ผศ.นพ.สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ แพทย์นิติเวชและกรรมการแพทยสภา โพสต์ตั้งคำถามกรณีรัฐบาลเดินหน้าแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ 4 กองทุน ซึ่งอาจทำให้เงินจากภาษีสรรพสามิตเพิ่มเติมราว 2% ที่จัดเก็บจากสุราและยาสูบ ถูกเปลี่ยนไปเป็นการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาล ระบุอาจกระทบรายได้รวมเกือบหมื่นล้านบาทต่อปี พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายภายใน 14 ต.ค. 2569
เมื่อวนที่ 4 ก.ย.69 ผศ.นพ.สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ แพทย์สาขานิติเวชวิทยาภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และกรรมการแพทยสภา โพสต์เฟชบุ๊ก Smith Fa Srisont ถึงกรณีที่รัฐบาลกำลังแก้ไข 4 พรบ. ยกเลิกเก็บภาษี 2% จากสุราและยาสูบ โดยภาษีนี้ใช้สนับสนุน 4 กองทุนเพื่อสังคม ซึ่งถ้ายกเลิกจะหายไประดับหมื่นล้านบาทต่อปี และประชาชนไม่ได้อะไร โดยระบุรายละเอียดว่า
…
มีเรื่องด่วนที่ประชาชนทุกคนควรทราบ โดยสรุปสั้นๆ ว่า
“รัฐบาลกำลังแก้ไข พรบ. จนทำให้บริษัทบุหรี่และเหล้าไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มเข้า กองทุนสี่กองทุน ได้แก่ ThaiPBS, สสส., กองทุนผู้สูงอายุ, กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งรวมๆ เป็นเงินเกือบหมื่นล้านบาท โดยการแก้แบบนี้ประโยชน์ตกแค่บริษัทบุหรี่และเหล้า ประชาชนแทบไม่ได้ประโยชน์อะไร”
ขออธิบายยาวๆ ตามนี้นะครับ
1. ปกติบริษัทบุหรี่และเหล้าต้องจ่ายภาษีสรรพสามิตให้ประเทศมานานแล้ว จนประเทศไทยในปี พ.ศ. 2544 ริเริ่มให้มีภาษีบาปหรือภาษีสุขภาพ ก็คือ ให้บริษัทบุหรี่และเหล้าต้องจ่ายเพิ่มอีกประมาณ 2% จากภาษีสรรพสามิตที่ตนต้องจ่าย (คือภาษีสรรพสามิตก็จ่ายให้ประเทศเท่าเดิม แต่บังคับให้บริษัทต้องจ่ายเพิ่มอีก)
2. ภาษีนี้ ปัจจุบัน จะจ่ายให้สี่กองทุน ได้แก่ ThaiPBS, สสส., กองทุนผู้สูงอายุ, กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ โดยรวมๆ แล้ว สี่กองทุนนี้จะได้รวมกันหมื่นล้านบาทต่อปี
3. แต่ล่าสุด ฝั่งรัฐบาลจะออกร่างแก้ไข พรบ. ที่มีผลต่อทั้งสี่กองทุน ทำให้ ทั้งสี่กองทุน ไม่ได้ภาษีนี้ แล้วให้ทั้งสี่กองทุนได้งบประมาณจากทางรัฐบาลเอง พูดง่ายๆ คือ บริษัทบุหรี่และเหล้าไม่ต้องเสียเงินให้ประเทศหมื่นล้านบาท แต่ประเทศต้องเสียประโยชน์เพราะรัฐบาลต้องโยกงบอื่น มาให้ทั้งสี่กองทุนนี้
4. คำถามคือ ทำไปทำไม เพราะผลประโยชน์ตกกับบริษัทบุหรี่และเหล้าชัดเจน ไม่ต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนต่าง ๆ ปีละหมื่นล้าน นอกจากนี้การเก็บภาษี หรือ sin tax แบบนี้ ก็มีวิจัยมาแล้วว่าเป็นประโยชน์ต่อประเทศ ทำให้คนเจ็บป่วยและตายลดลงตาม paper นี้ https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC8173601/
5. กรณีไม่เห็นด้วยกับระบบการใช้จ่ายของแต่ละกองทุน ก็ให้แก้ไขกฎหมายวิธีการจัดการ ไม่ใช่ตัดการรับภาษีแบบนี้ออกไปจากระบบในประเทศไทยเลย เช่น ปัจจุบันบางกองทุนก็กำหนดลิมิตการรับภาษีนี้ แล้วที่เหลือส่งคืนคลัง
สุดท้ายผมจะนำเรื่องนี้ไปแจ้งในคณะกรรมการแพทยสภา เพื่อให้มีการคัดค้านให้ชัดเจน
ส่วนประชาชนคนไหนอยากช่วย ก็มาช่วยลงความเห็นคัดค้านการแก้ไข พรบ. ของทั้งสี่กองทุนนี้ ตามลิ้งก์นี้ https://www.parliament.go.th/section77/survey_list77.php โดยให้เลือก พรบ. ทั้งสี่ ตามในรูปผมนะครับ หมดเขตวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ครับ
วิธีการไม่เห็นด้วย ทำได้โดย กดเข้าไปในแต่ พรบ. แล้วเค้าจะให้ใส่เลขบัตรประชาชน ก็ใส่ไป แล้วจะมีให้ติ้ก ก็ให้ไม่เห็นด้วย ทุกอย่าง รวมทั้งต้องแสดงความเห็นว่าไม่เห็นด้วยด้วยครับ ตัวกฎหมายอาจจะอ่านเข้าใจยาก แต่หลักการคือตามผมบอกครับ
ที่มา Smith Fa Srisont



















