รมว.เกษตรและสหกรณ์ เผยปมมาเลเซียระงับนำเข้ากุ้งไทยมีที่มาจากข้อกังวลเรื่องขั้นตอนตรวจสอบการนำเข้าปลากระพงของมาเลเซียที่ถูกมองเป็นอุปสรรคทางการค้า พร้อมประสานขอหารือรัฐมนตรีเกษตรมาเลเซีย หวังหาทางออกอย่างถาวร และเปิดทางให้กุ้งไทยกลับเข้าสู่ตลาดมาเลเซียโดยเร็ว
เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 10 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังกรณีประเทศมาเลเซียประกาศระงับการนำเข้ากุ้งไทย 5 สายพันธุ์ ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ได้เพิกเฉยต่อปัญหาดังกล่าว และได้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที
นายสุริยะ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่า สาเหตุส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับกรณีที่กรมประมงของไทยดำเนินการตรวจสอบการนำเข้าปลากระพงจากมาเลเซีย โดยมีขั้นตอนการตรวจสอบเอกสารที่ค่อนข้างละเอียดและใช้เวลานาน ซึ่งฝ่ายมาเลเซียมองว่าเป็นอุปสรรคต่อการค้า จนเรื่องดังกล่าวถูกนำเสนอไปถึงระดับนายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย
ทั้งนี้ ทางการมาเลเซียได้มีหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอความร่วมมือในการอำนวยความสะดวกด้านการค้า โดยระบุว่าได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของมาเลเซียอำนวยความสะดวกต่อการนำเข้ากุ้งจากประเทศไทยเช่นกัน และต้องการให้ฝ่ายไทยดำเนินการในลักษณะเดียวกัน
รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ตนได้ประสานขอหารือกับนายดาโต๊ะ ซรี มูฮัมหมัด ซาบู (Datuk Seri Mohamad Sabu) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและความมั่นคงทางอาหารของมาเลเซีย เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาในระยะยาว พร้อมขอให้มีการกำหนดวันเจรจาอย่างเป็นทางการ ซึ่งตนพร้อมเดินทางไปหารือตามคำเชิญของฝ่ายมาเลเซีย
“ผมเชื่อว่าปัญหานี้สามารถแก้ไขร่วมกันได้ และกุ้งไทยจะสามารถกลับไปส่งออกยังตลาดมาเลเซียได้อีกครั้ง” นายสุริยะ กล่าว
สำหรับแนวทางการเจรจาเพื่อให้มาเลเซียยกเลิกมาตรการระงับนำเข้ากุ้งไทยนั้น นายสุริยะ ระบุว่า เบื้องต้นได้มีหนังสือถึงฝ่ายมาเลเซียเพื่อขอให้พิจารณายกเลิกคำสั่งระงับนำเข้าก่อน ขณะเดียวกันได้รับรายงานว่าที่ผ่านมาฝ่ายมาเลเซียยังไม่เปิดรับการเจรจาอย่างเป็นทางการ
ดังนั้น ก่อนที่จะมีการเดินทางไปหารือด้วยตนเอง จึงได้ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและความมั่นคงทางอาหารของมาเลเซีย มอบหมายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเปิดการหารือในระดับปฏิบัติการก่อน เพื่อสร้างความเข้าใจและวางแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน
เมื่อถามว่าการเดินทางไปเจรจาด้วยตนเองจะช่วยคลี่คลายสถานการณ์ได้หรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องที่ทั้งสองประเทศได้รับประโยชน์ร่วมกัน จึงเชื่อว่าการหารือในระดับนโยบายมีโอกาสสูงที่จะสามารถหาข้อยุติและยุติปัญหาได้ในที่สุด



















