‘ทนายอั๋น’ผนึกฝ่ายค้านยื่นหลักฐานเด็ด! จี้ตั้งคณะไต่สวนป.ป.ช.ปมคดี‘ศักดิ์สยาม’

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

 “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” ขนหลักฐานเส้นทางการเงินและคำเบิกความศาลรัฐธรรมนูญ ยื่น “วิปฝ่ายค้าน” เสริมทัพคำร้องสอย ป.ป.ช. ด้าน “พริษฐ์” กาง 3 หมวดพิรุธ แฉหลักฐานมัด ป.ป.ช. ส่อไม่เคยไต่สวนคดีก่อนยกคำร้อง จี้ตอบคำถามสังคมให้ชัดเจนภายในเดือนนี้

วันที่ 12 พ.ค.2569 เวลา 09.30 น.ที่รัฐสภา นายภัทรพงศ์ ศุภักษร (ทนายอั๋น บุรีรัมย์) ในฐานะภาคประชาชนเข้ายื่นหนังสือถึงนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) เพื่อประกอบการเขียนคำร้องส่งถึงประธานรัฐสภาเพื่อพิจารณาส่งศาลตั้งคณะกรรมการไต่สวนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ปงช.) กรณีตีตกข้อร้องเรียน นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรมว.คมนาคม อดีตเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ซุกหุ้น

โดยนายภัทรพงศ์ กล่าวว่า คำวินิจฉัยของป.ป.ช.ในคดีของนายศักดิ์สยาม ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ซึ่งพยานหลักฐานที่สำคัญคือ คือคำเบิกความของอดีตนายกรัฐมนตรีและนาย “ศ” ที่ศาลรัฐธรรมนูญมีความวินิจฉัย ว่าเป็นนอมินีรวมถึงเส้นทางการเงินที่ส่งคนนี้ใช้โอน ไปมาซึ่งกันและกัน จะเป็นหลักฐานช่วยให้วิปฝ่ายค้านทำคำร้องส่งถึงประธานสภาได้สะดวกและง่ายขึ้น สำหรับภาคประชาชนก็จะมีการร่วมลงชื่อ ถึงจะครบหรือไม่ครบ 20,000 รายชื่อ ก็จำส่งรายชื่เหล่านั้นให้ฝ่ายค้านนำไปประกอบการยื่นคำร้องในเดือนพ.ค.นี้ โดยจะมีการตั้งโต๊ะพื้นที่กทม.แต่เวลา และสถานที่จะแจ้งอีกครั้ง อย่างไรก็ตามตนหวังว่านายโสภณ ซารัมน์ จะไม่วินิจฉัยเกินขอบเขตอำนาจของตัวเองเหมือน ป.ป.ช.และกกต. ที่ทำอยู่ในขณะนี้ 

นายพริษฐ์ กล่าวว่า สำหรับข้อมูลพยานหลักฐานที่ภาคประชาชนนำมายื่นวันนี้ คิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการเขียนคำร้องไปยังประธานสภาเพื่อเสนอให้ศาลตั้งคณะไต่สวนอิสระเพื่อไต่สวนกรรมการป.ป.ช.กรณียกคำร้องคดีนายศักดิ์สยาม ตามกลไกรัฐธรรมนูญมาตรา 236 ส่วนการร่วมลงชื่อภาคประชาชนนั้นไม่ว่าจะได้ครบหรือไม่ ทางพรรคฝ่ายค้านก็ดำเนินการเรื่องนี้ต่อแน่นอน ซึ่งขณะนี้รายชื่ออิงตามมติพรรคคือครบแล้วคือ พรรคประชาชน 119 เสียง ประชาธิปัตย์ 20 กว่าเสียง ไทยภักดี 1 เสียง และเสรีรวมไทย 1 เสียง และสว.ประมาณ 10 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างการยกร่างคำร้องให้เสร็จภายในสิ้นเดือนพ.ค.นี้ และรอข้อมูลจากป.ป.ช.ตามที่นายนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน เดินทางไปเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาในคดีนี้ ไม่ว่าจะเป็นเอกสาร ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการของปปช คำชี้แจงของนายศักดิ์สยามและความเห็นของปปชก่อนมีมติยกคำร้อง เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วย

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้คำร้องต่อประธานสภาจะแบ่งออกเป็น 3 หมวดหมู่สำคัญ หมวดหมู่ที่ 1 การตั้งข้อสังเกตว่าจากข้อเท็จจริงทั้งหมดที่ปรากฏในกระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งการโอนหุ้น เส้นทางการเงินต่างๆ เหตุใดป.ป.ชจึงไม่นำข้อเท็จจริงเหล่านี้มาพิจารณา หรือหากนำไปพิจารณาเหตุใดจึงไม่มีข้อสรุปว่า นายศักดิ์สยามมีเจตนายื่นบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จหรือซุกหุ้นคล้ายกับที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ให้นายศักดิ์สยามพ้นตำแหน่งรัฐมนตรี หมวดหมู่ที่ 2ตั้งข้อสังเกตจากคำร้องของนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน และสส.หลายคนยื่นต่อป.ป.ช.นั้น ทางป.ป.ช.พิจารณาครบทุกข้อกล่าวหาหรือไม่ ตกหล่นหรือไม่ หมวดหมู่ที่ 3 การตั้งข้อสังเกตในกระบวนการตั้งแต่รับคำร้องไปจนถึงการตรวจสอบ หรือไต่สวนเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของป.ป.ช.หรือไม่ เพราะนายปกรณ์วุฒิในฐานะที่เป็นผู้ร้องไม่เคยได้รับการสื่อสารติดต่อกลับจากป.ป.ช.เลย ทราบพร้อมประชาชนว่ามีการยกคำร้องไปแล้ว ซึ่งเป็นอะไรที่ผิดวิสัย

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาตนมีข้อสังเกตใหม่ ที่อยากฝากคำถามไปถึง ป.ป.ช.และชวนประชาชนคิดตามด้วยคือ ตกลงแล้วก่อนป.ป.ช.จะยกคำร้องกรณีนายศักดิ์สยามนั้นได้ทำหรไต่สวนผู้เกี่ยวข้องกับคดีจริงหรือไม่ ซึ่งตนสงสัยว่าป.ป.ช.อาจไม่ได้ดำเนินการไต่สวนเลย เพราะเมื่อดูพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มาตรา 51 เขียนชัดว่าการไต่สวนเรื่องใดที่เป็นเรื่องสำคัญ มีผลกระทบอย่างกว้างขวาง หรือมีการไต่สวนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ป.ป.ช.จะต้องไต่สวนเองหรือแต่งตั้งกรรมการไม่น้อยกว่า 2 คนและบุคคลอื่นเป็นคณะกรรมการไต่สวนก็ได้ แต่ที่ผ่านมาไม่เห็นตรงนี้เลย แม้ในคำแถลงการณ์ของป.ป.ช. ก็ไม่มีเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม ตนคาดว่าป.ป.ช.น่าจะใช้ช่องของมาตรา 49 ในการปัดตก ซึ่งมาตราดังกล่าวระบุว่าหากตรวจสอบเบื้องต้นและมีข้อมูลไม่เพียงพอหรือความผิดที่กล่าวหานั้นไม่ได้อยู่ในหน้าที่และอำนาจสามารถเสนอให้คณะกรรมการป.ป.ช.ไม่รับเรื่องไว้พิจารณาได้ แต่หากเป็นเช่นนั้นจริงก็มีพิรุธอีก เพราะมาตราดังกล่าว ยังระบุต่อ ในวรรคหนึ่ง ว่า หากสมมุติป.ป.ช.มีการตรวจสอบเบื้องต้นและ มีคำสั่งไม่รับเรื่องไว้พิจารณา ถ้ากรณีที่เป็นคำกล่าวหาจะต้องมีหนังสือแจ้งผู้กล่าวหาให้ทราบ คือต้องแจ้งนายปกรณ์วุฒิ

“แต่ที่ผ่านมาในปกรณ์วุฒิก็ยังไม่เคยได้รับการสื่อสารจากป.ป.ช.เลย นี่คือข้อพิรุธเพิ่มเติมที่เราค้นพบจากกรณีดังกล่าว จึงขอให้ป.ป.ช.ชี้แจงให้ชัด ว่าได้มีการไต่สวนผู้เกี่ยวข้องกับคดีนี้หรือไม่ หากไม่ไต่สวนเป็นเพราะอะไร แล้วหากไม่ไต่สวนและมีการใช้กลไกการตรวจสอบเบื้องต้น ในการปัดตกคำร้องดังกล่าวทำไมถึงไม่ดำเนินการตามมาตรา 49 ของพ.ร.ป.ป.ป.ช.เพื่อแจ้งผู้กล่าวหาอย่างนายปกรณ์วุฒิให้ทราบถึงผลการพิจารณาตรงนี้ นี่คือเสี้ยวเดียวของความไม่ปกติที่เราค้นพบจากกรณีดังกล่าว และจะเป็นอย่างในหลายข้อสังเกตที่เราจะใส่เข้าไปในคำร้อง ยื่นต่อประธานสภา” นายพริษฐ์ กล่าว

เมื่อถามว่าในคำร้องมีการให้ความสำคัญกับเรื่องใดเป็นพิเศษหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า  เราต้องทำให้ครอบคลุม ที่สุดทั้ง 3 หมวดหมู่ที่กล่าวข้างต้น อย่างที่รู้กัน เพราะเมื่อยื่นไปแล้ว เรื่องก็ยังไม่ไปถึงศาลทันที รัฐธรรมนูญ 60 ออกแบบให้อ้อมไปที่ประธานรัฐสภาก่อนแล้วประธานสภาจะใช้ดุลพินิจในการตัดสินใจว่ามีเหตุอันควรสงสัยให้ส่งต่อไปหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมามีในกรณีพรรคฝ่ายค้านใช้ช่องทางนี้ตรวจสอบป.ป.ช. กรณีนาฬิกาพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และกรณีมีคลิปหลุดร่วมกับวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานสภา ซึ่งนายวันมูหะมัดนอร์ ก็ช้ำนาจปัดตกเรื่องนี้ 1 วัน ก่อนยุบสภา ดังนั้นเราหวังว่าประวัติศาสตร์จะไม่ซ้ำรอย หน้าที่เราคือการ คำร้องไห้รอบคอบครบถ้วนที่สุด และหวังว่าข้อเท็จจริงเหล่านั้นจะเพียงพอให้นายโสภณ ซารัมย์ จะมีเหตุอันควรสงสัยให้ส่งเรื่องต่อไปยังศาลฎีกาเพื่อตั้งคณะไต่สวนอิสระ

นายพริษฐ์ กล่าวย้ำว่า การยื่นคำร้องครั้งนี้แยกจากการร้องครั้งที่แล้ว ครั้งนี้เป็นเรื่องการไม่เห็นด้วยกับการปัดตกคำร้องของป.ป. ซึ่งไม่ใช่เรื่องจริยธรรม ย้ำว่ากระดุมเม็ดแรกคือฝากให้ป.ป.ช.ชี้แจงให้ชัดก่อนว่าตกลงมีการไต่สวนหรือไม่ ถ้าไม่มีการไต่สวนปปช.ต้องอธิบายให้กระจ่างว่า ทั้งที่มีข้อมูลข้อเท็จจริง เส้นทางเงิน การโอนหุ้นและคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญชัด ส่วนป.ป.ช.ต้องมีการทบทวนมติหรือไม่ นั้นก็เป็นอำนาจหน้าที่ที่ป.ป.ช.สามารถทำได้ แต่ฝั่งเราเมื่อเห็นป.ป.ช.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กลไกเดียวที่เรามีในการตรวจสอบป.ป.ช.คือการใช้ช่องรัฐธรรมนูญมาตรา 236 ที่กำลังดำเนินการอยู่นี้

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img