‘สนธิญา’แจ้งปอท.เอาผิดม.112‘รักชนก’ ปมโพสต์คลิปพร้อมข้อความ‘ราชาศัพท์’

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

สนธิญา” หอบหลักฐานแจ้ง บก.ปอท. ดำเนินคดี “ไอซ์ รักชนก” ส.ส.พรรคประชาชน ปมโพสต์คลิปพร้อมข้อความและคำว่า “ตรัส” อ้างเป็นการสื่อถึงบุคคลที่อยู่ “ข้างบน” ชี้พฤติการณ์คล้ายคดีเดิมที่เคยถูกศาลพิพากษาจำคุก 6 ปี เตรียมยื่น อสส. ขอพิจารณาเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว ย้ำการแจ้งความทำในฐานะประชาชนเพื่อพิทักษ์ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

เมื่อวันที่ 18 ส.ค. ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง นำเอกสารและหลักฐานเดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เพื่อดำเนินคดีกับ น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือ “ไอซ์” ส.ส.พรรคประชาชน ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

นายสนธิญา เปิดเผยว่า การเข้าแจ้งความครั้งนี้สืบเนื่องจากกรณีที่ น.ส.รักชนก โพสต์คลิปและข้อความที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับคำพูดของนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) รายหนึ่ง ซึ่งกล่าวถึงคำว่า “ข้างบน” ก่อนมีการเพิ่มเติมวลีและคำราชาศัพท์ โดยใช้คำว่า “ตรัส” ต่อท้าย ซึ่งตามหลักการใช้ภาษาเป็นคำเฉพาะที่ใช้กับพระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ หรือพระพุทธเจ้า จึงเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการผูกมัดและชี้ให้เห็นถึงบุคคลที่ต้องการสื่อถึงอย่างชัดเจน

นายสนธิญา กล่าวว่า พฤติการณ์ดังกล่าวมีลักษณะคล้ายคลึงกับคดีเดิมเมื่อปี 2564 ซึ่ง น.ส.รักชนก เคยนำข้อความของบุคคลอื่นมาโพสต์ในพื้นที่ส่วนตัว จนนำไปสู่การที่ศาลมีคำพิพากษาจำคุก 6 ปี ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการอุทธรณ์ จึงมองว่าการกระทำครั้งนี้เป็นพฤติการณ์ที่ไม่เกรงกลัวต่อกระบวนการยุติธรรม

นายสนธิญา กล่าวอีกว่า นอกจากการดำเนินคดีที่ บก.ปอท. แล้ว ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ จะเดินทางไปยื่นหนังสือต่ออัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อขอให้พิจารณาดำเนินการส่งเรื่องต่อศาล เพื่อให้มีคำสั่งเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวของ น.ส.รักชนก เนื่องจากเห็นว่าการโพสต์ดังกล่าวอาจเข้าข่ายเป็นการกระทำที่ผิดเงื่อนไขและข้อตกลงในการปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งห้ามเคลื่อนไหวหรือกระทำการในลักษณะเดียวกับคดีเดิมที่ถูกตัดสินไปแล้ว

พร้อมกันนี้ นายสนธิญา ฝากเตือนไปยัง ส.ส.พรรคประชาชนว่า การสร้างคดีเพิ่มไม่ได้ช่วยสร้างคะแนนนิยม แต่จะกลายเป็นคดีความที่ติดตัวไปเรื่อย ๆ จึงขอให้ระมัดระวังในการใช้ถ้อยคำและการโพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์

ส่วนกรณีที่มีคำถามว่าการออกมาแจ้งความครั้งนี้อาจถูกมองว่าเป็นการช่วยเพิ่มยอดวิว หรือ “เพิ่มราคา” ให้กับอีกฝ่ายหรือไม่นั้น นายสนธิญา กล่าวว่า ไม่ได้กังวลกับเรื่องดังกล่าว และพร้อมยอมรับหากจะถูกมองว่า “เสียรู้” เพราะสิ่งที่ทำเป็นการทำหน้าที่ในฐานะประชาชนที่ต้องการพิทักษ์ไว้ซึ่งชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 50

“ผมไม่ได้หิวแสง และไม่มีประโยชน์อะไรแอบแฝง ที่ผ่านมาผมฟ้องคดีเกี่ยวกับมาตรา 112 มาแล้วไม่ต่ำกว่า 40-50 คดี ครั้งนี้ก็เป็นการทำหน้าที่ตามกฎหมาย เมื่อพบเห็นการกระทำที่สุ่มเสี่ยงและชัดเจน” นายสนธิญา กล่าว

เบื้องต้นพนักงานสอบสวน บก.ปอท. ได้สอบปากคำผู้ร้องและรับเอกสารหลักฐานไว้ ก่อนเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img