‘ยศชนัน’ เผย มาถูกทางแล้ว หลังโพลคะแนนสูงเป็นอันดับ 1 มั่นใจ เหมา สส. ลำพูน – เชียงใหม่ คืนได้ ชี้ ต้องไม่ประมาท เดินหน้าสื่อสารนโยบายเชิงลึก ด้าน ‘สุริยะ’ โว ผลงานสมัยนั่ง รมว.คมนาคม ไม่ขยายประเด็นหลาน บอก แค่นี้ก็สะเทือนแล้ว
วันที่ 9 ม.ค.2569 เวลา 13.30 น. ที่อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงผลโพลนายยศชนัน ที่มีคะแนนนนิยมความเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นอันดับหนึ่ง จะต้องเสริมความนิยมของพรรคอย่างไร ว่า เท่าที่ดูขณะนี้มีความใกล้เคียงกัน สิ่งสำคัญที่สุด คือแสดงว่าเรามาถูกทางแล้ว เราดำเนินนโยบายในการที่เราเป็นผู้นำที่สามารถเชื่อมโยงทุกคนได้ และพยายามสื่อสารเรื่องนโยบายใหม่ๆไปเรื่อยๆ และสื่อสารนโยบายให้ลึกลงไป เพื่อให้เห็นชัดว่า สิ่งที่เราทำ เป็นสิ่งที่ประเทศฝากความหวังไว้ได้ ซึ่งตนคิดว่ายังพอมีเวลาอีกประมาณ 1 เดือน และคิดว่ากระแสดีขึ้นเกินกว่าความคาดหมาย ขณะเดียวกันเห็นหนทางว่าเรายังสามารถที่จะปรับปรุงเพิ่มเติมได้ การลงพื้นที่ของเรายังเพิ่งเริ่มต้น คิดว่าถ้าได้สื่อสารนโยบายเพิ่มเติมในแต่ละพื้นที่ได้ทุกคนจะให้โอกาสพรรคเพื่อไทย
เมื่อถามว่า มั่นใจว่าจะดึงคะแนนเพื่อไทยกลับมาได้หรือไม่ ทั้งในพื้นที่ จ.ลำพูน และ จ.เชียงใหม่ที่เคยเป็นพื้นที่สีแดง นายยศชนัน กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ มั่นใจมากขึ้น และตนพยายามสื่อสารในสายตาของคนเหนือด้วยกันว่าเราลงพื้นที่นี้มานาน เรามองเห็นว่า สส. ครั้งที่แล้ว อาจจะหายไปบ้าง แต่ไม่ได้ขาดหายไปจากพื้นที่ ตรงนี้เป็นสิ่งที่ทำให้พ่อแม่พี่น้องทุกคนกลับมา และให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี เมื่อเช้าตนไปลงพื้นที่ก็ครึกครื้น หวังเป็นอย่างยิ่งว่า สิ่งเหล่านี้จะทำให้พี่น้องประชาชนเห็นความตั้งใจ และคิดว่าเราจะสามารถที่จะเหมาทั้ง จ.ลำพูน และ จ.เชียงใหม่ กลับมาเป็นของพรรคเพื่อไทยได้อีกครั้ง แต่ก็ประมาทไม่ได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสานต่อความเข้าใจในนโยบายที่เปิดออกไป และยังมีนโยบายที่พร้อมเปิดในช่วงท้ายด้วย
เมื่อถามว่า นโยบายที่เปิดออกมาจะซื้อใจประชาชนได้หรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า ซื้อใจได้เป็นกลุ่มๆและจากการลงพื้นที่ จะเห็นช่องว่างของนโยบายที่คนกลุ่มหนึ่ง ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และการทำงานของคน จึงอยากทำให้เศรษฐกิจหมุนไปได้ เพื่อทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้
ด้านนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการเลือกตั้ง และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย กล่าวเสริมว่า ตอนที่ตนเป็นรมว.คมนาคม ก็ได้นำมาศึกษา และทำหลายโครงการที่ได้เตรียมไว้ เช่น ทางแยกต่างระดับแยกสันกลาง ถนนวงแหวน ตัดกับทางหลวงหมายเลข 317 ไปยังอ.สันกำแพง ซึ่งโครงการเหล่านี้ทำเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรในพื้นที่จ.เชียงใหม่
นอกจากนี้ ตนจะดูเรื่องของรถไฟฟ้า เนื่องจากขณะนี้จ.เชียงใหม่มีรถติดพอสมควร ซึ่งถ้ามีรถไฟฟ้าเข้ามาในจ.เชียงใหม่ อาจจะช่วยได้ ที่สำคัญสนามบินเชียงใหม่ ในสมัยที่ตนดำรงตำแหน่งรมว.คมนาคม ได้ให้นโยบายไว้ จะเห็นได้ว่า สนามบินเชียงใหม่มีความเปลี่ยนแปลง ทั้งเรื่องของความสวยงาม และความสะดวกสบาย อีกทั้งจะมีการสร้างสนามบินแห่งใหม่ ซึ่งมีการไปศึกษาพื้นที่ไว้ ก็จะช่วยรองรับการท่องเที่ยว และลดเสียงรบกวนที่มีต่อประชาชน เนื่องจากสนามบินเชียงใหม่เดิมอยู่ใจกลางเมือง
เมื่อถามว่า เรื่องยากๆที่ทำไว้คิดว่าหากหลานเข้ามาจะทำได้หรือไม่ นายสุริยะ หัวเราะ พร้อมกล่าวว่า ตนคิดว่า พูดไปแค่นั้น ก็สะเทือนพอสมควรแล้ว



















