“รังสิมันต์ โรม” รับลูกตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport หลังภาคประชาชนร้องเรียน ชี้มีข้อสงสัยเรื่อง TOR และความเชื่อมโยงบริษัทหลายกลุ่ม รวมถึงบริษัทพลังงาน เตรียมเชิญผู้เกี่ยวข้องชี้แจงใน กมธ. ลั่นเปิดพื้นที่ให้ความจริงตรวจสอบได้ครบถ้วน
เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน รังสิมันต์ โรม ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือจากสมาคมส่งเสริมการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐภาคประชาชน สมาคมส่งเสริมการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐภาคประชาชน เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อมูลโครงการ TH-AI Passport
นายรังสิมันต์ ระบุว่า โครงการดังกล่าวมีข้อสงสัยตั้งแต่ต้น และอาจเชื่อมโยงไปถึงประเด็นการทุจริตคอร์รัปชัน โดยข้อมูลจากคำร้องพบว่ามีหลายบริษัทเข้ามาเกี่ยวข้อง รวมถึงบางบริษัทที่ประกอบธุรกิจด้านพลังงาน ซึ่งถือเป็นเรื่องผิดสังเกต และต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน
ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวยังถูกสังคมตั้งคำถามเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง (TOR) ที่อาจมีลักษณะ “ล็อกสเปก” โดยอ้างอิงคำชี้แจงของ ไชยชนก ชิดชอบ ที่เคยตอบกระทู้ในสภาฯ อย่างไรก็ตาม นายรังสิมันต์มองว่า รายละเอียดข้อเท็จจริงอาจยังไม่สอดคล้องกับข้อมูลที่ปรากฏ
นายรังสิมันต์กล่าวอีกว่า โดยหลักการแล้ว กมธ.จะมีการเชิญรัฐมนตรีและผู้เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง แต่ยังไม่สามารถกำหนดวันได้ โดยเฉพาะกรณีของไชยชนก ซึ่งอาจมีหลายประเด็นที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม และอาจมีการออกหนังสือเชิญอย่างเป็นทางการในลำดับต่อไป
สำหรับบริษัทที่ถูกกล่าวถึงในคำร้องนั้น นายรังสิมันต์ระบุว่ายังไม่ขอเปิดเผยรายชื่อ เนื่องจากต้องให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย โดยย้ำว่าผู้ถูกกล่าวหาควรมีโอกาสชี้แจงอย่างเต็มที่ ซึ่งการพิจารณาในชั้น กมธ.จะมีเวลามากกว่าการอภิปรายในสภา และเปิดพื้นที่ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงได้อย่างรอบด้าน
นายรังสิมันต์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า การตรวจสอบโครงการดังกล่าวอาจต้องประสานข้อมูลกับ กมธ.ชุดอื่นที่เกี่ยวข้อง พร้อมย้ำว่าการยื่นให้องค์กรอิสระตรวจสอบเป็นเพียงขั้นพื้นฐาน แต่กระบวนการในเชิงลึกยังต้องพิจารณาหลักฐานและข้อเท็จจริงต่อไป ทั้งในมิติทางกฎหมายและการตรวจสอบทางการเมือง
เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 4 มิ.ย.ที่ทำเนียบรัฐบาลนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.อุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ (กพช.)โดยมีนายนิกร โสมกลาง รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้าร่วมด้วย โดยนายยศชนัน กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยร่วมดำเนินโครงการเพื่อช่วยผู้พิการ ทั้งเทคโนโลยีในการช่วยเหลือผู้พิการทางสมอง การผลิตเทคโนโลยีเพื่อช่วยเหลือผู้พิการสมาร์ทโฮมรวมไปถึงพยายามที่จะทำวิจัยต่อยอดเพิ่มเติมเพื่อพยายามทำให้ประเทศไทยทัดเทียมกับประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะเรื่องกายอุปกรณ์ นายยศชนัน กล่าวต่อว่า กระทรวงพม. เป็นกระทรวงที่ต้องดูแลตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ ซึ่งปัจจุบันเรากำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยและการประชุมในครั้งนี้จะเป็นการแลกเปลี่ยนอย่างหลากหลายและอยากที่จะสื่อไปถึงผู้พิการทุกคนว่า ท่านไม่ได้อยู่เพียงลำพัง วันนี้เราเข้าใจและจะทำให้ศักดิ์ศรีของการอยู่ในประเทศก็สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข และเท่าเทียมกัน รวมไปถึงปัจจุบันมีการพัฒนาโครงสร้างขนส่งสาธารณะที่ตอบโจทย์กับผู้พิการ เพื่อให้ผู้ที่รับบริการทุกคนอย่างเท่าเทียม และจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ทั้งนี้ การประชุมในครั้งนี้ ตนเห็นวาระแล้วมีความสุขและจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด อยากให้ทุกคนเห็นว่าเราจะเปิดรับ และบูรณาการทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าประเทศไหนจะทำได้ดีแค่ไหนก็แล้วแต่ แต่เราไม่แพ้ประเทศนั้นแน่นอนและเพื่อให้ทุกคนไว้ใจ ว่าหวังดีกับทุกคนจริงๆจะบูรณาการกับทุกภาคส่วนในหลายกระทรวงรวมไปถึงผู้ทรงคุณวุฒิ พร้อมย้ำเรื่องใดที่ต้องการได้รับการสนับสนุนก็พร้อมจะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)
“ยศชนัน” นั่งหัวโต๊ะ กพช. เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการ ย้ำรัฐพร้อมหนุนเต็มที่
โปรย: รองนายกฯ นำประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ เผยเดินหน้าต่อยอดเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้พิการ มุ่งยกระดับสวัสดิการ-โครงสร้างพื้นฐานให้เท่าเทียม ย้ำรัฐบาลพร้อมบูรณาการทุกหน่วยงาน
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 4 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ (กพช.) โดยมี นายนิกร โสมกลาง เข้าร่วมประชุมด้วย
นายยศชนันกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ประเทศไทยมีการดำเนินโครงการเพื่อสนับสนุนผู้พิการมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้พิการทางสมอง การพัฒนานวัตกรรมสมาร์ทโฮม รวมถึงการวิจัยเพื่อยกระดับกายอุปกรณ์ให้มีมาตรฐานทัดเทียมนานาชาติ
รองนายกรัฐมนตรีระบุว่า กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นหน่วยงานที่ดูแลประชาชนตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย การประชุมครั้งนี้จึงมุ่งแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พิการในหลายมิติ พร้อมย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างความเท่าเทียมในสังคม
“อยากสื่อสารไปถึงผู้พิการทุกคนว่า ท่านไม่ได้อยู่เพียงลำพัง รัฐบาลเข้าใจและจะผลักดันให้ทุกคนมีศักดิ์ศรีในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและเท่าเทียม” นายยศชนันกล่าว
นายยศชนันยังระบุด้วยว่า ปัจจุบันมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านขนส่งสาธารณะเพื่อรองรับผู้พิการมากขึ้น และรัฐบาลพร้อมสนับสนุนให้ครอบคลุมและตอบโจทย์ผู้ใช้บริการทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม โดยจะทำงานร่วมกับทุกกระทรวงและผู้ทรงคุณวุฒิอย่างใกล้ชิด
พร้อมกันนี้ยังย้ำว่า หากมีข้อเสนอหรือโครงการใดที่ต้องการการสนับสนุน รัฐบาลพร้อมนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป




















