นายกฯ​เร่งจ่ายเยียวยาน้ำท่วมในสัปดาห์นี้ เผยปภ.โอนงบ4.7พันล้านให้ออมสินแล้ว​

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

นายกฯ​ จี้​เริ่มเยียวยาน้ำท่วมในสัปดาห์นี้​ด้านนิรัตน์​ เผย​ ปภ.โอนงบทั้งก้อน​ 4.7 พันล้านให้ออมสินแล้ว​ ที่ไหนเสร็จก่อนพร้อมโอนทันที​ หากไม่พอพร้อมของบฉุกเฉิน​ ปี 70 เพิ่ม

เมื่อวันที่ 5 ต.ค.69 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์ และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดมหาดไทย และผู้บัญชาการเหล่าทัพ เข้าร่วม

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประชุมชุมวันนี้ เป็นการประชุมครั้งที่ 6 ภาพรวมหลายๆพื้นที่เริ่มดีขึ้น แต่ยังมีบางจังหวัด​ เช่นปราจีนบุรี​ ปทุมธานี​ ฉะเชิงเทรา ยังมีสภาพน้ำท่วมขัง ที่เป็นปัญหาอยู่​ และยังคงต้องอพยพประชาชนออกมาอยู่ในศูนย์พักพิง และอพยพผู้ป่วยจากโรงพยาบาล เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ซึ่งถือเป็นโรงพยาบาลจังหวัดปราจีนบุรี​ที่ปิดทำการ ซึ่งต้องขอขอบคุณฝั่งกองทัพบกที่ได้ให้การ สนับสนุนทำให้การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร​ ไปทำการรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ ​ สามารถทำได้ ถึงแม้ว่าจะไม่สมบูรณ์นัก แต่ทำให้การดูแลรักษาคงความต่อเนื่องไปได้ พร้อมกับชื่นชมผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่าย ที่ได้ประสานงานร่วมมือกับทาง ผอ.โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จัดให้มีโรงพยาบาลสนาม ทำให้การรองรับผู้ป่วยในสภาวะอุทกภัยได้

นายก​รัฐมนตรี ​ ยังเน้นย้ำว่า​ในสภาพเช่นนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คืออุปกรณ์การแพทย์และยารักษาโรค น่าจะโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร​ เป็นโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เมื่อเราไปขอให้โรงพยาบาลอีกแห่งหนึ่งที่เป็นโรงพยาบาลของกองทัพ ได้ช่วยรับผู้ป่วยมาดูแลแล้ว​ ฉะนั้นในเรื่องของเวชภัณฑ์ยาแพทย์ ที่กระทรวงสาธารณสุข​กำกับดูหลายอยู่ขอให้เร่งเพิ่มเติมไปยังโรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ ​ เพื่อให้การดูแลผู้ป่วย ทั้งบุคลากรทางการแพทย์บุคลากรด้านสาธารณสุข ได้มอบหมายให้ดำเนินการ ตนคิดว่า ในการร่วมมือกันระหว่าง 2 โรงพยาบาล​ ไม่น่าจะมีปัญหา ในการสนับสนุนด้านยาและเวชภัณฑ์ ถ้ามีการร้องขอมาก็ขอให้ดำเนินการอย่างเต็มที่​ และขอให้ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข ให้รับข้อสั่งการไปด้วย

นายก​รัฐมนตรี​ ยังระบุอีกว่า​ จากที่เมื่อวานจังหวัดปทุมธานีที่ทางนายกอบจ.ได้แจ้งมาว่ายารักษาโรคและป้องกันโรคบางชนิดยังขาดแคลนอยู่​ ขอให้ทางกระทรวงสาธารณสุข ได้จัดนำเวชภัณฑ์เหล่านี้เข้าไปในพื้นที่ประสานกับทางนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดให้เรียบร้อย ซึ่งโรงงานขององค์กรเภสัชก็อยู่ที่ปทุมธานี​ ทั้งยาโรคฉี่หนูหรืออะไรต่างๆ ก็ควรที่จะต้องถึงมือชาวบ้าน​ เพราะสภาพน้ำท่วมขังมาหลายวันแล้ว

นอกจากนี้ในสัปดาห์นี้มีการคาดการณ์ว่าจะมีฝนเพิ่มขึ้นในทุกภาคของประเทศไทย​ รวมทั้งพื้นที่กรุงเทพมหานคร และจะมีฝนตกชุกหนักมากในส่วนภาคใต้ ซึ่งทางกรมอุตุนิยมวิทยา ก็จะทำการ ชี้แจงให้ได้รับทราบ​ ฉะนั้นเมื่อมีฝน​ มีน้ำหนุนเข้ามา​ ทำให้การระบายน้ำลงสู่อ่าวไทยอาจจะไม่เป็นไปตามที่ต้องการเพราะฉะนั้นช่วงนี้​ หากพื้นที่ใดยังสามารถเร่งระบายน้ำได้​ ก็ขอให้เร่งดำเนินการในทันที พร้อมกับย้ำว่าข้อมูลชุดเดียวกัน​ ทั้งพยากรณ์ฝน​ ปริมาณน้ำเหนือ​ การระบายน้ำ​ และระดับน้ำทะเล​ พร้อมทำเป็นแผนที่ที่เข้าใจง่ายส่งต่อไปยังระดับอำเภอและชุมชน หากต้องมีการปรับแผน​ หรือร้ขอเครื่องสูบน้ำ​ รถยกสูงหรือกำลังสนับสนุนจากจังหวัดอื่น​ ขอให้แจ้งเข้ามาอย่างส่วนกลาง ขณะที่ในพื้นที่เสี่ยงขอให้ดูแลประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ขอให้ดูแล อย่างเต็มที่ เตรียมเส้นทางและยานพาหนะอพยพให้พร้อม และดูแลต่อเนื่องจนกว่าจะกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย

ส่วนพื้นที่ที่น้ำเริ่มลดก็ขอให้เริ่มสูบน้ำ​ เก็บขยะทำความสะอาด​ ตรวจระบบไฟฟ้า​ ประปา และดำเนินการทันที​ ไม่ต้องรอให้ทั้งจังหวัดน้ำแห้ง​ก่อน​ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการเก็บขยะ​ ซึ่งทางกรุงเทพมหานครได้มีการแจ้งประชาชนในเขตแล้วว่า ช่วงใดจะมีการเข้ามาเก็บขยะ แบบ Big cleaning ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับการเตรียมตัวของประชาชน​ จึงขอให้พื้นที่อื่นๆได้ดำเนินความสะดวกเช่นเดียวกัน

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า การจัดตั้งศูนย์อพยพขอให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัด บูรณาการการทำงานร่วมกันกับทางนายกอบจ.​ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมาก​ ซึ่งเมื่อวันนี้ลงไปยังพื้นที่ปราจีนบุรี​ เป็นพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขังอยู่มากพอสมควร ซึ่งถึงขั้นมีการอพยพผู้คนออกมา และทราบว่าที่อำเภอบ้านสร้าง อาจจะต้องมีการเอาผู้คนอพยพมาเพิ่มอีก เนื่องจากสภาพน้ำยังไม่ลด​ และเริ่มมีการเน่าเหม็น ตนเห็นว่าการร่วมมือกันจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะทางนายกอบจ.จะมีเครือข่ายท้องถิ่น​ ที่จะให้การสนับสนุนทางด้านต่างๆได้​ แต่ทางผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องสนับสนุนในเรื่องของงบประมาณ ที่ทุกจังหวัดที่อยู่ในเขตประสบภัยได้ทำการประกาศสถานการณ์พื้นที่ประสบภัย จึงขอให้รีบดำเนินการเร่งใช้เงินทดลองราชการในพื้นที่ประสบภัยให้เกิดประโยชน์สูงสุดดูแลประชาชน ที่มาพำนักอยู่ที่ศูนย์พักพิงต่างๆเพื่อให้ได้รับความสะดวกสบายให้ได้มากที่สุดเท่าที่เราจะสามารถทำได้​ และยังเน้นย้ำเรื่องของสุขอนามัยโดยเฉพาะเรื่องการทำความสะอาดห้องน้ำ ห้องสุขา ดูขอให้ทางจังหวัดจัดหาคนมาดูแลคนมาดูแลและมีค่าตอบแทนพิเศษให้

นายกรัฐมนตรียังกล่าวอีก ในสัปดาห์นี้ ขอให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยเร่งประสานงาน เปิดให้ลงทะเบียน ยื่นขอเยียวยา ครอบคลุมในพื้นที่ประสบภัยรวมถึงกรุงเทพฯ ลงทะเบียนสำรวจจำนวนครัวเรือน ที่ได้รับการเยียวยาให้เรียบร้อย​ เพราะเท่าที่ทราบเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เข้าข่ายที่ได้รับการเยียวยาแล้ว ตนจะขอให้เร่งดำเนินการ​ หากข้อมูลเข้ามาถึงเมื่อไหร่ขอให้เร่งทยอยจ่าย ตามคิวที่เข้ามา ไม่ต้องรอให้ครบก่อนแล้วค่อยจ่ายหรือรอให้ การฟื้นฟูเสร็จเรียบร้อยค่อยจ่ายไม่จำเป็น ร้องงบประมาณที่การเอาไว้กันไว้ตั้งแต่ปี 2569 ซึ่งสำนักงบประมาณก็โอนไปเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นประชาชนมีความลำบากอยู่จนขอให้เร่งดำเนินการจ่ายเงินเยียวยา ตามคิวที่เข้ามาในแต่ละวัน

ก่อนที่นายนิรัตน์ จะระบุว่า ปภ.โอนเงินทั้งก้อนไปยังธนาคารออมสิน​แล้ว​ และรอระหว่างการประมวลผล​ อำเภอไหน​ จังหวัดไหน​ ตำบลไหนเสร็จก่อน​ ออมสินสามารถจ่ายเงินได้เลย​ เป็นไปตามแนวทางที่นายกรัฐมนตรีสั่งการ

ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะย้ำในช่วงท้ายว่า ขอเน้นย้ำปภ. ที่เป็นผู้รวบรวม​ แต่คนที่ต้องดำเนินการหลักๆก็คือท้องถิ่น​ ส่วนกรมโยธาธิการและผังเมือง​ ให้เร่งดำเนินการสำรวจความเสียหาย เราจะมีเงินในการซ่อมแซม ความเสียหายของบ้านเรือน​ มีกฎเกณฑ์อยู่แล้ว สัปดาห์นี้ต้องให้เห็นการโอนเงิน เพราะว่าแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของพวกเรา ต่อชีวิตของประชาชน การลงพื้นที่ไปทั้งเสาร์และอาทิตย์ และถ้าเป็นไปได้ต้องเร่งจัดการบ้านเรือนให้เรียบร้อย​ และส่งพวกเขากลับไปยังบ้านเรือนโดยเร็วที่สุด

อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานว่าหากพบฉุกเฉินปี 2569 จำนวน 4.7 พันล้านบาทไม่เพียงพอ ในการเยียวยา อาจ มีการตั้งของงบฉุกเฉินปี 2570 มาใช้ เนื่องจากคาดกันว่าไม่เพียงพอในการเยียวยา เนื่องจากประชาชนได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img