”สีหศักดิ์-เอกนิติ-ศุภจี”บรรยายสถานการณ์และการรับมือตะวันออกกลาง ’ไทย‘ ต้องเร่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้า – เตรียมแผนรับมืออพยพ ควบคู่ทำงานแบบมี ‘ยุทธศาสตร์การต่างประเทศเข้มแข็ง-ผู้นำเด็ดขาด’
เมื่อวันที่ 8 มี.ค.69 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคภูมิใจไทย กล่าวตอนหนึ่งต่อ สส.ของพรรคทั้ง192คน ในการสัมมนา สส. ผู้บริหารพรรค และสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ”พูด แล้ว ทำ พลัส“ ว่า ในเรื่องการต่างประเทศ เราจะขับเคลื่อนประเทศไทยไปอย่างไรบ้าง ต้องยอมรับว่าขณะนี้โลกปั่นป่วนมาก กติกาต่างๆที่มี สหรัฐอเมริกาฉีกกติกาหมดทุกอย่าง ดังนั้นไทยต้องมีการต่างประเทศที่เข้มแข็ง มีผู้นำที่เข้มแข็ง ตัดสินใจเด็ดขาด และต้องทำงานเป็นทีมไทยแลนด์ในทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง กระทรวงการต่างประเทศ ทหาร กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เป็นต้น
นายสีหศักดิ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ท้าทายรัฐบาลในช่วงที่โลกกำลังปั่นป่วนคือปัญหาเร่งด่วนต้องแก้ไข อย่างเช่นกรณีสถานการณ์ในตะวันออกกลาง เราจะทำอย่างไรในการอพยพคนไทยที่อยู่ทั้งในประเทศอิหร่าน ดูไบ คูเวต กาตาร์ บาห์เรน หรืออิสราเอล เรามีแผนพร้อมหรือไม่ นอกจากนี้เราต้องดำเนินงานแบบมียุทธศาสตร์ ไม่ใช่แก้ปัญหาแค่เฉพาะหน้าสุดและการทูตต้องยึดผลประโยชน์ และศักดิ์ศรีของประเทศไทย อย่างเช่น กรณีกับกัมพูชา เขามาแบบนี้ เราก็ต้องตอบกลับไปแบบนี้ สุดท้ายเราก็ต้องอยู่ให้ได้กับกัมพูชา ส่วนสหรัฐฯที่เป็นมหาอำนาจ เราก็ต้องอยู่กับสหรัฐฯให้ได้ ถ้าเขามากดดันเราก็ต้องมีศักดิ์ศรี ยอมไม่ได้
“ผมอยากฝากสส.ของพรรคที่จะเข้าไปอยู่ในสภาฯว่า การต่างประเทศมีความเกี่ยวข้องกับสภาฯ ประเทศที่มีความเข้มแข็งเรื่องการต่างประเทศจะมองการต่างประเทศแยกออกจากการเมือง ขอให้ทุกท่านที่เข้าไปอยู่ในสภาฯไม่ว่าจะบทบาทในกรรมาธิการ หรืออะไรต่างๆก็ดี อยากขอให้ช่วยขับเคลื่อนเรื่องการต่างประเทศด้วย” นายสีหศักดิ์ กล่าว
ทั้งนี้นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย กล่าวชื่นชมไปยังนายสีหศักดิ์ และกระทรวงการต่างประเทศ ที่สามารถบริหารจัดการ และประสานงานเรื่องการอพยพคนไทยในประเทศตะวันออกกลางที่กำลังมีปัญหา ได้เป็นอย่างดี มีความรวดเร็ว ลดเสียงวิจารณ์ได้มาก ที่ก่อนหน้านี้เวลามีเหตุการณ์ในลักษณะนี้จะถูกมองว่าดำเนินการล่าช้า

ขณะที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ในฐานะสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ขึ้นเวทีสัมนาพรรคฯ เพื่อพูดคุยกับ สส. ภายใต้งาน “พูดแล้วทำพลัส” ตอนหนึ่งว่า ตนดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในบ้านภูมิใจไทย เราจะใช้นโยบายเศรษฐกิจ 10 พลัส ที่จับต้องได้ในการขับเคลื่อนนำพาประเทศไทยเพื่อให้เติบโตไปข้างหน้า ซึ่งนายกรัฐมนตรี ถือว่าเป็นหัวหน้าทีมรถแข่งที่ชื่อว่าทีมไทยแลนด์เพื่อพาเราไปแข่งในเวทีโลกโดยมีนโยบาย เพื่อช่วยลดหนี้ของคนตัวเล็ก ผู้สูงวัยและธุรกิจขนาดเล็ก ซึ่งการจะไปแข่งบนโลกได้เราก็ต้องยกเครื่องใหม่
นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า ขณะที่วันนี้เศรษฐกิจไทยตอนนี้เจอหลายพายุ อาทิเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง ฉะนั้นหน้าที่ของเราคือต้องคาดการณ์และเตรียมการรองรับ ซึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา นายกฯ ก็เรียกประชุมทุกวัน โดยเราได้เตรียมออกแบบไว้แล้วทั้งเรื่องน้ำมัน ราคาสินค้า เพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน เพราะเราฝันว่าอีก 4 ปีข้างหน้า เราจะต้องได้แชมป์ในเวทีโลก
ด้านนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ในฐานะสมาชิกพรรค กล่าวว่า เหตุการณ์ในตะวันออกกลาง สิ่งที่ตนกังวลคือความไม่แน่นอนว่าจะจบเมื่อไหร่ ฉะนั้นสิ่งที่เราต้องทำตอนนี้คือทำให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าทีมเราทุกคนต้องสามารถตอบโจทย์ได้ โดยในส่วนตนจะมีการควบคุมราคาสินค้าโดยใช้กลไกเพื่อให้จัดการได้อย่างเต็มที่ รวมถึงประสานกับผู้ประกอบการรายเล็กและใหญ่ ซึ่งเส้นทางการขนส่งสินค้าของเรา มีกว่า 60% ที่ต้องผ่านแหลมกู๊ดโฮป ซึ่งหากจะต้องขับอ้อมแหลมดังกล่าวต้องใช้เวลา 10 ถึง 15 วัน ฉะนั้นเราจะต้องหาวิธีว่าจะแก้ไขปัญหาเรื่องขนส่ง
นางศุภจี กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องปุ๋ย เราอยู่ได้ถึงสิงหาคมนี้ ซึ่งหากขาดแคลนเราต้องหาเข้ามาเสริม โดยขณะนี้ตนจะไปคุยกับทางมาเลเซียและบรูไน ขณะที่กรณีภาษีสหรัฐอเมริกา หลังศาลสูงสหรัฐได้เบรกในเรื่องภาษี ที่ผ่านมาเราได้ตกลงกับไว้เยอะโดยหวังว่าจะได้ 19% แต่พอมีคำสั่งดังกล่าว ผู้นำสหรัฐฯ ให้คงที่ 15 % ไประยะเวลา 150 วัน ฉะนั้นวันนี้เราจะต้องรีบจัดสรรภาระต้นทุน
สำหรับเรื่องราคาเพื่อพืชผลเกษตร เราต้องดูแลจัดสรรทั้งระบบและดูว่าเราจะใช้พื้นที่ไหนปรับเปลี่ยนการปลูกพืชให้เป็นพืชเศรษฐกิจได้ซึ่งตนตั้งเป้า 1 ล้านไร่ ส่วนเรื่องการแก้ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอม และพืชผลทางการเกษตร ที่ผ่านมาตนพยามดูในเรื่องการจัดการกับล้ง โดยจะมีการทำล้งกลางได้หรือไม่ ควบคู่ไปดูเรื่องปุ๋ย ฉะนั้นขอให้พี่น้องทุกคนติดต่อตนมาได้ เพื่อให้การเกษตรไทยยั่งยืน เพราะหากแก้ปัญหาภาคเกษตรได้ก็จะเปลี่ยนประเทศเพื่อให้เกิดความยั่งยืนได้



















