“ภาวุธ”แฉ 4 ปัญหากลืนภาษี 8 พันล้าน ซัดกมธ.ไร้ประสิทธิภาพ-“ภคมน”โต้กลับ

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ” สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน โพสต์ร่ายยาวแฉเบื้องหลังห้องประชุมกรรมาธิการสุดเสื่อม ทั้งวิ่งรอกเซ็นชื่อเอาเบี้ยประชุม ยัดไส้เครือญาติซื้อ-ขายตำแหน่ง จี้ประธานสภาปฏิรูปด่วน ด้านโฆษกพรรค “ภคมน หนุนอนันต์” รีบแชร์สวนกลับทันที ป้อง สส. ไม่จำเป็นต้องเชี่ยวชาญมาก่อน ย้ำ กมธ. คือพื้นที่ฝึกวิทยายุทธ์ วอนให้กำลังใจกันดีกว่า

เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีพรรคประชาชน โพสต์ข้อความกรณี”ความไร้ประสิทธิภาพของ ‘กรรมาธิการ’ ใน ‘รัฐสภา’ว่า ฝากถึงประธานสภา

ผมเคยเป็นคนนอก ที่ได้เข้าไปนั่งในห้องประชุมกรรมาธิการรัฐสภา แล้วสิ่งที่เห็น… มันทำให้ผมอึ้งมาก..!

ขออธิบายก่อนว่า “กรรมาธิการ” คืออะไร?​

ถ้ารัฐบาลคือฝ่ายบริหารประเทศ “กรรมาธิการ” ก็คือ กลุ่ม สส. และผู้เชี่ยวชาญ ที่มีหน้าที่จับตาดูและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ใช้งบภาษีประชาชน และมีอำนาจเรียกข้าราชการทุกกระทรวงมาให้ข้อมูลได้

ก่อนที่ผมจะมาเป็น สส. ผมเคยเข้าไปร่วมงานกับหลายคณะกรรมาธิการในฐานะคนเอกชน ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและอีคอมเมิร์ซ และนั่นแหละครับ คือครั้งแรกที่ผมได้เห็นว่า “ภาษีของเราถูกใช้อย่างไร” ในรัฐสภา

ผมขอสะท้อนการทำงานของ “กรรมาธิการ” ในฐานะคนเอกชน และวันนี้เป็น สส. ที่ทำงานในกรรมาธิการมาตลอด 8 ปี (ตั้งแต่อยู่ อนุ.กมธ. สว.ปี 2019) และอยากเห็น รัฐสภาของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้น.! เพื่อคุ้มกับเงินภาษีพวกเราที่รัฐสภาได้ปีนึง 8 พันล้านบาท/ปี

โดยเรามีคณะกรรมาธิการรวมทั้ง สว. และ สส. รวม 50 กว่าคณะ และมีอนุกรรมาธิการอีกร้อยกว่าคณะ ถ้ารวมทั้งหมด น่าจะเกือบ 200 คณะ โดยทั้งหมดจะเกี่ยวข้องกับคนหลายพันคน…เยอะมั้ยครับ

.

#เรื่องแรก: ปัญหาด้านตัวสมาชิกกรรมาธิการ

– สมาชิก กมธ. ถูกส่งมาแบบไม่ตรงกับความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ แต่ไม่เป็นไร.. เรียนรู้กันได้ แต่พบว่าหลายท่านไม่มีความตั้งใจจะมาทำงานตรงนี้

– มีประชุม มาลงชื่อรับเบี้ยแล้วกลับ โดยไม่นั่งประชุมจริง ระบบปัจจุบันนับองค์ประชุมด้วยการ “เซ็นชื่อ” ทำให้ สส. เน้นวิ่งรอกไปเซ็นชื่อหลายห้อง แทนที่จะนั่งพิจารณาเนื้อหาจริง

– ซื้อ-ขายตำแหน่ง เลขา/ผู้ช่วยในกรรมาธิการ เพื่อให้คนนอกใช้โลโก้รัฐสภาและตำแหน่งหากิน วิ่งเต้น หรือข่มขู่หน่วยงานต่างๆ

– มาประชุมแต่ไม่มีส่วนร่วม เพราะถูกพรรคส่งมาตามโควตาโดยไม่มีความรู้ในเรื่องนั้น (นั่งแช่แป้งไปอย่างนั้น)

#เรื่องที่สอง: ปัญหาการบริหารกรรมาธิการ

– ไร้เป้าหมาย ประธานกรรมาธิการ ที่ได้ตำแหน่งมาตามโควตาการเมือง ไม่มีเจตจำนงแก้ปัญหา ตั้งวาระแบบ “ใครมีอะไรเสนอมาไปเป็นครั้งๆ” ทำให้ทำงานไร้ทิศทาง กมธ. ไม่มีประสิทธิภาพเอาซะเลย

– เชิญหน่วยงานโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐเสียเวลาครึ่งวันโดยไม่เกิดผล และบางเรื่องถูกเชิญซ้ำจากหลายกรรมาธิการ

– ลองนึกภาพดูนะครับ ข้าราชการระดับอธิบดี ต้องทิ้งงานมาตั้งแต่เช้า นั่งรอจนเกือบเที่ยง เพื่อตอบคำถามเดิมซ้ำๆ ให้กับคนที่ไม่ยอมนั่งฟัง

– งบดูงานต่างประเทศ ถูกใช้ไปกับการท่องเที่ยวมากกว่าการศึกษาดูงานจริง

#เรื่องที่สาม: ผลประโยชน์ทับซ้อน เรื่องใหญ่มากที่ไม่ค่อยมีคนพูดถึง

– บางคณะกรรมาธิการถูกใช้เป็นเครื่องมือ “หาข้อมูลเชิงลึก” เพื่อเอื้อประโยชน์ธุรกิจของตัวเองหรือพวกพ้อง

– ข้าราชการถูกกดดันให้เปิดข้อมูลที่ไม่ควรเปิด บางครั้งเป็นข้อมูลที่กำลังอยู่ในกระบวนการคดีความด้วยซ้ำ

– แบบนี้มันคือการใช้อำนาจรัฐสภาเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ไม่ใช่เพื่อประชาชนครับ

#เรื่องที่สี่: ถามเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับตัวเองเลย

– กรรมาธิการแต่ละคณะมีขอบเขตหน้าที่ชัดเจน แต่บางครั้ง เรื่องที่ถูกเรียกข้าราชการมาชี้แจง ไม่เกี่ยวกับคณะนั้นแม้แต่น้อย

– ที่แย่กว่านั้น ข้าราชการหน่วยงานเดียวอาจถูก 3-4 กรรมาธิการเรียกไปชี้แจงเรื่องเดียวกัน เพราะแต่ละคณะไม่ได้คุยกัน ไม่มีระบบตรวจสอบว่าใครทำเรื่องอะไรอยู่แล้ว (อันนี้เห็นบ่อยมากก…)

– ราชการแทบอัมพาตครับ เพราะต้องวิ่งรอกไปชี้แจงในสภาตลอด

#แล้วยังมีเรื่องทำซ้ำอีก

กรรมาธิการหลายคณะ “ตั้งเรื่องศึกษาซ้ำกับเรื่องที่คนอื่นทำไปแล้ว” กับกรรมาธิการชุดก่อนๆ หรือจากวุฒิสภา เพราะไม่มีใครไปเช็คว่ามีรายงานเก่าอยู่แล้วหรือเปล่า

ผลคือ เรียกข้าราชการมาพูดเรื่องเดิม ตอบคำถามเดิม ในห้องใหม่ กับคนใหม่ ที่ไม่เคยอ่านรายงานเก่าเลย

เรื่องนี้ผมว่าถือเป็นปัญหาที่ใหญ่มากๆ เพราะมันทำให้ไม่เกิดประสิทธิภาพ และเสียเวลา ค่าใช้จ่ายของประเทศมหาศาล ** อันนี้ต้องปรับด่วนๆ

#ผมไม่ได้บอกว่าทุกคณะเป็นแบบนี้นะครับ

มีกรรมาธิการหลายคณะที่ทำงานหนักมาก ประธานมีความรู้ มีเป้าหมายชัด และขับเคลื่อนเรื่องสำคัญได้จริง

แต่ระบบที่ดีไม่ควรฝากความหวังไว้กับ “คนดี” เพียงอย่างเดียว ต้องมี “ระบบ” และกลไกที่บังคับให้ทุกคนทำงานอย่างมีประสิทธิภาพด้วย

#ทำไมเราถึงมีกรรมาธิการที่ไม่มีประสิทธิภาพ?

– เพราะ สส. บางส่วน(ใหญ่) มาจาการซื้อเสียง ไม่ได้มีความรู้ความสามารถจริงๆ ไม่มีเจตจำนงทางการเมือง ในการแก้ปัญหาให้กับประเทศนี้จริง หวังเข้ามาเพราะอำนาจ การคอร์รัปชันเงินภาษีพี่น้องประชาชน

– พอคนเหล่านี้เข้ามา ก็มาเป็นแบบที่ผมสรุปมาข้างบนล่ะครับ เข้ามาก็ไม่ได้อยากมาทำงาน มาอยู่สภาไปวันๆ เซ็นชื่อ ได้เงินเบี้ยประชุมแล้วก็หนีกลับ… เส้าเนอะ…

#สิ่งที่ควรเปลี่ยนแบบตรงๆ เลย ต้องฝากประธานรัฐสภาด้วย

– คัดเลือกประธานกรรมาธิการจาก Expertise ไม่ใช่โควตา ตั้ง KPI และ Milestone ของแต่ละคณะอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นสมัย (อันนี้ต้องฝากแต่ละวิปไปคัดเลือกคนที่จะมาเป็นประธานให้ดี ไม่ใช่เลือกมาเพราะโควตา หรือ เป็นการตอบแทน)

– ระบบบันทึกเวลาเข้า-ออกห้องประชุม (สแกนใบหน้าหรือทาบบัตร) หากอยู่ไม่ถึง 70% ของเวลาประชุม ให้ตัดเบี้ยประชุมและห้ามลงมติในครั้งนั้น

– Data Analytics & Research ของรัฐสภา ทีมเลขาธิการต้องสืบค้นฐานข้อมูลก่อนเสมอว่า “เรื่องที่จะศึกษา” เคยมีใครทำไว้แล้วหรือไม่ เพื่อ “ต่อยอด” ไม่ใช่ “ทำซ้ำ”

– ควรมีประชุมร่วม ระหว่างประธานกรรมาธิการทั้ง 50 กว่าคณะ หรือแบ่งกลุ่ม cluster กมธ. เพื่อสรุปให้ทุกกรรมาธิการรู้ว่า แต่ละคณะ (รวมอนุกมธ.) กำลังทำอะไรกันอยู่ เป้าหมายคืออะไร มีอะไรทำด้วยกันได้มั้ยระหว่าง กมธ. ลดความซ้ำซ้อนในการทำงานระหว่างกัน (ตรงนี้ทีมเลขาสภา ทั้ง สส. และ สว. ควรทำคู่ขนานไปด้วย หากเจออะไรซ้ำซ้อน ควรแจ้งประธาน กรรมาธิการทันที.!)

– ก่อนเชิญหน่วยงานรัฐ ต้องส่งคำถามล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร ถ้าตอบครบแล้ว บางครั้งอาจจะไม่จำเป็นต้องเรียกตัวมานั่งในสภา

– กรรมาธิการที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับเรื่องที่พิจารณา ต้องถอนตัวออกจากห้องทันที การคัดเลือกสมาชิกกรรมาธิการ และอนุกมธ. รวมไปถึงเลขา และที่ปรึกษา ต้องเข้มข้น ตรวจสอบประวัติจริงๆ จังๆ ไม่ใช่ ไม่ตรง ก็ห้ามเข้ามา ไม่ใช่ใครเสนออะไรมาก็รับมั่วซั่ว.

– ปรับงบดูงาน หากไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน ควรนำงบไปจ้างนักวิจัยเพื่อทำรายงานนโยบายที่มีคุณภาพแทน

เพราะ กรรมาธิการ คือ “หน่วยงานที่จะตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล หากมีความเข้มแข็ง มีประสิทธิภาพ เราก็จะทำให้การทำงานของรัฐบาลมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประเทศเราก็ดีมากขึ้น”

#ระบบกรรมาธิการมีประโยชน์มากครับ ถ้าใช้ให้ถูกทาง แต่วันนี้ มันไร้ประสิทธิภาพ สร้างภาระให้ระบบราชการ สร้างช่องทางให้คนหาผลประโยชน์ และสูญเสียงบประชาชนโดยเปล่าประโยชน์

เห็นแล้วประหลาดใจ เพราะปัญหาพวกนี้ มีมานานกาเลแล้ว.. แต่ทำไมไม่มีใครพูดหรือคิดที่จะแก้ปัญหานี้เลย เหมือนกับ “#มีช้างตัวใหญ่นั่งอยู่ในห้องแต่ไม่มีคนมองเห็นมันเลย

เอาล่ะ “ถึงเวลาที่ต้องพูดตรงๆ เพื่อทำให้ระบบรัฐสภาไทยเรามีประสิทธิภาพมากขึ้นแล้วครับ” เสียดาย ภาษีประชาชนครับ.! ต้องฝากทางประธานสภา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยครับ

ถ้ามีโอกาส อยากใช้ช่วง “”กระทู้ถามสด” ในรัฐสภาในวันพฤหัส ถามท่านประธานสภาจริงๆ 😁

ต่อมา นางสาวภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน แชร์โพสต์ดังกล่าว พรัอมระบุ

“ไม่ทั้งหมด พื้นที่กรรมาธิการเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ หลายครั้งหลายประเด็น เราไม่เคยรู้มาก่อน แต่ได้เรียนรู้ในกรรมาธิการและเป็นข้อมูลเชิงลึกที่ทำให้เราได้สั่งสมประสบการณ์ คนเราไม่ได้จำเป็นต้องทำในสิ่งที่ตัวเองเชี่ยวชาญอยู่แล้วเสมอไป

คนที่เชี่ยวชาญ เก่งในสายนั้นอยู่แล้ว ไม่ได้เป็นตัววัดผลของประสิทธิภาพในการทำงาน สส. มีตัวอย่างให้เห็นหลายครั้งกับคนที่เชี่ยวชาญในสายงานนั้นๆ ถึงเวลามาเป็น สส.และทำงานในสภา ไม่ได้โดดเด่นเหมือนสายงานที่ตัวเองเติบโตมา แต่คนที่พร้อมจะเรียนรู้ต่างหาก คือผลผลิตที่มีคุณภาพของกรรมมาธิการ และพื้นที่กรรมาธิการ คือพื้นที่แผนการเรียนรู้และฝึกวิทยายุทธ์

” ‘ให้กำลังใจสส.ทุกท่านเพื่อเป้าหมายเดียวกันคือ การเป็นผู้แทนที่มีคุณภาพเพื่อตอบแทนประชาชน’ “

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img