“ก.ล.ต.”ยกระดับมาตรการ KYC /CDD คุมบัญชีม้า-กันฟอกเงิน เริ่ม 16 ส.ค.นี้

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

ก.ล.ต. ออกแนวปฏิบัติ ยกระดับ มาตรการ KYC /CDD เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบการทำธุรกรรมของลูกค้าของผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อป้องกันบัญชีม้า การฟอกเงิน และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป

นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ก.ล.ต.ไดัออกแนวปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุน เพื่อยกระดับกระบวนการทำความรู้จักลูกค้า การตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า และการติดตามตรวจสอบธุรกรรมของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยง และสามารถป้องกันและยับยั้งไม่ให้ตลาดทุนถูกใช้เป็นช่องทางการฟอกเงินและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

โดยแนวปฏิบัติได้กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจดำเนินการอย่างเข้มข้นตั้งแต่กระบวนการเปิดบัญชี การระบุผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (Ultimate Beneficial Owner: UBO) โดยเฉพาะกรณีนิติบุคคล การตรวจสอบความสมเหตุสมผลของแหล่งที่มาของเงิน ตลอดจนการติดตามพฤติกรรมการทำธุรกรรม หากพบความผิดปกติให้ดำเนินการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าในระดับที่เข้มข้น (Enhanced CDD) และรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.)

นอกจากนี้ ยังกำหนดมาตรการควบคุมธุรกรรมเงินเข้า – ออกบัญชี ให้สามารถตรวจสอบที่มาได้อย่างชัดเจน (audit trail) เช่น การรับ – โอนเงินผ่านบัญชีที่มีชื่อเดียวกับลูกค้า เพื่อป้องกันบัญชีม้าและการฟอกเงิน

ทั้งนี้ แนวปฏิบัตินี้จัดทำขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง ก.ล.ต. หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงาน ปปง. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และภาคธุรกิจในตลาดทุน เพื่อยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลให้สอดคล้องกับความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลง และเสริมความเข้มแข็งในการป้องกันการกระทำผิดในระบบตลาดทุนโดยรวม

นางพรอนงค์ กล่าวว่า “ก.ล.ต. เล็งเห็นถึงความจำเป็นในการยกระดับมาตรฐานผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุน ตั้งแต่กระบวนการทำความรู้จักและตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงของลูกค้า และการติดตามตรวจสอบธุรกรรมของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ให้มีความครอบคลุม รอบด้าน อีกทั้ง การออกแนวปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบธุรกิจในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการฟอกเงินและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พร้อมเสริมสร้างความเชื่อมั่นของตลาดทุนไทยในระยะยาว”

ทั้งนี้ แนวปฏิบัตินี้จะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img