รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เผย S&P Global Ratings คงอันดับความน่าเชื่อถือไทยที่ BBB+ แนวโน้มมีเสถียรภาพ ขณะที่ IMD จัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของไทยดีขึ้น 4 อันดับ รัฐบาลเตรียมเดินหน้าปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ พลังงาน แรงงาน และกฎระเบียบ ผ่านกลไก กรอ. หวังยกระดับศักยภาพประเทศในอีก 3-4 ปีข้างหน้า
เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ S&P Global Ratings ได้คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยไว้ที่ระดับ BBB+ พร้อมแนวโน้ม Stable Outlook หรือมีเสถียรภาพ สะท้อนความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยและฐานะการคลังของประเทศ โดยประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะเติบโตที่ระดับร้อยละ 2
พร้อมกันนี้ สถาบัน IMD ยังจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยดีขึ้น 4 อันดับ จากอันดับ 30 ขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 26 จากกว่า 70 เขตเศรษฐกิจทั่วโลก ซึ่งรัฐบาลเตรียมนำผลการประเมินดังกล่าวมาใช้เป็นแนวทางปรับปรุงผ่านคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ที่จะประชุมนัดแรกในวันที่ 22 มิถุนายนนี้
นายเอกนิติ กล่าวว่า กรอ. ซึ่งมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน จะมุ่งขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐาน การค้าและขีดความสามารถในการแข่งขัน กฎหมายและกฎระเบียบทางธุรกิจ รวมถึงการพัฒนาแรงงาน พร้อมผลักดันโครงการ Thailand Fast Pass ที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 23 มิถุนายน เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการลงทุนและลดอุปสรรคด้านกฎระเบียบ
ทั้งนี้ รัฐบาลยอมรับว่ายังมีความท้าทายหลายด้าน โดยเฉพาะการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานในระดับสูง การศึกษา และสาธารณสุข ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องเร่งปรับปรุงเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
นายเอกนิติยังระบุว่า ปัญหาสำคัญของไทยในขณะนี้คือค่าครองชีพและต้นทุนพลังงาน ไม่ใช่วิกฤตการเติบโตทางเศรษฐกิจ พร้อมย้ำว่าการรักษาวินัยการคลังและการเดินหน้าปฏิรูปอย่างต่อเนื่อง จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน และเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในอนาคต.




















