“เทพไท เสนพงศ์” แสดงความคิดเห็นต่อท่าทีการผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของ “พรรคเพื่อไทย” หลังเผชิญแรงสะเทือนจากการถอนชื่อ สส.ของบางพรรคร่วมรัฐบาล ทำให้ต้องถอยกลับไปปรับแก้และเดินหน้าต่ออย่างไม่ง่ายนัก
เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.69 นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์วิจารณ์การเมือง และอดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความในหัวข้อ “สงสารพรรคเพื่อไทย ยังดิ้นรนเสนอร่างแก้รัฐธรรมนูญ” มีรายละเอียดว่า “หลังจากพรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรม ได้มีมติให้สส.ของพรรค ถอนชื่อจากการลงชื่อในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย จนทำให้พรรคเพื่อไทย ต้องถอนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคกลับคืนมา เพื่อนำไปพิจารณาใหม่ และล่าสุดมีกระแสข่าวจากพรรคเพื่อไทยว่า พรรคเพื่อไทยจะนำร่างรัฐธรรมนูญฉบับของพรรคเพื่อไทย มาปรับปรุงใหม่ ในส่วนที่เป็น “ที่มาของ สสร.” ที่เสี่ยงจะขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขใหม่เข้าที่ประชุม สส.ของพรรค ในวันอังคารที่ 16 มิ.ย.นี้ แสดงว่า พรรคเพื่อไทยยังมุ่งมั่นจะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับของพรรคเพื่อไทย ต่อที่ประชุมร่วมรัฐสภาอีกครั้งหนึ่ง
แม้ว่าอาจจะไม่มี สส.ของพรรคภูมิใจไทยร่วมลงชื่อด้วยก็ตาม แต่ถ้าหากว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ซึ่งอยู่ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล แต่กลับไม่มี ส..ของพรรคภูมิใจไทย ในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาลลงชื่อด้วย มีโอกาสที่จะทำให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ไม่ผ่านการรับรองของที่ประชุมร่วมรัฐสภาค่อนข้างสูง ไม่ว่าพรรคเพื่อไทยจะล่ารายชื่อ สส.พรรคการเมืองอื่น ให้ได้ครบจำนวน 1 ใน 5 ของสมาชิกรัฐสภาก็ตาม แต่ก็ไม่มีหลักประกันเลยว่า แก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยจะผ่าน ถ้าหากไม่ได้รับความร่วมมือ หรือสนับสนุนจากพรรคภูมิใจไทย
แม้ว่าพรรคเพื่อไทยจะบอกว่า ไม่แคร์ว่าพรรคภูมิใจไทยจะสนับสนุนหรือไม่ก็ตาม แต่น่าจะเป็นการแสดงจุดยืนในการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต่อที่ประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อต้องการให้สังคมเห็นว่า พรรคเพื่อไทยยังคงเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญตามจุดยืนของพรรค ที่เคยประกาศมาโดยตลอด แต่ไม่เคยประสบความสำเร็จ ไม่ว่าสมัยที่เป็นแกนนำรัฐบาลมาแล้วก็ตาม คงจะเป็นการเสนอในลักษณะแก้เกี้ยวมากกว่า โดยไม่คาดหวังและไม่หวังผลว่า จะได้รับการสนับสนุนให้ผ่านมติของรัฐสภาหรือไม่
ถ้าเป็นเช่นนี้สามารถวิเคราะห์ได้ว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีโอกาสผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาได้ น่าจะมีแค่ฉบับของพรรคภูมิใจไทยเพียงพรรคเดียวเท่านั้น”




















