รมช.คมนาคม มองการกำหนดกรอบประเมินผลงานรัฐมนตรีและประธานกรรมาธิการภายใน 1 ปี เป็นแนวทางการทำงานของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการผลลัพธ์ชัดเจน พร้อมเชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นทุกฝ่ายให้เร่งสร้างผลงานที่ประชาชนจับต้องได้ ยืนยันยังไม่มีการส่งสัญญาณปรับ ครม. เพียงแต่กำหนดตัวชี้วัดการทำงานให้ชัดเจน
เมื่อเวลา 13.20 น. วันที่ 18 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีกำหนดกรอบเวลา 1 ปี เพื่อประเมินผลงานของรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมาธิการของพรรคภูมิใจไทย ว่า มองว่าเป็นรูปแบบการบริหารงานของนายกรัฐมนตรีที่ให้ความสำคัญกับผลสัมฤทธิ์ของการทำงานมาตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับตำแหน่งนายสิริพงศ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีต้องการให้รัฐมนตรีและผู้ดำรงตำแหน่งในคณะกรรมาธิการทุกคนมีผลงานเป็นรูปธรรมที่ประชาชนสามารถรับรู้และตรวจสอบได้ ดังนั้น การกำหนดกรอบเวลา 1 ปี จึงเป็นการกระตุ้นให้ทุกฝ่ายเร่งขับเคลื่อนงาน และหากผู้ใดไม่มีผลงานที่ชัดเจน ก็อาจได้รับการพิจารณาปรับเปลี่ยนให้ไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่เหมาะสม
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การที่นายกรัฐมนตรีออกมาพูดในช่วงนี้เป็นเพราะรัฐบาลกำลังเผชิญกระแสกดดันหลายด้าน หรือเป็นการใช้มาตรการเข้มงวดกับรัฐมนตรีที่ผลงานยังไม่โดดเด่นหรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ไม่ได้มองเช่นนั้น แต่ยอมรับว่าช่วงนี้มีหลายประเด็นที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการ ขณะที่รัฐมนตรีและคณะกรรมาธิการต่างลงพื้นที่รับฟังปัญหาจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำข้อมูลมาขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาในระดับนโยบาย
นายสิริพงศ์ กล่าวอีกว่า การกำหนดตัวชี้วัดที่ชัดเจนถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะช่วยให้ทุกคนตื่นตัวและมุ่งสร้างผลงานที่ประชาชนสัมผัสได้ ไม่ใช่เพียงการปฏิบัติงานตามภารกิจประจำเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีไม่ได้ระบุว่าจะมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งรัฐมนตรีหรือผู้ดำรงตำแหน่งเมื่อใด เพียงแต่ระบุว่าจะมีการประเมินผลการทำงานภายในระยะเวลา 1 ปี ก่อนพิจารณาความเหมาะสมในลำดับต่อไป.




















