‘สาทิตย์’ เล่าเหตุการณ์วิป 3 ฝ่ายล่ม จัดวันซักฟอกไม่ลงตัว ก่อนยกพลฝ่ายค้าน ถก ‘โสภณ ซารัมย์’ ร่อนหนังสือเรียกประชุม ให้รัฐบาลจัดเวลามาสภา ให้เหมาะสมกับญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ คืนศักดิ์ศรีฝ่ายนิติบัญญัติ
เมื่อวันที่ 23 ต.ค.69 นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัว ระบุถึงปัญหาการหารือเพื่อจัดสรรเวลาในการพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ใจความสรุปว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นช่องทางตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 ให้ฝ่ายนิติบัญญัติ คือฝ่ายค้านตรวจสอบรัฐบาลได้ปีละ 1 ครั้ง ถือเป็นการตรวจสอบถ่วงดุล ตามหลักประชาธิปไตย
โดยฝ่ายค้านต้องรวบรวมข้อมูล เตรียมผู้อภิปราย จนสรุปว่าครบถ้วน จะอภิปรายรัฐมนตรีจำนวน 18 คน ถือว่า เยอะกว่ายุคพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา ที่ถูกยื่นอภิปราย 9-10 คน ดังนั้นรอบนี้จึงต้องการใช้เวลาที่มีการประมาณกันไว้คือ 5 วัน หรือราว 60 ชั่วโมง (ชม.) จึงได้ยื่นญัตติให้ประธานสภา ซึ่งปกติ ประธานฯ ก็ต้องถามรัฐบาลว่า ฝ่ายค้านยื่นญัตติมาแล้ว ให้รัฐบาลจัดเวลาหน่อย อีกทั้งเมื่อก่อนจะมีการหารือกันอย่างไม่เป็นทางการ เมื่อหาเวลาจนลงตัวแล้วจึงกำหนดวันอภิปราย
ส่วนที่มาของการอภิปรายรอบนี้ 3 วัน คือการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ทำหนังสือมาว่าว่าง แค่ 3 วัน คือวันที่ 27-28-29 ต.ค. หาก 3 วัน ฝ่ายค้านต้องตัดข้อมูลทิ้ง ลดเวลาลงมหาศาล ซึ่งทำไม่ได้ เลยมีวงหารือกันของตัวแทนรัฐบาล ฝ่ายค้าน มีรองประธานฯ มาเป็นประธาน โดยในวงคุย รัฐบาล ยันวันมีแค่นี้ ถามว่า ถ้าเลื่อนวันไปอีก หาเวลา ที่ ครม. ว่างๆ ตัวแทนเขาตอบ พ.ย. – ธ.ค. ไม่ว่างเลย? ฝ่ายค้านบอกเป็นไปได้หรือไม่ เป็นวัน เสาร์ อาทิตย์ ก็ได้ แต่รัฐบาลบอกไม่ว่างเลย
ส่วนที่มาของ 4 วัน ฝ่ายค้านบอก ถ้าลดมาเหลือ 4 วัน พอบริหารได้ แต่ต้องเลื่อนวัน เพราะต้องไปหารือผู้อภิปราย ซึ่งมีจำนวนมากก่อน ใครจะลดใครจะอย่างไร ถ้ากะทันหันคุยกันไม่ทัน และที่มาของ 5 วัน ฝ่ายค้านบอกที่เตรียมข้อมมูลมาอภิปรายต้อง 5 วัน 60 ชั่วโมง ยุคลุงตู่อภิปราย รัฐมนตรี 9 -10 คน ได้ตั้ง 40 ชั่วโมง สุดท้าย ตัวแทนรัฐบาลบอก ต้อง 27-28-29 เพิ่มให้วันที่ 26 ช่วงบ่าย แต่ต้องเลิก ตี สองครึ่ง ไม่นับประท้วง! โอ้ว!
เลยเป็นที่มาของคำว่า อ้าว นี่ ฝ่ายนิติบัญญัติจะตรวจสอบรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญนะ จะไม่มีเวลากันเลยหรือ จบที่วงคุยล่ม !
ที่ต้องขอบคุณ ท่านที่จัดการแก้ปัญหานี้ คือ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภา ซึ่งท่านทราบเรื่องทั้งหมด รวมถึงฝ่ายค้านที่ยกกันไปให้ข้อมูลท่าน ทั้งผู้นำฝ่ายค้าน, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ประธานวิปค้าน คนประสานข้อมูลฝ่ายค้าน คือ ตน กับ นายรังสิมันต์ โรม เมื่อช่วงเย็นวันพฤหัสบดีที่ 22 ต.ค. ท่านออกระเบียบวาระประชุม ไม่บรรจุ วาระไม่ไว้วางใจในสัปดาห์หน้า ให้รัฐบาลหาเวลาว่างมาให้สภา ให้เหมาะกับญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ! ตนถือว่า เป็นการรักษาศักดิ์ศรีฝ่ายนิติบัญญัติไว้ได้อย่างน่าชื่นชม ในกรณีนี้.



















