’รัฐบาล‘ แจงเหตุยืนกฎหมาย34ฉบับ ยันจริงใจ-ให้ความสำคัญกับ ‘ฝ่ายนิติบัญญัติ-ภาคประชาชน’ เล็งเข้าชื่อ ’สส.ภูมิใจไทย‘ ยื่นร่างแก้ไขรธน.ต่อรัฐสภา ให้เป็นไปตาม21.6ล้านเสียงประชาชน
เมื่อวันที่ 15พ.ค.69 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วนการให้ความเห็นชอบให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ที่รัฐสภามิได้ให้ความเห็นชอบ และยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ตามมาตรา147 วรรคสองของรัฐธรรมนูญ ที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) เป็นผู้เสนอ จำนวน34ฉบับ ภายหลังเปิดให้สมาชิกอภิปรายแสดงความเห็นแล้ว โดยนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า ยืนยันว่ารัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญกับสถาบันนิติบัญญัติ จึงเป็นที่มาของการยืนยันกฎหมายทั้ง34ฉบับ หากสังเกตให้ดีกฎหมายทั้ง34ฉบับ ผ่านมติครม.เพื่อยืนยันกฎหมาย2ครั้ง ครั้งแรกยืนยันที่31ฉบับวันที่5พ.ค. และครั้งล่าสุดยืนยันกฎหมายอีก3ฉบับเมื่อวันที่12พ.ค.ที่ผ่านมา เหตุผลที่ทำแบบนี้เพื่อเว้นช่วงเวลา1สัปดาห์จากที่มีมติ ครม.ครั้งแรก ก่อนที่จะครบกำหนด60วันตามรัฐธรรมนูญมาตรา147ในวันที่12พ.ค. ให้กับผู้ที่ประสงค์อยากจะยืนยันร่างกฎหมายของตัวเองต่อครม. เราพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน ผ่านกระบวนการคิด รับฟังรอบด้าน
“โดยปกติที่ผ่านมา การยืนยันร่างกฎหมายของครม. ส่วนใหญ่แล้ว ครม.จะยืนยันกฎหมายเพียบเฉพาะที่เสนอโดยครม. มีบ้างที่ยืนยันกฎหมายของสส. แต่มีเงื่อนไขคือต้องมีร่างฯของครม.ประกบด้วย จึงจะยืนยัน ไม่ต้องพูดถึงร่างของภาคประชาชน วันนี้รัฐบาลให้ความสำคัญ จะเห็นว่ามีการยืนยันร่างฯของครม.มา21จาก24ฉบับ มี12ฉบับเป็นร่างของสส. และอีก1ฉบับเป็นร่างฯภาคประชาชน ยืนยันว่ารัฐบาลชุดนี้จริงใจต่อสภาฯ เราหยิบยกร่างฯของสส.ที่เห็นว่าสามารถขับเคลื่อนประเทศได้ และเป็นประโยชน์ต่อประชาชน รวมถึงร่างของภาคประชาชน ถ้าเราไม่จริงใจ เราไม่ยืนยันกฎหมายเลยแม้แต่ฉบับเดียวก็ได้ ที่ผ่านมาก็เคยมีหลายรัฐบาลทำ” นายภราดร กล่าว
นายภราดร กล่าวต่อว่า ส่วนร่างฯของภาคประชาชนที่มีการยืนยันเพียง1ฉบับจาก6ฉบับของสภาฯชุดที่แล้วนั้น เพราะมีเพียง1ฉบับดังกล่าวที่แสดงเจตจำนงที่ชัดเจนมายังรัฐบาล ส่วนที่เหลือนั้นไม่มีประชาชนที่แจ้งเจตจำนง ทำให้ไม่สามารถตัดสินใจแทนได้ แม้มี สว.ทำหนังสือถึงรัฐบาลให้ยืนยันร่างกฎหมายของประชาชน แต่เจตจำนงไม่ชัดเจนเหมือนกรณีของน.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาผู้บริโภค อย่างไรก็ดีตาม พ.ร.บ.เข้าชื่อเสนอกฎหมาย ยังมีเวลาให้ประชาชนยืนยันร่างกฎหมาย ภายใน 120 วัน และให้รัฐบาลทบทวน โดยมีเวลาสิ้นสุดคือวันที่ 12 ก.ค.นี้
นายภราดร ยังชี้แจงถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า รัฐบาล และพรรคภูมิใจไทย มีความจริงใจและมีเจตจำนงชัดเจนต่อการแก้รัฐธรรมนูญโดยเปิดช่องให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) และตนได้หารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ว่า วันที่ 19 พ.ค. จะหารือในที่ประชุมพรรคภูมิใจไทย หากไม่มีเหตุขัดข้องจะให้สส.ทั้ง 190 คนยื่นเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อรัฐสภาต่อไป เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชนตามผลประชามติ 21.6 ล้านเสียง



















