ประธานรัฐสภาระบุยังไม่สามารถให้ความเห็นกรณีฝ่ายค้านเตรียมยื่นคำร้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ ป.ป.ช. ในคดี “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” ได้ เนื่องจากยังไม่ได้รับเอกสาร พร้อมชี้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่สมาชิกต้องหารือร่วมกัน ส่วนข้อเสนอขยายเวลารอภาคประชาชนเข้าชื่อยื่นร่างแก้รัฐธรรมนูญ ขอไม่แสดงความเห็น
เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยพรรคร่วมฝ่ายค้าน เตรียมยื่นคำร้องต่อประธานรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 เพื่อขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีมีมติยกคำร้องคดีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
นายโสภณ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับคำร้องดังกล่าว จึงยังไม่สามารถให้ความเห็นหรือพิจารณารายละเอียดใด ๆ ได้ โดยต้องรอให้มีการยื่นเรื่องอย่างเป็นทางการเสียก่อน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการพิจารณาเบื้องต้นหรือไม่ว่าจะรับเรื่องดังกล่าวไว้ดำเนินการหรือไม่ นายโสภณกล่าวว่า การรับหนังสือเป็นขั้นตอนที่ต้องดำเนินการอยู่แล้ว แต่หลังจากนั้นจำเป็นต้องพิจารณารายละเอียดในเนื้อหาของคำร้องก่อน จึงจะสามารถดำเนินการในขั้นตอนต่อไปได้
ส่วนกรณีความคืบหน้าร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย หากมีการยื่นร่างล่าช้ากว่ากำหนดเดิม จะส่งผลให้ต้องเลื่อนวาระการประชุมออกไปหรือไม่ นายโสภณระบุว่า เรื่องดังกล่าวขึ้นอยู่กับสมาชิกผู้เสนอและความพร้อมของที่ประชุม โดยหน้าที่ของประธานรัฐสภาคือการบรรจุวาระเข้าสู่การพิจารณา
“หากสมาชิกมีความพร้อมก็สามารถนำเข้าสู่การพิจารณาได้ แต่หากต้องการให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยและรวดเร็ว ทุกฝ่ายก็ควรพูดคุยทำความเข้าใจกัน และใช้เวทีรัฐสภาในการหารือร่วมกัน” นายโสภณกล่าว
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังสอบถามถึงกรณีที่นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ออกมาเปิดเผยว่า อาจมีภาคประชาชนร่วมยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ และอาจต้องขอให้ประธานรัฐสภาขยายระยะเวลาเพื่อรอการรวบรวมรายชื่อให้ครบถ้วน
อย่างไรก็ตาม นายโสภณปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นในประเด็นดังกล่าว โดยกล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า “ไม่รู้ ไม่รู้ จะเอาเสียงคนนั้นพูดคนนี้พูดให้ผมตอบ ผมไม่ตอบ”
ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการยื่นคำร้องตรวจสอบ ป.ป.ช. และการผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยังคงเป็นประเด็นทางการเมืองที่หลายฝ่ายจับตา เนื่องจากอาจส่งผลต่อทิศทางการทำงานของรัฐสภาและกระบวนการทางการเมืองในระยะต่อไป




















