“ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ระบุพร้อมให้ตรวจสอบทุกประเด็น หลังถูกพาดพิงกรณีระบบ “อากง” ย้ำต้องมีหลักฐานชัดเจน ไม่ควรนำมาเป็นประเด็นทางการเมืองในช่วงใกล้เลือกตั้ง พร้อมขอให้โฟกัสนโยบายเพื่อประโยชน์ประชาชน
เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงกรณีที่นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ และนายคริส โปรตระนันทน์ จะเดินทางไปยื่นหนังสือร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในวันที่ 11 มิ.ย. เกี่ยวกับระบบ “อากง” ว่า หากมีหลักฐานก็สามารถตรวจสอบได้เต็มที่ พร้อมยืนยันความพร้อมในการชี้แจงทุกประเด็น
นายชัชชาติระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าระบบดังกล่าวหมายถึงอะไร และข้อกล่าวหาเรื่องการจ่ายเงิน 4 กิโลกรัมเพื่อซื้อตำแหน่งนั้นเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ พร้อมย้ำว่าในฐานะผู้บริหาร ต้องพร้อมรับการตรวจสอบ แต่เสียดายที่ประเด็นนี้ไม่ถูกหยิบยกขึ้นมาตรวจสอบตั้งแต่ยังดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.
พร้อมระบุว่า ขณะนี้ตนเป็นเพียงประชาชนทั่วไป อาจเข้าถึงข้อมูลได้จำกัด แต่ยินดีให้ความร่วมมือในการตรวจสอบอย่างเต็มที่
“อย่าให้เป็นประเด็นทางการเมือง เพราะใกล้ช่วงเลือกตั้ง อยากให้โฟกัสที่นโยบายมากกว่า เรื่องอนาคตของกรุงเทพฯ สำคัญกว่าเรื่องในอดีต” นายชัชชาติกล่าว
เมื่อถูกถามว่าประเด็นดังกล่าวจะกระทบต่อคะแนนนิยมหรือไม่ นายชัชชาติยอมรับว่า ประชาชนน่าจะเข้าใจ แต่บางครั้งก็รู้สึกท้อ เพราะต้องเสียเวลาไปกับประเด็นเก่า ทั้งที่ควรนำเสนอผลงานและนโยบายเพื่ออนาคต ยืนยันว่าตลอด 4 ปีที่ผ่านมาไม่มีเรื่องด่างพร้อย และพร้อมให้ตรวจสอบทุกเรื่อง
นายชัชชาติยังกล่าวด้วยว่า หากมีการตรวจสอบก็ไม่ขัดข้อง แต่ขอให้ตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง ไม่ใช่การสร้างกระแสหรือทำให้ประชาชนสับสน พร้อมฝากสื่อมวลชนช่วยคัดกรองข้อมูลเพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด
“ระบบอากงไม่มีอยู่จริง และการซื้อขายตำแหน่งก็ทำไม่ได้ หากมีการแอบอ้างสามารถแจ้งมาได้ทันที” นายชัชชาติกล่าว
สำหรับแนวทางการดำเนินคดีหรือฟ้องร้องผู้ที่พาดพิงนั้น นายชัชชาติระบุว่า ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ไม่อยากให้ถูกมองว่าเป็นการฟ้องปิดปาก พร้อมย้ำว่าควรให้กระบวนการยุติธรรมและประชาชนเป็นผู้ตัดสิน
ด้านกรณีการหาเสียงเลือกตั้ง นายชัชชาติระบุว่า ควรเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ โดยให้ความสำคัญกับนโยบายด้านเศรษฐกิจ ฝุ่น และน้ำท่วม ซึ่งส่งผลต่อประชาชนโดยตรง ขณะที่ประเด็นทุจริตก็สำคัญ แต่ต้องมีหลักฐานชัดเจน
ท้ายที่สุด นายชัชชาติกล่าวย้ำว่า ตนพร้อมรับการตรวจสอบทุกเรื่อง และไม่เคยมีการจัดตั้งกลุ่มใดเพื่อโจมตีฝ่ายตรงข้าม โดยขอให้ทุกฝ่ายเดินหน้าหาเสียงอย่างสร้างสรรค์ เพื่อประโยชน์ของกรุงเทพฯ ในอนาคต



















