัฐบาลมีแนวโน้มได้เปรียบมากกว่าฝ่ายค้าน เพราะการเลื่อนวันออกไปทำให้รัฐบาลมีเวลาเตรียมตัวตั้งรับ เนื่องจากฝ่ายค้านยื่นญัตติไว้ล่วงหน้า และรัฐบาลย่อมทราบประเด็นที่จะถูกอภิปรายในระดับหนึ่งแล้ว เปรียบเสมือนผู้เข้าสอบที่รู้แนวข้อสอบก่อน จึงมีเวลาเตรียมคำตอบและวางแผนรับมือได้มากขึ้น

นายเทพไท มองว่า ในช่วงที่ผ่านมาเริ่มเห็นความเคลื่อนไหวของรัฐบาลในหลายประเด็นที่อาจเชื่อมโยงกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เช่น กรณีแก๊งสแกมเมอร์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งมีรายงานการออกหมายจับผู้ต้องหา 6 คน รวมถึงนายเบน สมิธ นายยิม เลียก น.ส.แคทรียา และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยรัฐบาลอาจใช้ความคืบหน้าของคดีเป็นส่วนหนึ่งในการชี้แจงว่าได้ให้ความสำคัญกับปัญหาและดำเนินการแล้ว ทั้งนี้ การดำเนินคดีและข้อกล่าวหาต่าง ๆ ต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงและกระบวนการยุติธรรม

อีกประเด็นคือการใช้จ่ายเงินตามพระราชกำหนดกู้เงิน 400,000 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลเร่งผลักดันโครงการโซลาร์เซลล์ภาคประชาชน โดยอาจใช้เป็นคำอธิบายถึงความจำเป็นและประโยชน์ของมาตรการดังกล่าว เพื่อตอบข้อวิจารณ์ของฝ่ายค้านเกี่ยวกับความเร่งด่วนในการออกพระราชกำหนดกู้เงิน

นอกจากนี้ ยังมีความเคลื่อนไหวในการตั้งคำถามต่อความน่าเชื่อถือของข้อมูลฝ่ายค้าน โดยนายเทพไทกล่าวถึงกรณี น.ส.รักชนก ศรีนอก และการแชร์เพจ Godd Dam ซึ่งอาจถูกนำมาใช้โต้แย้งความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่ฝ่ายค้านเตรียมอภิปราย

สำหรับฝ่ายค้าน นายเทพไทเห็นว่า การเลื่อนวันอภิปรายออกไปอาจทำให้ประเด็นที่พยายามผลักดันต่อสาธารณชนสูญเสียความสดใหม่ กระแสความสนใจทางการเมืองลดลง และประชาชนอาจติดตามประเด็นดังกล่าวน้อยลงเมื่อเวลาผ่านไป

อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาที่เพิ่มขึ้นก็ไม่ได้หมายความว่าฝ่ายค้านจะเสียเปรียบทั้งหมด เพราะหากระหว่างนี้เกิดประเด็นใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของรัฐบาล และฝ่ายค้านสามารถรวบรวมข้อเท็จจริงมาขยายผลได้ ก็อาจกลับมาเรียกความสนใจจากประชาชนได้อีกครั้ง โดยนายเทพไทหยิบยกกรณี น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ซึ่งถูกกล่าวถึงในประเด็นเว็บพนันออนไลน์ของสามี เป็นตัวอย่างของประเด็นที่อาจถูกนำมาขยายผลทางการเมือง ทั้งนี้ ต้องแยกข้อกล่าวหาออกจากข้อเท็จจริงที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว

นายเทพไทประเมินด้วยว่า การกำหนดวันอภิปรายในช่วงวันที่ 7-11 ธ.ค. อาจเป็นผลดีต่อรัฐบาลในแง่จังหวะเวลา เพราะหลังจากนั้นยังมีพระราชพิธีสำคัญ เทศกาลคริสต์มาส และเทศกาลปีใหม่ ซึ่งอาจทำให้ความสนใจของประชาชนเคลื่อนไปสู่กิจกรรมช่วงปลายปี และส่งผลให้กระแสข่าวเกี่ยวกับผลการอภิปรายไม่ไว้วางใจลดลงเร็วกว่าที่ฝ่ายค้านคาดหวัง

“การเลื่อนวันอภิปรายออกไปถึงวันที่ 7-11 ธ.ค. จึงอาจทำให้รัฐบาลมีเวลาเตรียมตั้งรับมากขึ้น ขณะที่ฝ่ายค้านต้องรักษากระแสและความน่าเชื่อถือของข้อมูลให้ได้จนถึงวันอภิปราย อย่างไรก็ตาม เกมยังไม่จบ เพราะหากมีประเด็นใหม่เกิดขึ้นก่อนถึงวันซักฟอก ก็อาจเปลี่ยนสถานการณ์ทางการเมืองได้” นายเทพไท ระบุ

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img