”พริษฐ์ วัชรสินธุ” ฉะเดือด “อนุทิน ชาญวีรกูล” ท่าทีย้อนแย้ง หลังปัดตกคลิปเสียงแฉทุจริตสอบท้องถิ่นเป็นเรื่องไร้สาระ ทั้งที่เคยประกาศอับอายดัชนีคอร์รัปชันไทยตกต่ำ เตือนอย่าด่วนสรุปไม่มีการเมืองเอี่ยว จี้สอบสวนถอนรากถอนโคน ลั่นฝ่ายค้านไม่ปล่อยให้ตัดตอนจบแค่ข้าราชการประจำแน่นอน
วันที่ 26 มิ.ย.2569 ที่อาคารอนาคตใหม่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีข้อครหาเรื่องการทุจริตข้อสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (สอบท้องถิ่น) โดยยืนยันว่าพรรคฝ่ายค้านจะเดินหน้าตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเข้มข้นแน่นอน ตนประหลาดใจต่อท่าทีของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่มีต่อกรณีดังกล่าว โดยชี้ว่าเป็นท่าทีที่ค่อนข้างย้อนแย้งกับสิ่งที่เคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้
”ก่อนหน้านี้นายกฯ เคยบอกว่าจะปราบปรามปัญหาการทุจริตอย่างจริงจัง และรู้สึกอับอายกับคะแนนดัชนีรับรู้การทุจริต (CPI) ของประเทศเราที่ตกต่ำที่สุดในรอบ 10 กว่าปี แต่พอมีคลิปหลักฐานสำคัญที่อาจบ่งบอกได้ว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นจริง ท่านกลับออกมาบอกว่าเป็นเนื้อหาที่ไร้สาระ ซึ่งย้อนแย้งพอสมควร” นายพริษฐ์ กล่าว
รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวต่อว่า หลายกรณีก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีมักจะรีบปัดตกหรือดูแคลนหลักฐาน แต่สุดท้ายเมื่อพิสูจน์แล้วกลับพบว่ามีมูลความจริง เช่น “วิกฤตน้ำมัน” ที่นายกฯ เคยออกมายืนยันเสียงแข็งว่าไม่มี “ไอ้โม่ง” แต่ท้ายที่สุดกระบวนการกักตุนน้ำมันก็มีอยู่จริง ดังนั้น ตนจึงมองว่าเร็วเกินไปที่นายกรัฐมนตรีจะด่วนสรุปว่าไม่มีฝ่ายการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง เพราะในคลิปเสียงบางคลิปมีการพาดพิงถึงบุคคลในแวดวงการเมืองอย่างชัดเจน ซึ่งตนเชื่อว่าเป็นบุคคลที่อาจมีความเชื่อมโยงกับคนในรัฐบาลบางคนด้วย โดยเฉพาะเมื่อนายอนุทินเป็นผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยมาเกือบตลอดตั้งแต่ปี 2566
เมื่อถามถึงความกังวลว่า ท้ายที่สุดข้าราชการประจำจะเป็นแพะรับบาปเพียงฝ่ายเดียว ส่วนฝ่ายการเมืองลอยนวลเป็นไอ้โม่งหรือไม่ นายพริษฐ์ ยืนยันเสียงแข็งว่า ”ฝ่ายค้านจะไม่ปล่อยให้เกิดกระบวนการตัดตอนการตรวจสอบเป็นอันขาด เรายืนยันว่าเรื่องนี้ต้องตรวจสอบทุกส่วนและต้องถอนรากถอนโคน จะไม่ยอมให้จบแค่ข้าราชการประจำกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น”
นายพริษฐ์ ยังได้ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมถึงความลักลั่นและมาตรฐานที่แตกต่างกันในการตรวจสอบของกระทรวงมหาดไทย โดยยกตัวอย่างเปรียบเทียบว่า ก่อนหน้านี้กรณีการโยกย้ายข้าราชการในจังหวัดภูเก็ตสามารถทำได้อย่างรวดเร็วมาก แต่พอมาถึงคดีที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงโดยตรง อย่างกรณีข้อความแชตหลุดระบุวลี “ช่วยน้ำเงินด้วย” ที่เกี่ยวพันกับอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จนถึงวันนี้ผ่านมาหลายสัปดาห์แล้ว กลับยังไม่มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงแต่อย่างใด ซึ่งหลังจากนี้ทางพรรคประชาชนจะมีการหารือกับ สส. ที่รับผิดชอบในกรณีนี้ เพื่อรวบรวมเบาะแสและหลักฐานเพิ่มเติมต่อไป




















