“พล.ท.อดุลย์” รมช.กลาโหม เพื่อนร่วมรุ่น วปอ.61 ของนายกฯ ที่โชว์ความมั่งคั่งกว่า 105 ล้านบาท พร้อมกรุของสะสมสุดฮือฮา ทั้งพระสมเด็จมูลค่า 3 ล้าน และปืน-นาฬิกาหรูเพียบ
วันที่ 10 ก.พ.2569 ที่ป.ป.ช. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินหนี้สินของ ทรัพย์สิน พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ กรณีเข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมเมื่อ 24 ก.ย.68 โดยพล.ท.อดุลย์ และนางพรชนก คู่สมรส แจ้งมีทรัพย์สินรวม 105 ,894,039 บาท มีหนี้สิน 2,012,433 บาท
เป็นทรัพย์สินของพลโทอดุลย์ 32,425,985 บาท ประกอบด้วยเงินสด 150,000 บาทเงินฝาก 3,041,503 บาท เงินลงทุน 8,529,680 บาท ในหุ้นสหกรณ์กองทัพบกภาคที่ 2 และ บมจ .เคจีไอ(ประเทศไทย) ที่ดิน 5 แปลงในจังหวัดนครราชสีมา ,สุรินทร์ , บุรีรัมย์,ปราจีนบุรี รวมมูลค่า 1,426,055 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 9.8 ล้านบาท โดยเป็นบ้านพักใน จ.นครราชสีมา และห้องชุดย่านประชาชื่น กรุงเทพฯ ยานพาหนะ 2.55 ล้านบาท สิทธิและสัมปทาน เป็นกรมธรรม์ประกันชีวิต 3,273,746 บาท ทรัพย์สินอื่น 3,655,000 บาท และมีหนี้สินเป็นสินเชื่อบ้านธนาคารทหารไทยธนชาต ซึ่งมียอดหนี้คงเหลือ 2,012,433 บาท
นอกจากนี้แจ้งมีรายได้ต่อปีรวม 3,112,320 บาท เป็นเงินเดือน 864,720 บาทเงินประจำตำแหน่ง 498,000 บาท เงินบำนาญ 921,600 บาท ค่าตอบแทนอื่นเบี้ยประชุม 120,000 บาท และยังมีรายได้จากทรัพย์สินอื่น เป็นเงินปันผลสหกรณ์ 3,000 บาท เงินปันผลหุ้นบมจเคจีไอ 600,000 บาท ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร 5,000 บาท เงินคืนกรมธรรม์ประกันชีวิต 100,000 บาท
และมีรายจ่ายต่อปีรวม 1,654,000 บาทแบ่งเป็นค่าอุปโภคบริโภค 120,000 บาทค่าสาธารณูปโภค 20,000 บาท ค่าอุปการะบุตร 100,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง 90,000 บาท เบี้ยประกันชีวิต 200,000 บาท ชำระหนี้เงินกู้ TTB 620,000 บาท และมีค่าใช้จ่ายในการศึกษาบุตร 30000 บาท ค่าประกันและมารดา 100,000 บาท เงินบริจาคเพื่อกุศลสาธารณะ 70,000 บาท ค่าภาษีเงินได้ประจำปี 200,000 บาท ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่น 1 แสนบาท
ส่วนนางพรชนก มีทรัพย์สินรวม 73,399,754 บาท แบ่งเป็นเงินสด 200,000 บาท เงินฝาก 1,64,250 บาทเงินลงทุน 60,699,280 บาท โดยเป็นการลงทุนในสหกรณ์ออมทรัพย์ครูบุรีรัมย์ 45,699,280 บาท และลงทุนร้านเมืองตะลุงยิ่งเจริญค้าวัสดุ 15 ล้านบาท ที่ดิน 5 แปลงในจังหวัดบุรีรัมย์ รวมมูลค่า 5,802,830 บาท ยานพาหนะ 1.95 ล้านบาท อสิทธิและสัมปทาน เป็นกรมธรรม์ประกันชีวิต 2,833,393 บาท ทรัพย์สินอื่น 310,000 บาท
นอกจากนี้แจ้งมีรายได้ต่อปีรวม 3,864,800 บาท แบ่งเป็นจากดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร 4,800 บาท เงินปันผลจากสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 620,000 บาทเงินคืนกรมธรรม์ประกันชีวิต 45,000 บาทและมีรายได้จากการขายสินค้า 3.14 ล้านบาท รายได้จากการขายเศษวัสดุ 55,000 บาท และมีรายจ่ายต่อปีรวม 860,000 บาท โดยแยกเป็นค่าอุปโภคบริโภค 100,000 บาท ค่าสาธารณูปโภค 60,000 บาท ค่าอุปกรณ์ 120,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง 30,000 บาท ค่าเบี้ยประกันชีวิต 300,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการศึกษาบุตร 40,000 บาท ค่าอุปการะบิดามารดา120,000 บาท เงินบริจาคเพื่อกุศลสาธารณะ 10,000 บาท ค่าภาษีเงินได้ประจำปี 20000 บาท ค่าใช้จ่ายส่วนตัว 60,000 บาท
ส่วนบุตรที่ยังไม่ได้บรรลุนิติภาวะ แจ้งมีสิทธิและสัมปทาน 68,300 บาท
สำหรับทรัพย์สินอื่นที่น่าสนใจของทั้งคู่อาทิ พระเครื่องพระสมเด็จ พร้อมสร้อยทองคำ 1 องค์มูลค่า 3 ล้านบาท นาฬิกาข้อมือ Rolex Datejust 1 เรือนมูลค่า 300,000 บาท นาฬิกาข้อมือ Rolex Submariner Date 1 เรือน มูลค่า 200,000 บาท ปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติ 2 กระบอกรวมมูลค่า150,000 บาท จักรยานGiantTCR 1 คัน 50,000 บาท สร้อยคอทองคำเพชร 1 เส้น 90,000 บาท สร้อยคอทองคำขาวเพชร 1 เส้น 50,000 บาท แหวนทองคำเพชร 1 วง 50,000 บาท กำไรทองคำเพชร 1 วง 60,000 บาท ต่างหูเพชร 1 คู่ 40,000 บาท ต่างหูทองคำขาวเพชร 20,000 บาท
ทั้งนี้พลโทอดุลย์ ก่อนเข้ารับตำแหน่งรมช.กลาโหมในปี 2565-2567 ดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาค 2 เป็นเพื่อนร่วมรุ่นวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรรุ่นที่ 61 กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล




















