‘เทพไท เสนพงศ์’ วิเคราะห์ปมวิวาทะ ‘รังสิมันต์ โรม-ไอเดียร์ สุชาดา’ ปมอภิปรายพาดพิงสามี ชี้ฝ่ายไอเดียร์กำลังตกเป็น ‘เป้านิ่ง’ เสียเปรียบ หลังออกมาท้าทายให้เปิดหลักฐาน ก่อนทุกฝ่ายช่วยกันขุดคุ้ยข้อมูลธุรกิจของสามีต่อเนื่อง จับตาผลตรวจสอบจะจบลงอย่างไร
เมื่อวันที่ 5 ต.ค.นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตสส.นครศรีธรรมราช ได้โพสต์ข้อความกรณีวิวาทะระหว่างนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กับนางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ หรือ “ไอเดียร์” สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร จนกลายเป็นประเด็นที่สังคมจับตามองว่า ท้ายที่สุดแล้วฝ่ายใดจะเป็นผู้ได้เปรียบหรือเสียเปรียบจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้น
ศึกวิวาทะสแกมเมอร์:ไอเดียร์ เสียเปรียบ โรม
จากกรณีที่เกิดวิวาทะกัน ระหว่างนายรังสิตมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กับนางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ทำให้สังคมจับตามองว่า วิวาทะความขัดแย้งในครั้งนี้ ใครจะเป็นฝ่ายได้ ใครจะเป็นฝ่ายเสีย
ผมในฐานะที่เป็นนักวิเคราะห์การเมืองอิสระ และติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด ถ้าจะให้วิเคราะห์ว่า ระหว่างนายรังสีมันต์กับนางสาวสุชาดา ใครมีความได้เปรียบ เสียเปรียบกว่ากัน จากกรณีความขัดแย้ง เรื่องการอภิปรายกล่าวหากัน ซึ่งนายรังสิมันต์ได้ตั้งข้อสังเกตในความสุจริตของสามีนางสาวสุชาดา และนางสาวสุชาดาก็ออกมาท้าทายนายรังสิมันต์ว่า ถ้ามีหลักฐานก็ให้เปิดเผยออกมา
จนล่าสุดนางสาวสุชาดาไปแจ้งความดำเนินคดี ข้อหาหมิ่นประมาทกับนายรังสิมันต์ เรื่องก็ไม่ได้จบแค่นี้ ถ้าเห็นบรรยากาศการเคลื่อนไหวทางการเมือง ทั้งของนายรังสิมันและนางสาวสุชาดา จะพบว่า ต่างฝ่ายต่างมั่นใจในข้อมูลพยานหลักฐานของตัวเอง แต่ยิ่งไปกว่านั้น มีสื่อโซเชียล นักท่องโซเชียล มีเกรียนคีย์บอร์ด หรือมีผู้ที่ต้องการจะทำความจริงให้ปรากฏ อย่างเช่น นายศิริโชค โสภา อดีตส.ส.สงขลา ได้โพสต์ Facebook เปิดเผยรายละเอียดของพฤติกรรม หรือการดำเนินธุรกิจของนายไทยหย่าง ซาง สามีของนางสาวสุชาดาอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้สังคมจับตาดูกันว่า เรื่องนี้จะจบอย่างไร
แต่เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น ระหว่างนายรังสิมันต์กับนางสาวสุชาดา ในความเห็นของผมเห็นว่า นางสาวสุชาดาเป็นฝ่ายเสียเปรียบ กำลังตกเป็นเป้านิ่ง ในขณะที่นายรังสิมันต์ได้ใช้สถานะความเป็นประธานกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน รุกคืบเจาะหาข้อมูล เพื่อมาตรวจสอบนางสาวสุชาดาและสามี ซึ่งเรื่องนี้ถ้าหากนางสาวสุชาดาได้วางเฉย และปล่อยให้กระบวนการที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ โดยไม่ออกมาท้าทายเช่นนี้ เรื่องก็จะไม่บานปลายใหญ่โตเหมือนที่เป็นอยู่ในขณะนี้
แต่ที่ผ่านมาดูเหมือนนางสาวสุชาดา จะมั่นใจในข้อมูลของสามี จึงประกาศกร้าวและท้าทายทุกฝ่าย จนในที่สุดทุกฝ่ายก็ช่วยกันสนองตอบความต้องการของนางสาวสุชาดา มีการขุดคุ้ยและเปิดโปงการดำเนินธุรกิจของนายไทยหย่าง ซาง อย่างต่อเนื่อง
ซึ่งจะต้องจับตาดูกันต่อไปว่า ผลของการตรวจสอบครั้งนี้จะจบลงอย่างไร



















