กระทรวงคมนาคม สั่งเยียวยาเหยื่อรถไฟชนรถบัสแล้ว 6 ราย ด้าน ‘สิริพงศ์’ ลั่นไม่ต้องรอถอดบทเรียน แต่ต้องแก้ปัญหาทันที เตรียมดึงงบกองทุนเลขทะเบียนสวยติดตั้งระบบความปลอดภัย-ไม้กั้นอัตโนมัติ นำร่อง กทม. และปริมณฑล พร้อมสั่งกรมรางฯ ดำเนินคดีเด็ดขาดกับรถทุกคันที่จอดทับเส้นรางรถไฟ
วันที่ 26 พ.ค.2569 เวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงการเยียวยาผู้ที่ได้รับความเสียหาย และได้รับความสูญเสียจากเหตุรถไฟชนรถประจำทาง เมื่อ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา ว่า ขณะนี้การเยียวยาผู้เสียชีวิตจากเหตุดังกล่าวได้มีการอนุมัติเงินเยียวยาแล้ว จำนวน 6 ราย จากทั้งหมด 8 ราย โดยองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ (ขสมก.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้เยียวยา 2,900,000 บาท และจะมีอีก 300,000 บาท จากกองทุนคุ้มครองสิทธิ์ ซึ่ง ขสมก. และ รฟท.จะดำเนินการขอนุมัติต่อไป เช่นเดียวกับผู้บาดเจ็บได้มีการไปเยี่ยม และเยียวยาในเบื้องต้นแล้ว ส่วนผู้เคราะห์ร้านอื่นๆจะดำเนินการต่อไป ส่วนขั้นตอนการดำเนินคดีนั้น กรมการขนส่งทางราง ได้แจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีกับผู้ขับรถไฟฐานประมาท และได้มีการดำเนินคดีกับรถทุกคันที่จอดทับบริเวณรางรถไฟ ฐานฝ่าฝืนกฎจราจร ซึ่งพนักงานสอบสวน หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการต่อไป
เมื่อถามว่า กระทรวงคมนาคมจำเป็นจะต้องมีการถอดบทเรียนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่นั้น นายสิริพงศ์ กล่าวว่า การถอดบทเรียนนั้น กระทรวงคมนาคมไม่เคยพูดถึง เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นควรจะดำเนินกันมานานแล้ว ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นเหตุที่รอการเกิด ปัญหาเหล่านี้จำเป็นจะต้องมีการจัดการ และหลายจุดที่เป็นทางลักผ่านข้ามทางรถไฟ และชุมชน ซึ่งมีอุปกรณ์ความปลอดภัยไม่ครบถ้วนจะต้องแก้ไขทันที ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้มีการพูดคุยกับสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (สทร.) เรียบร้อยแล้ว โดยจะนำงบประมาณจากกองทุนเลขทะเบียนสวย ไปจัดการกับปัญหาจุดตัดทางรถไฟ ซึ่งจะนำร่องในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลก่อน ก่อนจะขยายไปทั่วประเทศ ให้มีอุปกรณ์ความปลอดภัย และสัญญาณแจ้งเตือน ทั้งไฟเตือน เสียงหวูดแจ้งเตือนให้ครบถ้วน ซึ่งในอนาคตอาจจะมีไม้กั้นอัตโนมัติ มีระบบการตรวจจับ เพื่อลดความผิดพลาดมนุษย์ (Human Error)
เมื่อถามว่า สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สหภาพการรถไฟ) สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นเพราะคนบริหารจัดการไม่เพียงพอจะต้องมีการรับเจ้าหน้าที่เพิ่มนั้น นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ถือเป็นข้อเสนอหนึ่งของสหภาพการรถไฟ แต่เชื่อว่า เทคโนโลยีสามารถทดแทนได้ ซึ่งที่ผ่านมามีการลดคน แต่ไม่ได้มีการนำเทคโนโลยีมาให้ หรือหากจะต้องเพิ่มบุคลากรอาจจะต้องเปลี่ยนรูปแบบการจ้างเพื่อไม่ให้เป็นภาระผูกพันงบ



















