‘อาสพลธ์’ เชิญ ‘พล.ต.ต.จรูญเกียรติ’ ถามคืบหน้าเอาผิดแก๊งค์โกงสอบท้องถิ่น ย้ำ ‘ภูมิใจไทย’ เอาจริง หากพบคนในมีเอี่ยว-ฟันไม่เลี้ยง ยัน ไม่มีปาหี่จับปลาซิว ปลาสร้อย เผย ส่งหนังสือถึงประธานสภา ส่งทีมกฎหมายเอาผิดคนอ้างชื่อที่ปรึกษากมธ.ปปช.ไปหากิน สร้างความเสียหาย พร้อมวางระบบสกัดทุจริตสอบนอนาคต แง้มใช้โมเดล ก.พ.-โอนภารกิจสอบ ภาค ก.
วันที่ 2 ก.ค.69 เมื่อเวลา 09.50 น. ที่รัฐสภา นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า นับตั้งแต่มีการบุกจับกุมผู้เกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริตสอบท้องถิ่นที่จังหวัดนนทบุรี ก็มีประชาชนกังวลถึงความคืบหน้าของคดี ในการประชุม กมธ.ป.ป.ช.วันนี้ ได้เชิญ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องกับประเด็นการทุจริตสอบท้องถิ่น และกรณีการดำเนินคดีกับปลัดจังหวัดภูเก็ต เข้ามาให้ข้อมูล ความคืบหน้าในการดำเนินคดี ประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจคือ ข้าราชการ 10 คน และตัวการใหญ่เป็นอย่างไรบ้าง และจะมีการประชุมและเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมในสัปดาห์หน้า รวมถึงนำผลสอบของทางมหาดไทยที่จะแล้วเสร็จเข้ามาพิจารณาด้วย
นายอาสพลธ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้เรื่องการทุจริตสอบท้องถิ่นเป็นเรื่องใหญ่มาก ซึ่งตนได้ต่อสู้เรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2566 และวันที่ 5 ม.ค. 2567 ตนเป็นสส.ภูมิใจไทย ก็ได้พาชาวศรีสะเกษนำเรื่องไปร้องเรียนต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งขณะนั้นเป็นรองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย และต่อมาวันที่ 26 ม.ค.2567 กระทรวงมหาดไทยก็เอ็มโอยู 5 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตสอบท้องถิ่น จนปี 2569 มีการจับขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่นได้เป็นครั้งแรก ส่วนในอดีตที่เป็นข่าวนั้น ท้องถิ่นจัดสอบเองและดำเนินคดีเรียบร้อย เช่นที่กาฬสินธุ์ มหาสารคาม แต่เมื่อมีการจัดสอบที่ส่วนกลาง จะมีข้อครหา มีการพูดตลอดว่า มีการจ่ายเงินใต้โต๊ะเพื่อให้ได้บรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่น แต่ก็ไม่เคยจับได้เลย ดังนั้นนี่จึงเป็นครั้งแรก

“ผมต้องยืนยันว่าจุดเริ่มต้นจากการที่นายอนุทินได้เอ็มโอยูกับ 5 หน่วยงาน มีเอกสารชัดเจน พรรคภูมิใจไทยต่อต้านเรื่องนี้จริงๆ ผมกับท่านอนุทิน รู้ว่ามันเป็นสิ่งที่เลวร้ายมาก แต่เราทำอะไรไม่ได้ จับไม่ได้เลย จนกระทั่งมามีความร่วมมือ 5 หน่วยงาน และเป็นจุดเริ่มต้นการทลาย และในการประชุม สส.ภูมิใจไทยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาก็มีมติชัดเจนว่า เรื่องทุจริตถึงใคร ไม่ว่าจะหน่วยงานไหน หรือสส.ในพรรค ใครก็ตามในพรรค จะไม่มีการช่วยเหลือ แต่จะดำเนินคดีถึงที่สุด เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พรรคภูมิใจไทยรับไม่ได้” นายอาสพลธ์ กล่าว พร้อมระบุว่า เราจะติดตามเรื่องนี้ ไม่ใช่จับแต่ปลาซิว ปลาสร้อย คนระกับกลาง ระดับสูง ทางกมธ.ป.ป.ช.ก็จะติดตาม สาวให้ถึงที่สุด
ประธานกมธ.ฯ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่นายกฤต พาดพิง กมธ.ป.ป.ช. พร้อมระบุช่วงเวลาว่าเป็นเดือนต.ค.2568 ซึ่งขณะนั้นตนไม่ได้ดำรงตำแหน่งในกมธ.ป.ป.ช. อย่างไร ก็ตาม ที่มีการพาดพิงนั้นตนกังวล 2 เรื่อง 1. การระบุชื่อ นามสกุล ซึ่งตนได้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้ว ปรากฏว่าชื่อ และบุคคลที่เขากล่าวอ้างว่าเป็นที่ปรึกษากมธ.ฯ นั้นไม่มีอยู่จริง แต่มีคนที่มีนามสกุลนั้น เป็นที่ปรึกษาประธานกมธ.ป.ป.ช.สมัยที่แล้ว 2.ส่วนที่นายกฤต ไปพูดว่ามีการสอบหาเชิงลึกหรือ ล่อซื้อนั้น ชี้แจงว่า กมธ.ฯ ไม่เคยทำเช่นนั้น และข้อบังคับก็ไม่สามารถทำได้ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้สร้างความเสียหายต่อกมธ.ป.ป.ช. และสร้างความเสียหายต่อสภา ตนจึงประสานเจ้าหน้าที่ ทำหนังสือไปยังประธานสภาฯ เพื่อให้สำนักกฎหมาย สภาฯ พิจาณาดำเนินคดีกับผู้ที่สร้างความเสียหายต่อ กมธ.ป.ป.ช. และสภาฯ ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่า สภาฯกลายเป็นแหล่งเรียกรับเงิน ผลประโยชน์ แบล็คเมล แบบนี้ไม่ถูกต้อง นอกจากนี้ตนจะขอให้ประธานสภาฯ วางมาตรการป้องกันไม่ให้คนไม่ว่าจะมีตำแหน่ง หรือไม่มีตำแหน่งในกมธ.ต่างๆ ในสภาฯไปเรียกรับผลประโยชน์จากคนภายนอก เพื่อปกป้องศักดิ์ศรี

เมื่อถามว่า มีข้อเสนอให้การจัดสอบท้องถิ่น ดำเนินการโดยท้องถิ่นเอง นายอาสพลธ์ กล่าวว่า การสอบท้องถิ่นโดยส่วนกลางมีการทุจริต แต่การจัดสอบโดยท้องถิ่นก็มีการทุจริตเช่นกัน ที่ มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ที่ศาลพิพากษาจำคุกอดีตนากอบจ. 318 ปี ยึดทรัพย์ อีก 3 ล้านกว่าบาท ดังนั้นไม่ว่าจะจัดสอบที่ส่วนกลาง หรือท้องถิ่นเอง หากมาตรการไม่ดี ก็มีการทุจริต แต่วันนี้จะต้องป้องกันไม่ให้มีการทุจริตแบบนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต ซึ่งตนเคยสอบถามทางสำนักงานก.พ.ว่าสามารถให้ทางก.พ.จัดสอบภาค ก. ได้หรือไม่ ก็ได้คำตอบว่า ไม่สามารถทำได้เนื่องจากกฎหมายไม่อนุญาตให้ทำ เพราะเป็นข้าราชการคนละประเทศ แต่วันนี้เนื่องจากเป็นวิกฤต แต่ก็เป็นโอกาสให้เราได้ศึกษาการจัดสอบของก.พ.ที่ไม่มีการทุจริต ที่ต้องเสนอรัฐบาลต่อไป
ประธานกมธ. ป.ป.ช. กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันสิ่งที่เราสามารถทำได้คือ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการบุคคลส่วนท้องถิ่น ที่อยู่ในการพิจารณาชั้น สว.นั้น จะเกี่ยวเนื่องกับการสอบท้องถิ่น หาก สว.พิจารณาแล้วมีข้อแก้ไขในร่างพ.ร.บ.นี้ ก็อาจเปลี่ยนบางข้อให้ก.พ.มีอำนาจในการจัดสอบภาค ก. แทนได้ แต่ถ้าทำอย่างนั้น ทางสภาฯ หรือรัฐบาลต้องเสนอร่างพ.ร.บ.ก.พ. ให้ก.พ.มีอำนาจจัดสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่นได้ด้วย นี่คือสิ่งที่เราจะทำคู่ขนานกัน




















