“มท.4”ขีดเส้นถอดถอน 5,925 รายให้จบสิ้นสิงหาคมนี้ ยันไม่มีฟอกขาว

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“มท.4” ร่วม ถก กมธ.กระจายอำนาจ ปม รักษาสิทธิ์ ของผู้สอบท้องถิ่นที่สุจริต ชี้ กระบวนการถอดถอนรายชื่อ 5,925 คนไม่ยืดเยื้อ ยัน ไม่ใช่กระบวนการฟอกขาว ท้า โรม มีหลักฐานให้ ยื่น ป.ป.ช. หากไม่ไว้ใจฝ่ายการเมือง พร้อมรับมือฝ่ายค้านอภิปรายซักฟอก

วันที่ 20 ส.ค. 69 เวลา 09.35 น.ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ โดยมีนายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ เป็นประธานการประชุมมีวาระพิจารณาเรื่องการเสียสิทธิบางประการของผู้ที่ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการและพนักงานท้องถิ่นในกลุ่มผู้ที่ไม่อยู่ในข่ายทุจริตในการสอบแข่งขันท้องถิ่น ปี 68 โดยเชิญนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมประชุม

นายคงกฤษ กล่าวว่า เนื่องจากครั้งนี้ผู้ที่ไม่ได้ทุจริตอาจเสียสิทธิ์ในการบรรจุหรือแต่งตั้งในจังหวัดที่เขาไม่ได้เลือกมาก่อน สำหรับวันนี้เมื่อได้ขึ้นบัญชีเราก็อยากให้โอกาสกับผู้ที่ได้รับสิทธิ์เลื่อนบัญชีขึ้นมา

ขณะที่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า หากได้ติดตามกระบวนการตอนนี้กำลังส่งข้อมูล ผู้ที่มีคะแนนผิดปกติให้กับทาง ก.จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งหลังจากนั้น ก. จังหวัดจะมีการประชุมและส่งข้อมูลให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ เพื่อให้ถอดถอนผู้ที่ทุจริตและถูกบรรจุเข้าไป เมื่อกลุ่มบุคคลเหล่านี้ถูกถอดถอนออกไปก็จะทำให้มีที่ว่างเดิมเกิดขึ้น

เมื่อถามว่านอกจากสิทธิ์สอบแล้วจะสืบเนื่องถึงสิทธิ์อะไรบ้าง เช่น เรื่องเงินเดือน นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ทั้งหมดอยู่แล้ว เพราะเราถือว่ามันเป็นสิทธิ์ที่ไม่ควรได้ ก็ต้องดำเนินการต่อแต่นี่เป็นเพียงขั้นตอนแรก ซึ่งคนเหล่านี้จะได้รับสิทธิ์ตั้งแต่เริ่มวันบรรจุหลังจากมีการเรียกบัญชีและบริหารบัญชีเสร็จ เมื่อเรียกคนไปบรรจุก็จะได้รับสิทธิ์ตั้งแต่ตอนนั้น รวมแล้วประมาณ 5,000 กว่าคน แต่ตัวเลขมีการขยับทุกวัน

เมื่อถามว่าการถอดถอนรายชื่อ 5,925 คน จะมีอุปสรรคหรือไม่เพราะบางท้องถิ่นยังกังวล สุดท้ายจะยืดเยื้อออกไปหรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ไม่ยืดเยื้อ ตนเข้าใจนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกที่ ว่ามีความกังวลและไม่มีใครอยากเข้าไปยุ่งเรื่องนี้ แต่ในเมื่อเหตุมันเกิดไปแล้วและมีข้อเท็จจริงที่เราสามารถพิสูจน์ได้ ก็ต้องดำเนินการปฏิเสธไม่ได้ว่าบุคคลเหล่านี้เป็นบุคคลที่ไม่ควรได้รับการบรรจุตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่ในส่วนของความกังวลก็ทราบว่ามีหลายกลุ่ม เพราะยังไม่เห็นข้อมูลจากส่วนกลางส่งไปให้ ซึ่งตอนนี้มีหลายที่เมื่อได้รับข้อมูลไปแล้วเขาก็สบายใจแล้วก็ดำเนินการเรื่องนี้ต่อ อบจ.ลำพูน ก็ออกมาโพสต์ว่าได้รับข้อมูลทาง อบจ.กระบี่ก็ได้ถอดถอนไปแล้วทั้งหมด 112 คน ซึ่งเราขีดเส้นการถอดถอนทั้ง 5,925 คน ไว้วันที่ 31 ส.ค. 69

เมื่อถามว่าฝ่ายค้านเรียกร้องให้ไปยื่น ป.ป.ช. นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า เราได้ยื่นไปแล้วเราดำเนินการ 2 ส่วน คือทางบริหารและทางอาญา ในส่วนของอาญา ทาง ป.ป.ช. และตำรวจ เป็นผู้รับผิดชอบ

“ซึ่งวันนี้ถ้าเราไม่ดำเนินการในฝ่ายบริหาร คำถามก็คือว่ามันจะเห็นผลเมื่อไหร่ มันจะเสร็จเมื่อไหร่เพราะฉะนั้นเราสามารถดำเนินการควบคู่กันไปได้ ข้อมูลที่เราพบเห็นปรากฏทั้งหมด ก็รวบรวมข้อมูลและส่งให้ ป.ป.ช. ไปแล้วด้วย เพื่อให้ ป.ป.ช. ไปประกอบสำนวน และทำในส่วนของอาญาต่อ“ นายวรศิษฎ์ กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีที่นายรังสิมันต์​ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ระบุว่า ต้นตอปัญหาการทุจริตสอบครั้งนี้เกิดจากที่ยุคก่อนยกเลิกมหาวิทยาลัยบูรพาออกจากการเป็นผู้จัดสอบ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าทุกคนมีข้อมูล ที่บอกว่าเขาไปพบบการทุจริตก่อนหน้านี้ ฉะนั้น กระบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น แสดงว่าข้อเท็จจริงไม่ได้เกิดในปี 67 หรือ 68 และการที่ยกเลิกสัญญากับมหาวิทยาลัยบูรพา ตรงนี้ตนจะให้มหาวิทยาลัยบูรพา นำข้อมูลไปให้กับป.ป.ช. เลย ถ้าคิดว่ามีความผิดปกติ ก็เชื่อว่าจะสามารถนำข้อูลมาตรวจสอบกันได้หมด และในส่วนของกรม สถ. ตนเชื่อว่า ในการดำเนินการมีข้อมูลเอกสารหลักฐานตามกฎหมายอยู่แล้ว เพราะไม่เช่นนั้นกรมฯ ก็แย่ ซึ่งข้อเท็จจริง ณ ขณะนั้นนต้องบอมรับว่ามีกลุ่มผู้มาร้องเรียนนายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย เวลานั้น ก็ให้ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างชัดเจน จึงมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงขึ้นมา

นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ปรากฏว่าคณะกรรมการสอบสวนฯ บอกว่าควรที่จะเพิ่มมาตรฐานในการสอบเพื่อให้เกิดการรัดกุมมากกว่านี้ ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นคือสัญญาใน TOR และงบประมาณ เปลี่ยนแปลงไปจึงไม่สามารถสามารถใช้ตัวเดิมได้ เพราะข้อแตกต่างในเรื่องรายละเอียดเยอะ ซึ่งตรงนี้ทาง สถ. ได้มีการปรึกษากับกรมบัญชีกลางในการหาผู้รับจ้างรอบใหม่ ซึ่งเรามีการสืบราคาทั้ง 67 มหาวิทยาลัย เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ แต่ละมหาวิทยาลัยก็แจ้งข้อมูลเข้ามาที่สำคัญ กระบวนการในการจัดซื้อจัดจ้าง จัดทำแบบ e-Bidding ฉะนั้น ทำไมมหาวิทยาลัยอื่นไม่ยื่น เพราะทุกมหาวิทยาลัยมีสิทธิ์ยื่น ซึ่งเป็นกระบวนการไม่มีการปิดกั้น

เมื่อถามว่านายรังสิมันต์ กังวลว่าเรื่องนี้จะมีการตัดตอน เพราะข้อมูลของทั้งมหาวิทยาลัยบูรพาและมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ให้ข้อมูลตรงกันคือมีการเรียกรับข้อมูล ที่มียศเหนือกว่าอธิบดี โดยมีการไปพูดคุยกันในเซฟเฮ้าส์ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ทั้ง 2 มหาวิทยาลัย ถ้ามีข้อมูลก็ควรส่งให้ป.ป.ช. ไม่ต้องส่งมาให้ตน ซึ่งท่านอาจจะไม่ไว้ใจตน เพราะเป็นฝ่ายการเมือง ดังนั้น ด้วยความบริสุทธิ์ใจขอให้ส่งไปที่ป.ป.ช. เพราะตนมั่นใจเหลือเกินว่าป.ป.ช. ทำงานเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา ถ้าจะมีการกีดกันหรือเข้าไปแทรกแซงจากฝั่งการเมือง ตนคิดว่าการเปิดโปงขบวนการทุจริตสอบครั้งนี้ คงไม่เกิดขึ้นแน่ เพราะทุกคนก็เห็นว่าบุคคลที่ถูกดำเนินคดีที่เข้าไปเกี่ยวข้องหลายคนอยู่ใกล้ชิด รู้จักสนิทสนมกัน ถ้าฝ่ายการเมืองจะเข้าไปกันเพื่อไม่ให้เกี่ยวข้อง คงไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น เราไม่ได้สนใจว่าเป็นใคร เราสนใจแค่ว่าเขาทำอะไรมากกว่า

เมื่อถามว่ามหาวิทยาลัยบูรพา ยังสงสัยว่าทำไมถึงถูกปลดออกจากการจัดการสอบ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าทางมหาวิทยาลัยบูรพาคุยกับ สถ. อยู่ ถ้าต้องการข้อมูลอะไรเพิ่มเติม ก็มาคุยกันในรายละเอียดได้ และถ้าใครมีข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำที่ไม่สมควรกระทำก็ส่งป.ป.ช.ได้เลย เพราะเขาพร้อมอยู่แล้ว และตนเชื่อว่าป.ป.ช. มีข้อมูลพอสมควรอยู่แล้ว

เมื่อถามว่าไม่ใช่เป็นการฟอกขาวใช่หรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า “ไม่ใช่อยู่แล้ว เราไม่มีการฟอก ถ้าฟอก ก็พูดกันตรง ๆ ว่าระบบพังทั้งหมด รัฐบาลอยู่ไม่ได้หรอกครับ เราไม่ฟอกให้ใคร เราตรงไปตรงมาแน่นอน”

เมื่อถามว่าประเด็นเรื่องการทุจริตสอบท้องถิ่นหากฝ่ายค้านจะมีการอภิปราย จะมีการตั้งรับอย่างไร นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ด้วยความยินดี เพราะเป็นหน้าที่ของฝ่ายค้านพึงกระทำ และเป็นเรื่องที่ดีด้วยที่เขาจะเข้ามาตรวจสอบ แต่เรายืนยันได้ว่าทุกสิ่งทุกอย่าง และกระบวนการที่เกิดขึ้นทำอย่างตรงไปตรงมา รวมทั้งเหตุการณ์ไม่ได้เพิ่งเกิด เพราะครั้งนี้เป็นการสอบครั้งที่ 4 ทุกคนก็รู้

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img