รัฐบาลเตรียมทบทวนหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยโฟกัสประเด็นเดียวคือ “เกณฑ์ภาษีจากการลดหย่อนเลี้ยงดูบิดามารดา” หลังพบปัญหาส่งผลกระทบต่อสิทธิผู้สูงอายุบางส่วน พร้อมเดินหน้าคัดกรองผู้มีรายได้น้อยให้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ย้ำไม่แตะเกณฑ์อื่นที่ใช้อยู่เดิม
เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน จะมีการประชุมคณะกรรมการสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อหารือประเด็นสำคัญตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะข้อกังวลเกี่ยวกับ “เกณฑ์ภาษี” กรณีบุตรใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเลี้ยงดูบิดามารดา ซึ่งส่งผลต่อการพิจารณาสิทธิรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของผู้สูงอายุบางราย
นายเอกนิติระบุว่า การประชุมครั้งนี้จะพิจารณาทบทวนเฉพาะ “เกณฑ์ภาษี” เพียงประเด็นเดียว ส่วนเกณฑ์อื่น ๆ เช่น เกณฑ์ที่ดิน และเกณฑ์หนี้สินไม่เกิน 1 แสนบาท ยังคงใช้หลักเกณฑ์เดิมตามการคัดกรองรอบล่าสุดที่มีผู้ผ่านเกณฑ์ประมาณ 13.2 ล้านคน
สาเหตุของการทบทวนดังกล่าว มาจากข้อร้องเรียนและข้อสังเกตในช่วง 4–5 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีผู้สูงอายุบางส่วนได้รับความเดือดร้อนจริง แต่กลับเสียสิทธิ เนื่องจากบุตรนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษี แม้ในทางกฎหมายบุตรจะมีสิทธิดังกล่าว แต่ในทางข้อเท็จจริงอาจไม่ได้มีการดูแลเลี้ยงดูอย่างแท้จริง ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมในระบบสวัสดิการ
“หัวใจสำคัญของการปรับปรุงระบบสวัสดิการครั้งนี้ คือการช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนจริง ๆ เพราะในระบบเดิมที่มีผู้ถือบัตร 13.2 ล้านคน พบว่ามีบางส่วนที่ไม่ได้อยู่ในภาวะยากลำบากจริง ขณะเดียวกันยังมีผู้ตกหล่นจากระบบอีกจำนวนหนึ่ง” นายเอกนิติกล่าว
พร้อมระบุว่า รัฐบาลได้เปิดให้มีการลงทะเบียนรอบใหม่ และมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยลงพื้นที่เพื่อค้นหากลุ่มเป้าหมายที่เดือดร้อนจริง แต่ยังไม่เข้าถึงสิทธิเพื่อเข้าสู่ระบบสวัสดิการอย่างเหมาะสม
นายเอกนิติกล่าวเพิ่มเติมว่า ขั้นตอนต่อไป คณะกรรมการจะพิจารณาเรื่องกรอบเวลาและรายละเอียดเชิงเทคนิค เนื่องจากข้อมูลภาษีของปีที่ผ่านมาได้ถูกนำไปใช้ประกอบสิทธิแล้วตั้งแต่เดือนมีนาคม โดยปกติการทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะดำเนินการทุก 5 ปี และครั้งล่าสุดคือปี 2565 ดังนั้นครั้งนี้จึงถือเป็นโอกาสสำคัญในการนำข้อมูลชุดใหม่ที่มีความละเอียดมากขึ้นมาใช้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด
ส่วนกรณีข้อกังวลของผู้ประกอบการร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบจากโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” เช่น กรณีสุกี้ตี๋น้อยนั้น นายเอกนิติระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายละเอียดครบถ้วน จำเป็นต้องขอตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมก่อนดำเนินการในขั้นต่อไป



















