Biomass – Hydrogen Synergy for Net – Zero
“…..ชีวมวล คือ แหล่งที่มาของวัตถุดิบซึ่งมีอยู่อย่างมากมายจากขยะของเหลือทิ้งภาคการเกษตร และอุตสาหกรรม ขณะที่ไฮโดรเจนชีวภาพ คือ ตัวเร่งที่ทำให้การสร้างอนาคตที่ปราศจากเชื้อเพลิงฟอสซิล….
การผสานรวมพลังระหว่างชีวมวล และไฮโดรเจน Biomass – Hydrogen: H2 Synergy ได้รับการยอมรับมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่าเป็น “สุดยอดพันธมิตร Super – Alliance” สำหรับเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ Climate Goals .. แม้ว่า มักจะมีการกล่าวถึงแยกกัน แต่การบูรณาการของทั้ง 2 อย่างนี้ จะช่วยแก้ไขอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุด 2 ประการของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน Energy Transition ได้แก่ การบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นลบสุทธิ Achieving Net Negative Emissions และการลดคาร์บอนในภาคส่วนที่ยากต่อการลดการปล่อยก๊าซ Decarbonizing Hard – to – Abate Sectors ..
ทั้งนี้ การผสมผสานรวมพลังของชีวมวล และไฮโดรเจน Biomass – Hydrogen: H2 Synergy คือ การนำศักยภาพของชีวมวล Biomass Potential เช่น วัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร Agricultural Waste มาผลิตเป็นไฮโดรเจนชีวภาพ Biohydrogen: H2 และร่วมมือกับการผลิตพลังงานไฮโดรเจนสีเขียว Collaboration with Green Hydrogen: H2 Energy Production เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเชื้อเพลิงหมุนเวียน Enhancing Renewable Fuel Production, ลดการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์สุทธิ Achieving Net – Zero Carbon Emissions และถือเป็นการบูรณาการที่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ และช่วยจัดการของเสีย Providing an Economically Viable Integration for Waste Management ไปพร้อมด้วย ..

แก่นแท้ของความร่วมมือ ได้แก่ การจับคู่คาร์บอนชีวภาพ Biogenic Carbon จากชีวมวล เข้ากับพลังจากไฮโดรเจนสีเขียว Green Hydrogen: H2 เพื่อสร้างเชื้อเพลิงที่สะอาดขึ้น Create Cleaner Fuels โดยสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์คาร์บอน Carbon Utilization Efficiency, ลดการพึ่งพาพลังงานจากฟอสซิล Reduce Reliance on Fossil Fuels และสร้างมูลค่าเพิ่มให้วัสดุเหลือทิ้ง Create Value Added from Waste Materials .. ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ที่สำคัญ เช่น การนำมูลสัตว์ หรือเศษอาหารไปผ่านกระบวนการย่อยสลายแบบไม่ใช้ออกซิเจน Anaerobic Digestion เพื่อผลิตก๊าซชีวภาพ Biogas และนำไปผ่านกระบวนการต่อยอดเป็นไฮโดรเจนชีวภาพ Biohydrogen: H2 ซึ่งโครงการของกลุ่มซีพี CP Group และโตโยต้า Toyota ในประเทศไทย คือ หนึ่งในตัวอย่าง ซึ่งแนวทาง Integrated Biorefinery นี้นั้น ไม่ใช่เพียงแค่การผลิตพลังงานเท่านั้น แต่ยังสามารถร่วมผลิตเคมีภัณฑ์ชีวภาพอื่น ๆ เพื่อเปลี่ยนขยะของเหลือทิ้ง Waste ให้เป็นความมั่งคั่ง Wealth ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy ได้อย่างยอดเยี่ยม ..
คาดหมายได้ว่า การผสานรวม 2 แหล่งพลังงานนี้ จะช่วยแก้ปัญหาข้อจำกัดของพลังงานหมุนเวียนแต่ละประเภท ทำให้ได้มาซึ่งระบบพลังงานที่มั่นคง และยั่งยืนกว่าเดิม More Stable & Sustainable Energy System .. อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญของการผสานรวมพลังระหว่างชีวมวล และไฮโดรเจน Key Aspects of the Biomass – Hydrogen: H2 Synergy ได้แก่ :-
– ประสิทธิภาพการใช้คาร์บอนที่เพิ่มขึ้น Enhanced Carbon Efficiency : การแปลงชีวมวลแบบดั้งเดิม Traditional Biomass Conversion สูญเสียคาร์บอนจำนวนมากในรูปของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ Carbon Dioxide: CO2 .. ขณะที่การเติมไฮโดรเจนสีเขียว Green Hydrogen: H2 จะเปลี่ยน CO2 นี้ให้เป็นเชื้อเพลิงเหลว Liquid Fuels หรือสารเคมีภัณฑ์ Chemicals เพิ่มเติมได้อย่างยอดเยี่ยม ..
– การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นลบสุทธิ Net Negative Emissions : การบูรณาการการแปลงให้เป็นก๊าซของชีวมวล Integrating Biomass Gasification กับการดักจับ และกักเก็บคาร์บอน CCS หรือที่เรียกว่า Bioenergy with Carbon Capture & Storage: BECCS ช่วยให้สามารถกำจัด CO2 ออกจากชั้นบรรยากาศได้อย่างถาวร ส่งผลให้ปล่อยคายก๊าซเรือนกระจกเป็นลบสุทธิ Net Negative Emissions ..
– การใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม Optimized Resources : การผสานรวมไฮโดรเจน กับชีวมวล Combining Hydrogen: H2 with Biomass ช่วยหลีกเลี่ยงความจำเป็นในการจัดหา CO2 จำนวนมาก ในขณะเดียวกันก็ลดปริมาณชีวมวลทั้งหมดที่จำเป็นสำหรับการผลิตเชื้อเพลิงที่มีผลผลิตสูง Reducing the Total Biomass Required for High – Yield Fuel Production ..
– โครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่น Flexible Infrastructure : กระบวนการผลิตไฮโดรเจนชีวภาพ หรือไบโอไฮโดรเจน Biohydrogen: H2 Pathways เช่น กระบวนการแปลงให้เป็นก๊าซ Gasification เป็นต้นนั้น ช่วยให้สามารถผลิตพลังงานได้อย่างต่อเนื่อง Offer Continuous Energy Production จึงสามารถช่วยเสริม และเติมเต็มแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่ไม่ต่อเนื่อง Complements Intermittent Renewable Energy Sources ได้เป็นอย่างดี ..
ทั้งนี้ เทคโนโลยี และแอปพลิเคชันการใช้งานที่สำคัญ Key Technologies and Applications นั้น ได้แก่ :-
– กระบวนการแปลงให้เป็นก๊าซของชีวมวล Biomass Gasification : หมายถึง การแปลงวัสดุอินทรีย์สารที่อุณหภูมิสูง Converting Organic Materials at High Temperatures ให้เป็นไฮโดรเจน Hydrogen: H2 และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ Other Products .. กระบวนการนี้ จะเปลี่ยนชีวมวล Biomass เช่น แกลบ Rice Husk, เศษไม้ Wood Chips และชานอ้อย Sugarcane Bagasse เป็นต้นนั้น ให้กลายเป็นก๊าซเชื้อเพลิงชีวภาพ Biogas หรือเชื้อเพลิงสังเคราะห์ Syngas โดยใช้ความร้อนสูงภายใต้สภาวะที่มีการควบคุมปริมาณอากาศ หรือออกซิเจนไม่เพียงพอ Partial Combustion ทำให้ชีวมวลแตกตัวออกเป็นก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ Carbon Monoxide: CO, ไฮโดรเจน Hydrogen: H2 และมีเทน Methane: CH4 ..

– กระบวนไพโรไลซิสร่วม Co – Pyrolysis : การใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาจากไบโอชาร์ Using Biochar – Based Catalysts เพื่อเพิ่มการผลิตก๊าซสังเคราะห์ที่อุดมด้วยไฮโดรเจน Enhance Hydrogen: H2 – Rich Syngas Production .. เทคนิคในกระบวนการนี้ คือ การเปลี่ยนวัตถุดิบ 2 ชนิดขึ้นไป เช่น ขยะพลาสติก ผสมกับชีวมวล หรือยางรถยนต์ใช้แล้ว Plastic Waste Mixed with Biomass or Used Tires ให้กลายเป็นพลังงาน Energy, เชื้อเพลิงเหลว หรือน้ำมันดิบชีวภาพ Bio – Oil, เชื้อเพลิงก๊าซ Gas Fuels และถ่านไบโอชาร์ Biochar หรือสารเคมีที่มีมูลค่าสูงขึ้น ผ่านกระบวนการสลายตัวในภาวะไร้ออกซิเจน Oxygen – Free Anaerobic Digestion ที่อุณหภูมิสูงประมาณ 300 – 600 °C ขึ้นไปร่วมกัน ซึ่งช่วยปรับปรุงคุณภาพของน้ำมัน Bio – Oil / Pyrolysis Oil ให้ดีขึ้น ลดปัญหามลพิษ Reduces Pollution และเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิง Increases the Efficiency of Fuel Production ..
– การประยุกต์ใช้เซลล์อิเล็กโทรไลซิสจุลินทรีย์ Microbial Electrolysis Cells: MECs : การใช้แบคทีเรีย Using Bacteria ในการย่อยสลายอินทรีย์สาร Break Down Organic Matters เพื่อปลดปล่อยไฮโดรเจน Hydrogen: H2 Release .. หมายถึง ระบบชีวเคมีไฟฟ้า Biochemical & Electrochemical Systems ที่ใช้จุลินทรีย์ Use Microorganisms ย่อยสลายสารอินทรีย์ในน้ำเสีย Decompose Organic Matter in Wastewater ร่วมกับการให้แรงดันไฟฟ้าจากภายนอก External Voltage Supply เพื่อผลิตพลังงานสะอาด Produce Clean Energy โดยเน้นการผลิตก๊าซไฮโดรเจน Hydrogen: H2 หรือก๊าซมีเทน Methane: CH4 เป็นหลัก ควบคู่ไปกับการบำบัดน้ำเสียอย่างมีประสิทธิภาพไปพร้อมด้วย Simultaneously Treating Wastewater Efficiently ..
– การผลิตเชื้อเพลิงอิเล็กทรอนิกส์ e – Fuel Production : การผนวกรวมจับคู่ไฮโดรเจน Coupling Hydrogen: H2 กับกระแส CO2 Streams จากชีวมวล Biomass เพื่อผลิตเชื้อเพลิงประสิทธิภาพสูง High – Efficiency Fuels โดยการใช้กำลังไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน Renewable Electricity เช่น จากพลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อแยกไฮโดรเจน Green Hydrogen: H2 จากน้ำ Water: H2O แล้วนำมาสังเคราะห์กับคาร์บอนไดออกไซด์ CO2 ที่ดักจับได้ เพื่อสร้างเชื้อเพลิงที่ใช้กับเครื่องยนต์สันดาปภายในรูปแบบเดิม Creates Fuel for Use in Conventional Internal Combustion Engines: ICEs ได้ทันที ด้วยแนวคิดความเป็นกลางทางคาร์บอน Carbon Neutrality เป็นต้น ..
คาดการณ์ได้ว่า ภายในปี 2593 นั้น การผสานรวมพลังระหว่างชีวมวล และไฮโดรเจน Synergy Between Biomass & Hydrogen: H2 จะเป็น “แกนหลัก Backbone” ของเศรษฐกิจที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์สุทธิ Net – Zero Economy โดยสามารถลดการปล่อยคาร์บอนทั่วโลก Reduce Global Carbon Emissions ได้มากถึง 20 % ในขณะที่พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม Solar & Wind Energy คือ แหล่งพลังงานหมุนเวียนหลัก Main Renewable Energy Sources แต่การผนึกกำลังระหว่างชีวมวล และไฮโดรเจน Biomass – Hydrogen: H2 Alliance จะให้โมเลกุลพลังงานหมุนเวียน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นลบสุทธิ Renewable Molecules & Negative Emissions ที่จำเป็นต่อการเติมเต็มช่องว่างสุดท้าย Close the Final Gap ของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน Energy Transition ให้สำเร็จได้ในที่สุดจากนี้ไป ..
ตัวอย่างโครงการบูรณาการชีวมวล และไฮโดรเจนทั่วโลก Worldwide Example of Biomass & Hydrogen: H2 Synergy Projects ..
ขณะที่ประเทศไทย Thailand คือ ชาติเกษตรกรรมผู้นำการพัฒนาไบโอไฮโดรเจน Bio – H2 ที่โดดเด่นในระดับภูมิภาค .. ศูนย์กลางไฮโดรเจนชีวภาพระดับโลก Global Biohydrogen: H2 Hubs หลายแห่ง ก็กำลังจะก้าวสู่ระดับเชิงพาณิชย์แล้ว ในปี 2569 ซึ่งโครงการเหล่านี้ คือ แบบอย่างสำหรับวิธีการที่ภูมิภาคต่าง ๆ ใช้ขยะของเสียเฉพาะของตนเอง Use Their Unique Waste Streams ตั้งแต่หลุมฝังกลบในแคลิฟอร์เนีย California’s Landfills ไปจนถึงป่าไม้ในสวีเดน Sweden’s Forests เพื่อผลิตไฮโดรเจนที่ปล่อยคาร์บอนเป็นลบ Carbon – Negative Hydrogen: H2 สรุปเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจในโครงการบูรณาการชีวมวล และไฮโดรเจนทั่วโลก Worldwide Example of Biomass & Hydrogen: H2 Synergy Projects ได้ดังนี้ :-
1. อเมริกาเหนือ North America : “โครงการริชมอนด์ Richmond Project” ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองริชมอนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย อันเป็นความร่วมมือระหว่างพันธมิตรหลัก ได้แก่ บริษัท Raven SR, Chevron New Energies และบริษัท Hyzon Motors ในการเปลี่ยนขยะอินทรีย์ชีวมวล Organic Biomass Waste ให้เป็นไฮโดรเจนหมุนเวียน Renewable Hydrogen: H2 โดยใช้กระบวนการที่ไม่ต้องเผาไหม้ เพื่อผลิตเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำสำหรับยานยนต์เซลล์เชื้อเพลิง Low – Carbon Fuels for Fuel Cell Vehicles ..
– เป้าหมาย Target : ผลิตไฮโดรเจนหมุนเวียน Renewable Hydrogen: H2 อย่างน้อย 6,500 กิโลกรัมต่อวัน หรือประมาณ 2,242 เมตริกตันต่อปี จากขยะอินทรีย์ และเศษอาหารในพื้นที่ ..
– วัตถุดิบ Feedstock : ใช้ขยะอินทรีย์ของเหลือทิ้ง Organic Waste & Leftovers เป็นวัตถุดิบ สามารถลดปริมาณขยะอินทรีย์สีเขียว และเศษอาหารสู่หลุมฝังกลบ Organic Green Waste & Food Waste from Landfills ได้ 99 ตันต่อวัน ..
– เทคโนโลยี Technology : โครงการนี้ ใช้กระบวนการปฏิรูปไอน้ำ และคาร์บอนไดออกไซด์ Steam / CO2 Reformation Process แบบไม่ใช้การเผาไหม้ที่ได้รับการจดสิทธิบัตร โดยไฮโดรเจน Hydrogen: H2 ที่ผลิตได้จะถูกนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับยานยนต์สำหรับงานหนัก Heavy – Duty Vehicles และรถยนต์ส่วนบุคคลPersonal Vehicles ในแคลิฟอร์เนียตอนเหนือ ..
– ผลกระทบเชิงบวก Positive Impact : เนื่องจากช่วยป้องกันการปล่อยก๊าซมีเทนจากหลุมฝังกลบขยะ Prevents Methane: CH4 Emissions from Landfills และไม่มีการใช้น้ำจืด No Freshwater Required ซึ่งต่างออกไปจากกระบวนการแยกน้ำด้วยกำลังไฟฟ้า จึงทำให้ได้คะแนนความเข้มข้นของคาร์บอนที่เป็นลบสุทธิที่ยอดเยี่ยม และรวมถึงโรงงานจะใช้ก๊าซมีเทนจากหลุมฝังกลบ Methane: CH4 from Landfills มาผลิตกำลังไฟฟ้าใช้เองภายในโครงการถึง 60 % ไปพร้อมด้วย ..
2. ยุโรป Europe : “โครงการ WoodRoll® Project in Sweden” คือ โครงการริเริ่มบุกเบิกโดยบริษัทฯ เทคโนโลยีสะอาดของบริษัท Cortus Energy AB ประเทศสวีเดน เพื่อผลิตก๊าซพลังงานหมุนเวียน Renewable Energy Gas ที่เป็นซินแก๊ส Syngas ที่มีไฮโดรเจนสีเขียว Green Hydrogen: H2 เป็นส่วนประกอบหลัก อยู่ที่ 59 % จากชีวมวล Biomass ผ่านกระบวนเปลี่ยนชีวมวลให้เป็นก๊าซ Biomass Gasification แบบพิเศษที่จดสิทธิบัตรแล้ว และปราศจากน้ำมันดิน Tar – Free Gasification Process .. โครงการขนาดอุตสาหกรรม Industrial Scale Project ขนาด 6 MW นี้ ตั้งอยู่ ณ โรงงานผลิตผงเหล็ก Höganäs AB ในเมือง Höganäs ประเทศสวีเดน โดยมีเป้าหมายเพื่อจัดหาแก๊สพลังงานหมุนเวียนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม Supplies Green, Renewable Energy Gas ให้กับกระบวนการผลิตผงโลหะ Metal Powder Production ของบริษัท Höganäs AB เพื่อทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิล Replacing Fossil Fuels ..
– วัตถุดิบ Feedstock : เศษของเหลือทิ้งจากป่าไม้ Forest Residues, เศษไม้ Wood Chips และเปลือกไม้ Bark จากอุตสาหกรรมป่าไม้ขนาดใหญ่ของสวีเดน Sweden’s Massive Timber Industry คือ วัตถุดิบหลัก .. โครงการนี้ เปลี่ยน “ของเสีย Waste” จากอุตสาหกรรมป่าไม้ Timber Industry ที่มีอยู่อย่างมหาศาลในสวีเดน ให้เป็น “เชื้อเพลิงประสิทธิภาพสูง High – Efficiency Fuels” เช่น Syngas หรือ Green Hydrogen: H2 ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy ..
– เทคโนโลยี Technology : พวกเขาใช้กระบวนการ 3 ขั้นตอนที่เป็นเอกลักษณ์ Unique Three – Stage Process ได้แก่ การอบแห้ง Drying, กระบวนไพโรไลซิส Pyrolysis Process และกระบวนเปลี่ยนชีวมวลให้เป็นก๊าซ Biomass Gasification ที่ผลิตซินแก๊สที่สะอาดเป็นพิเศษ Ultra – Clean Syngas ซึ่งออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับการใช้งานในภาคอุตสาหกรรม ..
– สถานะ Status ในปี 2569 : ปัจจุบัน โครงการ WoodRoll® Project in Sweden กำลังเปลี่ยนผ่านจากโครงการนำร่อง Pilot Project ไปสู่การใช้งานในระดับอุตสาหกรรม Industrial – Scale Implementation โดยจัดหาไฮโดรเจนสีเขียว Green Hydrogen: H2 โดยตรงให้กับ Höganäs AB ซึ่งเป็นผู้ผลิตผงโลหะชั้นนำของโลก World’s Leading Metal Powder Manufacturer เพื่อทดแทนก๊าซฟอสซิล Replace Fossil Gas ในเตาหลอมของพวกเขา .. ทั้งนี้ เทคโนโลยีที่พวกเขาใช้นี้ ช่วยให้สวีเดน ซึ่งเป็นผู้นำด้านสิ่งแวดล้อม Environmental Leader และมีการปลูกป่าทดแทน Reforestation Initiative ด้วยแนวคิดตัด 1 ปลูก 3 นั้น สามารถใช้ประโยชน์จากไม้ได้คุ้มค่าสูงสุด โดยไม่จำเป็นต้องตัดไม้ทำลายป่าเพิ่มขึ้น No Need for Further Deforestation แต่เป็นการนำเศษวัสดุมาสร้างมูลค่าเพิ่ม Valuation of Waste Materials ได้อย่างยอดเยี่ยม ..

3. ญี่ปุ่น Japan : โครงการ “ศูนย์กลางการผลิตไฮโดรเจนจากขยะโตเกียว Tokyo Waste – to – H2 Hub” โดยมีพันธมิตรหลัก ได้แก่ บริษัท Ways2H Inc. ในเครือของ Clean Energy Enterprises Inc. สหรัฐฯ และบริษัท Japan Blue Energy: JBEC ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการผลิตไฮโดรเจนที่ยั่งยืน และมหานครโตเกียว Tokyo Metropolitan Government .. โครงการผลิตไฮโดรเจนจากขยะในโตเกียว Tokyo Waste – to – Hydrogen: H2 Initiative นี้ คือ โครงการบุกเบิกที่มุ่งเน้นการผลิตพลังงานสะอาด และหมุนเวียนจากขยะในเมือง Producing Clean, Renewable Energy from Urban Waste ซึ่งสนับสนุนเป้าหมายของเมืองในการเป็น “เมืองปลอดมลพิษ Zero – Emission City” โดยตรง และมีศูนย์กลางอยู่ที่โรงงานในบริเวณอ่าวโตเกียว Facility in the Tokyo Bay Area ซึ่งเปลี่ยนกากตะกอนจากน้ำเสีย และขยะอื่น ๆ Sewage Sludge & Other Waste ให้เป็นไฮโดรเจนที่มีความบริสุทธิ์สูง High – Purity Hydrogen: H2 สำหรับใช้ในการคมนาคม Mobility และการผลิตกำลังไฟฟ้า Power Generation ..
– วัตถุดิบ Feedstock : โครงการนี้ ใช้กากตะกอนจากน้ำเสีย Sewage Sludge และขยะมูลฝอย Municipal Solid Waste ในชุมชนเมือง เป็นวัตถุดิบหลัก ..
– เทคโนโลยี Technology : พวกเขาใช้กระบวนการทางเคมีเชิงความร้อนแบบโมดูลาร์สำเร็จรูป Modular Thermochemical Process ที่ให้ผลผลิตที่เป็นไฮโดรเจน Hydrogen: H2 ประมาณ 110 กิโลกรัมต่อขยะแห้ง 1 ตัน ผ่านกระบวนการแปรรูปให้เป็นก๊าซด้วยความร้อน Gasification ที่พัฒนาขึ้นเอง เพื่อส่งเสริมพลังงานสะอาด และลดคาร์บอน .. อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ โรงงานผลิตไฮโดรเจนจากขยะ Waste – to – Hydrogen: H2 Plant นี้ ได้รับการออกแบบมาเป็นระบบสำเร็จรูปเพื่อแปรรูปกากตะกอนจากน้ำเสียแห้ง 1 ตันต่อวัน ผลิตไฮโดรเจนได้ 40 – 50 กิโลกรัมต่อวัน ซึ่งปริมาณผลผลิตจากระบบสำเร็จรูป 1 ระบบนี้ เพียงพอสำหรับเติมเชื้อเพลิงให้กับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล 10 คัน หรือจักรยานไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิง 25 คัน ..
– สถานะ Status ในปี 2569 : ปัจจุบัน ผลดำเนินงานด้วยหน่วยโมดูลาร์สำเร็จรูปขนาดเชิงพาณิชย์ Commercial – Scale Modular Units ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 เป็นต้นมา พบว่า พวกเขาสามารถบรรลุเป้าหมายสำคัญในการผลิต “ไฮโดรเจนปลอดคาร์บอน Carbon – Free Hydrogen: H2“ ที่มีราคาแข่งขันได้กับน้ำมันเบนซิน Price – Competitive with Gasoline ..
– กลยุทธ์ Strategy : ญี่ปุ่น Japan ใช้หน่วยโมดูลาร์สำเร็จรูป Modular Units เหล่านี้ เพื่อสร้างสถานีเติมเชื้อเพลิงไฮโดรเจนรูปแบบกระจายศูนย์ Decentralized Hydrogen: H2 Fueling Stations หลีกเลี่ยงความจำเป็นในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานท่อส่งไฮโดรเจนที่มีราคาแพง Avoiding the Need for Expensive Hydrogen Pipeline Infrastructure ในเขตชุมชนเมืองที่มีประชากรหนาแน่น เป็นต้น ..
4. บราซิล Brazil : “โครงการบูรณาการการผลิตไฮโดรเจนจากอ้อย Sugarcane – to – Hydrogen: H2 Integration Project” โดยพันธมิตรหลัก ได้แก่ บริษัท Shell และ Raízen .. ทั้งนี้ บราซิล Brazil กำลังพัฒนาโครงการบูรณาการการผลิตไฮโดรเจนจากอ้อยอย่างจริงจัง เพื่อใช้ประโยชน์จากสถานะของตนในฐานะผู้ผลิตอ้อยรายใหญ่ที่สุดของโลก World’s Largest Sugarcane Producer ด้วยเป้าหมายที่จะเปลี่ยนของเสียทางการเกษตร และเอทานอล ให้เป็นไฮโดรเจนสะอาด Transform Agricultural Waste & Ethanol: C2H5OH into Clean Hydrogen: H2 .. โครงการเชิงกลยุทธ์ Strategic Initiative นี้ สอดคล้องกับเป้าหมายของบราซิล Brazil ที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับโลกด้านไฮโดรเจนสีเขียว Global Leader in Green Hydrogen: H2 ภายในปี 2573 โดยใช้โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานชีวภาพที่มีอยู่ Utilizing Existing Bioenergy Infrastructure เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนในภาคการขนส่ง และอุตสาหกรรม Reduce Carbon Emissions in Transportation & Industry นั่นเอง ..
– วัตถุดิบ Feedstock : เอทานอลรุ่นที่สอง Second – Generation Ethanol: C2H5OH และกากอ้อย Bagasse หรือของเสียจากอ้อย Sugarcane Waste ..
– เทคโนโลยี Technology : การปฏิรูปไอน้ำเอทานอล Ethanol: C2H5OH Steam Reforming หรือที่เรียกว่า Hytron Steam – Reforming Technology ซึ่งหมายถึง กระบวนการทางเคมีเพื่อผลิตก๊าซไฮโดรเจน Hydrogen: H2 Gas โดยการนำเอทานอล Ethanol: C2H5OH ทำปฏิกิริยากับไอน้ำ H2O ที่อุณหภูมิสูง โดยใช้ตัวเร่งปฏิกิริยา และถือเป็นวิธีผลิตพลังงานสะอาดที่ได้รับความสนใจ เพราะเอทานอล Ethanol: C2H5OH ผลิตขึ้นได้จากชีวมวล Biomass และปฏิกิริยานี้ สามารถสร้างไฮโดรเจน Hydrogen: H2 ได้สูง ..
– สถานะ Status ในปี 2569 : ปัจจุบัน สถานีเติมเชื้อเพลิงไฮโดรเจนจากเอทานอลแห่งแรกของโลก World’s First Ethanol: C2H5OH – to – Hydrogen: H2 Refueling Station ที่มหาวิทยาลัยเซาเปาโล University of São Paulo เปิดดำเนินงานมาแล้ว ตั้งแต่ต้นปี 2568 โดยสามารถแปลงเอทานอลจากอ้อย Sugarcane Ethanol: C2H5OH เป็นไฮโดรเจน Hydrogen: H2 บริสุทธิ์ 99.999 % ด้วยกำลังการผลิต 4.5 กิโลกรัมต่อชั่วโมง Kg per Hour รองรับรถโดยสาร Buses และรถยนต์ขนาดเล็ก Light Vehicles ..
– ผลกระทบ Impact : บราซิล Brazil กำลังใช้เทคโนโลยีนี้เพื่อแก้ปัญหา “ระยะทางสุดท้าย Last Mile Problem” พวกเขา สามารถขนส่งเอทานอลเหลว Liquid Ethanol: C2H5OH โดยใช้รถบรรทุกที่มีอยู่ Existing Trucks และแปลงเป็นไฮโดรเจนที่ปั๊ม Convert it to Hydrogen: H2 at the Pump ทำให้เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการกระจายไฮโดรเจน Hydrogen: H2 ในพื้นที่ชนบท ..
การผสานรวมชีวมวล และไฮโดรเจนในประเทศไทย Biomass – Hydrogen: H2 Synergy in Thailand ..
ปัจจุบัน การผสานรวมระหว่างชีวมวล และไฮโดรเจน Biomass – Hydrogen: H2 Synergy ในประเทศไทย ได้ก้าวข้ามขอบเขตของการวิจัยไปสู่องค์ประกอบหลัก Core Component ของแผนพลังงานชาติ National Energy Plan: NEP 2024 ไปเรียบร้อยแล้ว .. ณ ต้นปี 2569 จนถึงวันนี้ ประเทศไทย Thailand กำลังวางตำแหน่งตัวเองเป็น “ศูนย์กลางชีวมวลของอาเซียน Bio – Hub of ASEAN” โดยใช้ประโยชน์จากเศษขยะเหลือทิ้งทางการเกษตรจำนวนมหาศาล Massive Agricultural Residue มากกว่า 50 ล้านตันต่อปี เพื่อผลิตไฮโดรเจนคาร์บอนต่ำ Low – Carbon Hydrogen: H2 สรุปได้ดังนี้ :-
1. ยุทธศาสตร์ และนโยบายแห่งชาติ National Strategy & Policy ปี 2568 – 2569 : แผนงานไฮโดรเจนของประเทศไทย Thailand’s Hydrogen: H2 Roadmap ปัจจุบันกำลังอยู่ในระยะที่ 1 การเตรียมการ และโครงการนำร่อง Preparation & Pilot ปี 2568 – 2573 ประกอบด้วย :-
– ข้อกำหนดเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน Sustainable Aviation Fuel: SAF Mandate : ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป ประเทศไทย โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย Civil Aviation Authority of Thailand: CAAT จะกำหนดเป้าหมายการผสมเชื้อเพลิงอากาศยานพาณิชย์ด้วยเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน Sustainable Aviation Fuel: SAF อย่างน้อย 1 % สำหรับทุกเที่ยวบินที่บินผ่านประเทศไทย .. นี่เป็นแรงผลักดันสำคัญสำหรับการผสานรวมชีวมวล และไฮโดรเจน Biomass – Hydrogen: H2 Synergy ในประเทศ เนื่องจากการผลิตเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน Sustainable Aviation Fuel: SAF จากเอทานอล Ethanol: C2H5OH หรือน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว Used Cooking Oil: UCO นั้น ต้องใช้ไฮโดรเจน Hydrogen: H2 จำนวนมาก ..
– โมเดลเศรษฐกิจชีวภาพหมุนเวียนสีเขียว BCG Economy Model : รัฐบาลไทย Thai Government ใช้กรอบเศรษฐกิจชีวภาพหมุนเวียนสีเขียว Bio – Circular – Green: BCG Framework เพื่อให้แรงจูงใจทางภาษีแก่โครงการ “Bio – H2 Projects” โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้แกลบ Rice Husk, กากอ้อย Sugarcane Bagasse และของเสียจากมันสำปะหลัง Cassava Waste เพื่อผลิตพลังงาน ..
2. โครงการ และศูนย์กลางแบบบูรณาการที่สำคัญ Key Integrated Projects & Hubs : ปัจจุบัน ประเทศไทย Thailand มีศูนย์กลางไฮโดรเจนชีวภาพ “Biohydrogen: H2 หรือ Bio – H2 Hubs” หลายแห่งที่ดำเนินการอยู่ Currently Active หรืออยู่ระหว่างการก่อสร้าง Under Construction ได้แก่ :-
– นิคมอุตสาหกรรมชีวภาพนครสวรรค์ ระยะที่สอง Nakhon Sawan BioComplex: NBC Phase 2 : โครงการนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ Nakhon Sawan BioComplex สะท้อนถึงการเป็นผู้นำด้านธุรกิจเคมีชีวภาพของบริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ Global Green Chemicals PCL: GGC และความมุ่งมั่นในการเป็นบริษัทฯ แกนนำในธุรกิจผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อสิ่งแวดล้อม Green Flagship Company ของ GC Group .. การดำเนินธุรกิจ และโครงการต่าง ๆ ของ GGC มีความพร้อม และเป็นผู้นำในการร่วมสนับสนุนการพัฒนาตามแนวทางโมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน BCG Model ของประเทศไทย .. ทั้งนี้ การร่วมทุนระหว่างบริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC และกลุ่มบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ Kaset Thai International Sugar Corporation PCL: KTIS ได้ชูนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ Nakhon Sawan BioComplex สู่การเป็น Bio – H2 Hub แห่งแรกของประเทศไทย พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนให้สำเร็จได้จากนี้ไป ..
– สถานะ Status : ก่อสร้างแล้วเสร็จ ในปี 2568 / 2569 ..
– การผนึกการทำงานร่วมกัน Synergy : นี่คือ นิคมอุตสาหกรรมชีวภาพแบบบูรณาการแห่งแรกของประเทศไทย ขณะที่ระยะที่ 1 มุ่งเน้นไปที่การผลิตเอทานอล Ethanol: C2H5OH และในระยะที่ 2 การผลิตพลังงานสะอาด Clean Energy ซึ่งนำโดยบริษัท GGC และกลุ่มบริษัท KTIS กำลังบูรณาการเทคโนโลยีเซลลูโลส Integrating Cellulosic Technology เช่น การผลิตไฮโดรเจน และการผลิตมีเทน Hydrogen: H2 & Methane: CH4 Production จากวัสดุลิกโนเซลลูโลส Lignocellulosic Materials เป็นต้น ..
– ศักยภาพด้านไฮโดรเจน H2 Potential : ศูนย์กลางนี้ กำลังสำรวจการเปลี่ยนของเสียทางการเกษตรให้เป็นก๊าซสังเคราะห์ Exploring the Gasification of Agricultural Waste to Produce Syngas ซึ่งจะนำไปใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับพลาสติกชีวภาพ Bioplastics และเคมีภัณฑ์ชีวภาพ Biochemicals รวมถึงการลดความต้องการไฮโดรเจนจากเชื้อเพลิงฟอสซิล Reducing the Need for Fossil – Based Hydrogen: H2 ..
– กลุ่ม ปตท. PTT Group : โครงการ “ศูนย์กลางการดักจับ และกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ภาคตะวันออกของประเทศไทย Eastern Thailand Carbon Capture and Storage: CCS Hub” ..
– สถานะ Status : ปัจจุบัน PTT และ PTTEP กำลังมุ่งพัฒนาศูนย์กลางการดักจับ และกักเก็บคาร์บอน Carbon Capture and Storage: CCS ขนาดใหญ่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก EEC เพื่อกักเก็บ CO2 จากภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดระยอง และชลบุรี ลงสู่ชั้นหินใต้ดินอ่าวไทยตอนบน มีเป้าหมายเริ่มดำเนินการ ในปี 2577 เพื่อลดการปล่อยคาร์บอน ..
– Bio – H2 Link : โครงสร้างพื้นฐานนี้ ออกแบบมาเพื่อรองรับไฮโดรเจนสีน้ำเงินจากก๊าซธรรมชาติ Blue Hydrogen: H2 from Natural Gas และไบโอไฮโดรเจนจากกระบวนการแปรสภาพเป็นก๊าซของชีวมวล Bio – Hydrogen: H2 from Biomass Gasification .. ภายในปี 2569 บริษัทกลุ่ม PTT กำลังทดสอบการผสมไฮโดรเจน 5 – 10 % ลงในท่อส่งก๊าซธรรมชาติ Natural Gas Pipelines เพื่อผลิตกำลังไฟฟ้า Power Generation ซึ่งรวมไปถึงการผลิตเชื้อเพลิงสังเคราะห์ E – Fuels จากคาร์บอนไดออกไซด์ Carbon Dioxide: CO2 ที่ดักจับไว้ และไฮโดรเจนชีวภาพ Biohydrogen: H2 จากของเสียทางการเกษตร และอุตสาหกรรม Agricultural & Industrial Waste ผ่านกระบวนการทางเคมี เช่น Fischer – Tropsch เพื่อเปลี่ยนให้เป็นเชื้อเพลิงเหลว Liquid Fuels เช่น ดีเซล Diesel, เบนซิน Gasoline, เมทานอล Methanol: CH3OH ที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนสูง Highly Carbon Neutrality ไปพร้อมด้วย ..
– ENTEC & NSTDA : ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ National Energy Technology Center: ENTEC และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. National Science & Technology Development Agency: NSTDA ในฐานะสถาบันการศึกษาวิจัยสำหรับการผลิตตัวอย่างนำร่องหน่วยแปรสภาพให้เป็นเป็นก๊าซของชีวมวลจากขยะของเหลือทิ้งภาคการเกษตร Pilot Project for the Production of a Biogasification Unit from Agricultural Waste Biomass ..
– การวิจัย The Research : ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ National Energy Technology Center: ENTEC ประสบความสำเร็จในโครงการการนำร่องตัวอย่างระบบแปรสภาพให้เป็นก๊าซโดยใช้แกลบ และฟางข้าว Biomass Gasification Systems Using Rice Husk & Straw ..
– ประสิทธิภาพ Performance : รายงานล่าสุดปี 2569 แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพด้านพลังงานประมาณ 35 % สำหรับวัตถุดิบเหล่านี้ หน่วยเคลื่อนที่ หรือหน่วยเฉพาะที่เหล่านี้ มีจุดประสงค์เพื่อสร้าง “หุบเขาไฮโดรเจน Hydrogen Valleys” รูปแบบกระจายศูนย์ในพื้นที่ชนบท Decentralized Model in Rural Areas เพื่อเป็นเชื้อเพลิงสำหรับการขนส่ง และอุตสาหกรรมในท้องถิ่น Fuel for Local Transportation & Industry ในประเทศด้วยการพึ่งพาวัตถุดิบในท้องถิ่น ..
3. การผนึกกำลังด้านชีวมวล และไฮโดรเจนโดยกลุ่มซีพี และโตโยต้าBiomass – Hydrogen: H2 Synergy by CP Group & Toyota : ความร่วมมือระหว่างกลุ่มบริษัทเจริญโภคภัณฑ์ CP Group, บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น Toyota และบริษัท คอมเมอร์เชียล เจแปน พาร์ทเนอร์ชิป เทคโนโลยี คอร์ปอเรชั่น Commercial Japan Partnership Technologies Corporation: CJPT เป็นความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนในประเทศไทย ผ่านการผสานรวมพลังระหว่างชีวมวล และไฮโดรเจน Biomass – Hydrogen: H2 Synergy และเพื่อการผลิตไฮโดรเจนชีวภาพ Biohydrogen: H2 Production โดยการใช้ของเสียทางการเกษตร Agricultural Waste เป็นวัตถุดิบหลัก ..
ความร่วมมือนี้ มุ่งสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนด้านพลังงานในภาคการขนส่ง Create a Circular Economy for Energy in the Transportation Sector .. ทั้งนี้ ความร่วมมือระหว่างกลุ่มซีพี CP Group หรือกลุ่มเครือเจริญโภคภัณฑ์ Charoen Pokphand Group และบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น Toyota Motor Corporation ร่วมกับ CJPT นี้ นับเป็นการนำเทคโนโลยีการแปลงชีวมวลเป็นไฮโดรเจนไปใช้ในโลกแห่งความเป็นจริงที่สำคัญที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ .. ในปัจจุบัน ณ ต้นปี 2569 โครงการได้เปลี่ยนจากบันทึกความเข้าใจเชิงแนวคิด ซึ่งได้ลงนามไว้ตั้งแต่ปี 2565 ไปสู่ความเป็นจริงในการดำเนินงานหลายขั้นตอน สรุปเป็นประเด็นสำคัญได้ดังนี้ :-
– เทคโนโลยีหลัก The Core Technology “Waste – to – Wheels จากของเสียสู่ล้อ” : ความร่วมมือนี้ มุ่งเน้นไปที่โมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy Model โดยเปลี่ยนของเสียทางการเกษตรจากฟาร์มสัตว์ปีกขนาดใหญ่ Agricultural Waste from Large – Scale Poultry Farms ของ CP ให้เป็นเชื้อเพลิงสะอาดสำหรับรถยนต์ของโตโยต้า Clean Fuel for Toyota’s Vehicle Fleet ..
– วัตถุดิบ Feedstock : ก๊าซชีวภาพที่ได้จากมูลไก่ และเศษอาหารในฟาร์มสัตว์ปีก Biogas Derived from Chicken Manure & Food Waste ของกลุ่ม CP ..
– การผลิต Production : ก๊าซชีวภาพ Biogas จะถูกขนส่งไปยังโรงงานเฉพาะทาง ซึ่งตั้งอยู่ที่ Toyota Daihatsu Engineering & Manufacturing ในจังหวัดสมุทรปราการ ..
– การแปลง Conversion : โดยใช้เครื่องมือ Steam Methane Reforming: SMR ที่จัดหาโดยบริษัท Mitsubishi Kakoki โดยก๊าซชีวภาพ Biogas จะถูกแปลงเป็นไฮโดรเจนที่มีความบริสุทธิ์สูง High – Purity Hydrogen: H2 ..
– กำลังการผลิต Capacity : ระบบนำร่องต้นแบบได้เริ่มการผลิตไฮโดรเจนแล้ว พบว่า สามารถได้มาซึ่งกำลังผลิต อยู่ที่ประมาณ 2 กิโลกรัมไฮโดรเจนต่อวัน Kg of Hydrogen: H2 per Day จากก๊าซชีวภาพ Biogas ประมาณ 30 กิโลกรัม ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานในชุมชนขนาดเล็ก Sufficient for Small – Scale Community Applications และแสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ทางเทคนิค Demonstrating Technical Feasibility ..

– การประยุกต์ใช้งานจริง Real – World Applications ของไทย ในปี 2568 – 2569 : ไฮโดรเจนชีวภาพ Biohydrogen: H2 นี้ ไม่ได้ถูกเก็บไว้ในถังเฉย ๆ แต่ถูกนำไปใช้ทดสอบ “การนำไปใช้ในสังคม Social Implementation” ในหลายภาคส่วน ดังนี้ :-
– การขนส่งทางไกล Long – Haul Logistics : กลุ่มซีพี CP Group คือ หนึ่งในกลุ่มรถบรรทุกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย Thailand’s Largest Truck Fleets โดยได้ทดลองใช้รถบรรทุกพลังงานเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน Hydrogen: H2 Fuel Cell Electric Vehicles: FCEVs โดยเฉพาะรุ่น Toyota Hilux และรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่ใช้พลังงานไฮโดรเจน Hydrogen – Powered Versions of Heavier Trucks ในการขนส่งสินค้าไปยังร้าน Makro และ 7 – Eleven ทั่วประเทศ เป็นต้น ..
– โดรนเพื่อการเกษตร Agricultural Drones : ในช่วงปลายปี 2567 และตลอดปี 2568 พวกเขา ได้ทดสอบ และรับรองโดรนพลังงานเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน Hydrogen: H2 Fuel Cell Drones สำหรับการใช้งานในฟาร์มได้สำเร็จ .. โดรนเหล่านี้ สามารถบรรทุกของหนัก เช่น ปุ๋ย Fertilizer และเมล็ดพันธุ์ Seeds รวมทั้งสามารถบินได้นานกว่าโดรนที่ใช้แบตเตอรี่ Fly Longer than Battery – Powered Drones ..
– มอเตอร์สปอร์ตในฐานะห้องทดลอง Motorsports as a Lab : ในเดือนธันวาคม 2567 และ 2568 ทีมแข่งรถ “Rookie Racing” ของโตโยต้า Toyota ได้ใช้ไบโอไฮโดรเจนที่ผลิตจากมูลสัตว์ของกลุ่มบริษัทเจริญโภคภัณฑ์ Bio – Hydrogen: H2 Produced from CP Manure เป็นเชื้อเพลิงให้กับรถยนต์ GR Corolla H2 Concept ในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบแบบมาราธอนที่เน้นความอึด ถึก ทน ของทั้งรถแข่ง และทีมงานต่อเนื่องยาวนาน 10 ชั่วโมงเต็ม Thailand 10 – Hour Endurance Race ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นถึงประสิทธิภาพของเชื้อเพลิงไฮโดรเจนชีวภาพภายใต้สภาวะสุดขั้ว Biohydrogen: H2 Fuel’s Performance Under Extreme Conditions ที่ยอดเยี่ยม ..
– การขยายขนาดเชิงกลยุทธ์ Strategic Expansion ของ CJPT – Asia ในปี 2569 : เพื่อขยายศักยภาพการทำงานร่วมกันนี้ ประเทศญี่ปุ่น จึงได้จัดตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้นในประเทศไทย ชื่อ Commercial Japan Partnership Technologies Asia: CJPT – Asia เพื่อดำเนินธุรกิจวางแผน และบริหารจัดการด้านเทคโนโลยียานยนต์ โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการเร่งความเป็นกลางทางคาร์บอน Carbon Neutrality ผ่านความร่วมมือของพันธมิตรผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่น เช่น โตโยต้า Toyota, อีซูซุ Isuzu, ฮีโน่ Hino, ซูซูกิ Suzuki และไดฮัทสุ Daihatsu เน้นการพัฒนา และเผยแพร่เทคโนโลยี Connected, Autonomous, Shared & Services, Electric: CASE ในภูมิภาคเอเชีย โดยมีประเทศไทย เป็นศูนย์กลาง ประกอบด้วย :-
– การบูรณาการข้อมูล Data Integration : พวกเขาใช้เทคโนโลยี “Digital Twin” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเส้นทางการขนส่ง โดยการรวมข้อมูลโลจิสติกส์ของ CP เข้ากับการจัดการพลังงานของโตโยต้า Toyota .. พวกเขา ได้รายงานว่า สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 15 % เพียงแค่จากการวางแผนเส้นทาง และการขนถ่ายสินค้าที่ดีขึ้นเท่านั้น ..
– ระบบนิเวศแบบหลายพันธมิตร Multi – Partner Ecosystem : โครงการได้ขยายออกไป โดยผนวกความร่วมมือกับบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ Siam Cement Group: SCG ซึ่งมีส่วนร่วมด้วยในด้านข้อมูลโลจิสติกส์ และความเชี่ยวชาญด้านพลังงานแสงอาทิตย์ Solar Energy และกำลังไฟฟ้าพลังน้ำ Hydropower ทำให้กลายเป็น “ศูนย์กลางหลายเส้นทาง Multi – Pathway Hub” สำหรับพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก Eastern Economic Corridor: EEC ..
4. เหตุใดการผนึกกำลังระหว่างชีวมวล และไฮโดรเจน Biomass – Hydrogen Synergy จึงสำคัญสำหรับตลาดไทย Why this Matters for the Thai Market : การผนึกกำลังด้านชีวมวล และไฮโดรเจน Biomass – Hydrogen: H2 Synergy ได้รับการคาดหมายว่า จะทำให้ต้นทุนการผลิตไฮโดรเจนลดลงได้ ซึ่งจะให้ประโยชน์ในตลาดด้านความมั่นคงทางพลังงาน Benefits for Thailand’s Energy Security อย่างน้อยใน 3 ประเด็นหลักไปพร้อมด้วย ได้แก่ :-
– ความเป็นอิสระด้านพลังงาน Energy Independence : การใช้ “ของเสียภายในประเทศ Domestic Waste” แทนการนำเข้าไฮโดรเจนเหลวราคาแพง และเชื้อเพลิงฟอสซิล Importing Expensive Liquid Hydrogen: H2 & Fossil Fuels ..
– ความสามารถในการขยายขนาด Scalability : เครือข่ายฟาร์มขนาดใหญ่ Massive Farm Network ของ CP Group ทั่วประเทศไทย คือ สุดยอดห่วงโซ่อุปทานที่พร้อมใช้งาน Top – Tier, Ready – Made Supply Chain สำหรับศูนย์กลางไฮโดรเจนรูปแบบกระจายศูนย์ Decentralized Hydrogen: H2 Hubs ..
– การลดต้นทุน Cost Reduction : ด้วย “การผลิตไฮโดรเจนในพื้นที่ ณ ฐานการผลิต Producing Hydrogen: H2 Locally at Bases” เช่นตัวอย่างฐานผลิตไฮโดรเจนชีวภาพ Biodegradable Hydrogen: H2 Production Base ในจังหวัดชลบุรี Chonburi ส่งผลให้พวกเขาสามารถลดต้นทุนสูงจากการผลิต Reduce High Production Costs และการขนส่งไฮโดรเจนในระยะทางไกล Long – Distance Hydrogen: H2 Transportation ได้เป็นอย่างดี ..
5. ข้อได้เปรียบในการแข่งขันของประเทศไทย Competitive Advantages for Thailand : สรุปได้ดังนี้ :-
– ความมั่นคงด้านวัตถุดิบ Feedstock Security : แตกต่างจากยุโรปที่มักนำเข้าชีวมวล ประเทศไทยมีแกลบข้าว Rice Husk, ฟาง Straw และชานอ้อย Bagasse อย่างเหลือเฟือภายในประเทศ ..
– โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ Existing Infrastructure : เครือข่ายท่อส่งก๊าซธรรมชาติ Natural Gas Pipeline Network ที่กว้างขวางในพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก Eastern Economic Corridor: EEC ช่วยให้สามารถทดลองทำการผสม หรือนำไปใช้งานได้ทันที ..
– ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ Strategic Partnerships : ความร่วมมือระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรมของไทย Thai Ministry of Industry กับองค์การพัฒนาพลังงานใหม่ และเทคโนโลยีอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น New Energy and Industrial Technology Development Organization: NEDO และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน Deutsche Gesellschaft für Internationale Zusammenarbeit: GIZ คือ เป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันนโยบายอุตสาหกรรมสีเขียว Green Industry ของไทย ซึ่ง NEDO และ GIZ กำลังเร่งการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่ประเทศไทยสำหรับการผลิตก๊าซไฮโดรเจน Hydrogen: H2 Gas Production และการทำให้บริสุทธิ์ด้วยเมมเบรน Membrane Purification Technology ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำคัญในการผลิตพลังงานไฮโดรเจนบริสุทธิ์ Pure Hydrogen: H2 Energy Production ..

ทั้งนี้ ภาพรวมการพัฒนาการผนึกกำลังด้านชีวมวล และไฮโดรเจน Biomass – Hydrogen: H2 Synergy ในปี 2569 ของไทยนั้น ยังพบอีกด้วยว่า เมื่อเดือนมกราคม 2569 บริษัท Elridge Energy Holdings Berhad: Elridge Energy ซึ่งเป็นบริษัทมหาชนจำกัดที่จดทะเบียนในมาเลเซีย ซึ่งมุ่งเน้นการผลิต และซื้อขายเชื้อเพลิงชีวมวล Biomass Fuel Production & Trading ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ Memorandum of Understanding: MOU ครั้งสำคัญ เพื่อจัดหาเชื้อเพลิงชีวมวล Biomass Fuel อยู่ที่ 100,000 เมตริกตัน Metric Tonnes ต่อปี ให้กับตลาดพลังงานของประเทศไทย ซึ่งบ่งชี้ถึงการขยายขนาดในห่วงโซ่อุปทานวัตถุดิบ Scale – Up in the Raw Material Supply Chain ที่จำเป็นสำหรับโครงการพลังงานชีวภาพ Bio – Energy Projects เหล่านี้ นั่นเอง ..
จนถึงวันนี้ การนำก๊าซชีวภาพ Biogas มาผลิตเป็นไฮโดรเจนชีวภาพ Biohydrogen: H2 ในประเทศไทย เพื่อใช้ในอุตสาหกรรม และขนส่ง Industry & Transportation ได้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว อย่างไรก็ตาม ประเทศไทย Thailand ยังคงเผชิญความท้าทายด้านต้นทุนการผลิตที่สูง High Production Costs, การขาดโครงสร้างพื้นฐานที่เพียงพอ Lack of Adequate Infrastructure และความจำเป็นในการพัฒนากฎหมายเพื่อรองรับ The Need for Supporting Legislation ซึ่งจะต้องมีการปรับปรุงพัฒนาต่อเนื่องต่อไป ..
การผลิตไฮโดรเจนจากชีวมวล Bio – H2 Production ด้วยโครงการนำร่อง Pilot Project ของ CP Group ที่ใช้ก๊าซชีวภาพจากกากขยะอุตสาหกรรม หรือวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร Biogas from Industrial Waste or Agricultural Waste มาผลิตเป็นไบโอไฮโดรเจนบริสุทธิ์สูง High – Purity Biohydrogen: H2 ถือเป็นเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ Strategic Goals สำคัญสำหรับการพัฒนาไฮโดรเจนชีวภาพ Development of Biohydrogen: H2 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ของไทย ภายในปี 2593 .. การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี และการสนับสนุนทางการเงินที่ชัดเจน Clear Tax Incentives & Financial Support จากนโยบายภาครัฐ คือ สิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ ทั้งนี้ เพื่อให้เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นลบสุทธิ Achieving Net Negative Emissions และการลดคาร์บอนในภาคส่วนที่ยากต่อการลดการปล่อยก๊าซ Decarbonizing Hard – to – Abate Sectors บรรลุความสำเร็จอย่างยั่งยืนได้ในที่สุดจากนี้ไป ..
คาดการณ์ตลาดการผสมผสานชีวมวล และไฮโดรเจนทั่วโลก Global Biomass – Hydrogen: H2 Synergy Market ..
ตลาดการผสมผสานชีวมวล และไฮโดรเจนทั่วโลก Global Biomass – Hydrogen: H2 Synergy Market โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลิตไบโอไฮโดรเจน Production of Biohydrogen: H2 และไฮโดรเจนผ่านกระบวนการแปรสภาพให้เป็นก๊าซของชีวมวล Hydrogen: H2 via Biomass Gasification กำลังเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยได้รับแรงผลักดันจากความต้องการเชื้อเพลิงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และปล่อยมลพิษต่ำ .. ตลาดไบโอไฮโดรเจนทั่วโลก Global Biohydrogen: H2 Market คาดว่าจะแตะระดับประมาณ 157.80 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี 2578 ด้วยอัตราการเติบโตต่อปี Compound Annual Growth Rate: CAGR หมายถึง อัตราผลตอบแทนสำหรับการลงทุนในตลาดไบโอไฮโดรเจนทั่วโลก Global Biohydrogen: H2 Market ที่เติบโตจากยอดดุลเริ่มต้นไปถึงยังยอดดุลสิ้นสุด รวมสมมติฐานว่ากำไรจะถูกนำกลับมาลงทุนหมุนเวียนใหม่ทุกสิ้นปีของช่วงอายุการลงทุน อยู่ที่ค่า CAGR 7.47 % ในช่วงระยะเลาที่คาดการณ์ ปี 2568 – 2578 .. ในขณะเดียวกัน ตลาดการแปรสภาพให้เป็นก๊าซของชีวมวลในวงกว้าง Broader Biomass Gasification Global Market ซึ่งผลิตก๊าซสังเคราะห์สำหรับไฮโดรเจน Produces Syngas for Hydrogen: H2 คาดว่าจะแตะระดับ 28.32 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี 2575 ..

อย่างไรก็ตาม ตลาดไฮโดรเจน Hydrogen: H2 Market โดยรวม ถูกครอบงำโดยกระบวนการ “สีเทา Grey” ซึ่งหมายถึง ไฮโดรเจนจากเชื้อเพลิงฟอสซิล Hydrogen: H2 from Fossil Fuels และ “สีเขียว Green” ซึ่งหมายถึงไฮโดรเจนจากการแยกน้ำด้วยไฟฟ้า Hydrogen: H2 from Water Electrolysis แต่ส่วนของไฮโดรเจนจากชีวมวล Hydrogen: H2 from Biomass กำลังสร้างช่องทางใหม่ ๆ ที่มีมูลค่าสูงเนื่องจากความสามารถในการให้พลังงานที่ลดการปล่อยคาร์บอนเป็นลบสุทธิ High – Value Niche due to its Ability to Provide Carbon – Negative Energy ผ่านพลังงานชีวภาพพร้อมการดักจับ และกักเก็บคาร์บอน Bio – Energy with Carbon Capture & Storage: BECCS ..
ทั้งนี้ โดยทั่วไปแล้ว ข้อมูลการสำรวจตลาดจากหลายสำนัก พบว่า ตลาดการผสมผสานชีวมวล และไฮโดรเจนทั่วโลก Global Biomass – Hydrogen: H2 Synergy Market จะถูกวิเคราะห์ผ่าน 2 มุมมองเป็นหลัก ได้แก่ ตลาดการแปลงให้เป็นก๊าซเชื้อเพลิงของชีวมวลโดยรวม Broader Biomass Gasification Market และภาคส่วนไบโอไฮโดรเจนโดยเฉพาะ Specific Bio – Hydrogen: H2 Sector ได้แก่ :-
– ตลาดการแปลงให้เป็นก๊าซเชื้อเพลิงของชีวมวลโดยรวม Global Biomass Gasification Market มีมูลค่า 105 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2568 และคาดว่าจะสูงขึ้นแตะ 217 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2575 ด้วยอัตราการเติบโตต่อปี อยู่ที่ค่า CAGR 7.6 % ในช่วงระยะเวลาที่คาดการณ์ ปี 2569 – 2575 ..
– ตลาดไฮโดรเจนชีวภาพทั่วโลก Global Biohydrogen Market มีมูลค่า 78.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2568 และคาดว่าจะสูงขึ้นแตะ 158 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2578 ด้วยอัตราการเติบโตต่อปี อยู่ที่ค่า CAGR 7.5 % ในช่วงระยะเวลาที่คาดการณ์ ปี 2569 – 2578 ..
– ตลาดไฮโดรเจนสีเขียวทั่วโลก Global Green Hydrogen Market มูลค่า 7.3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2568 และคาดว่าจะสูงขึ้นแตะ 45.6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2575 ด้วยอัตราการเติบโตต่อปี อยู่ที่ค่า CAGR 35.7 % ในช่วงระยะเวลาที่คาดการณ์ ปี 2569 – 2575 ..
แม้ว่า ขนาดตลาดไบโอไฮโดรเจนในปัจจุบัน Bio – Hydrogen: H2 จะเล็กกว่าตลาดไฮโดรเจนสีเขียว Green Hydrogen: H2 ที่ผลิตจากกระบวนการอิเล็กโทรไลซิส Electrolysis Process แต่ตลาดไบโอไฮโดรเจน Biohydrogen Market ก็ยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่องด้วยความเร่ง .. อัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี Compound Annual Growth Rate: CAGR ที่สูงของไฮโดรเจนสีเขียว มากกว่า 35 % ครอบคลุมแหล่งพลังงานหมุนเวียนทั้งหมด แต่การผลิต และแปลงให้เป็นก๊าซเชื้อเพลิงของชีวมวล Biomass Gasification กำลังถูกมองด้วยเช่นกันว่า พวกมันกำลังจะกลายเป็นแหล่งพลังงานพื้นฐานที่มั่นคงที่สุดสำหรับการเติบโตในตลาด Most Stable Basic Energy Source for Market Growth สู่อนาคตจากนี้ไป ..
โดยทั่วไป ภาพรวมสถานะในตลาดการผสานรวมชีวมวล และไฮโดรเจนระดับโลก Global Biomass – Hydrogen: H2 Synergy Market นั้น วัตถุดิบที่มีอยู่อย่างมากมาย Feedstock Abundance ได้แก่ เศษขยะของเหลือทางการเกษตร Agricultural Residues ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 43.1 % ในปี 2568 และขยะมูลฝอยจากชุมชนเมือง Municipal Solid Waste คือ วัตถุดิบหลัก Key Feedstocks .. การแปลงให้เป็นก๊าซของชีวมวล Biomass Gasification สามารถผลิตไฮโดรเจนชีวภาพ Biohydrogen: H2 ได้ประมาณ 100 กิโลกรัมต่อชีวมวลแห้ง Dry Biomass ปริมาณ 1 ตัน .. ทั้งนี้ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก Asia Pacific คือ พื้นที่ที่มีการเติบโตของตลาดอย่างรวดเร็วที่สุด ซึ่งเป็นผู้นำทั้งในด้านการแปลงให้เป็นก๊าซของชีวมวล Biomass Gasification และการผลิตไบโอไฮโดรเจน Biohydrogen: H2 Production ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 40.52 % ในปี 2568 ขณะที่ตลาดทั่วโลกโดยรวม Overall Global Market ยังจะคงเติบโตขึ้นได้ด้วยความเร่งอย่างต่อเนื่องต่อไปในช่วงระยะเวลาที่คาดการณ์ ..
สรุปส่งท้าย ..
การผสมผสานรวมพลังของชีวมวล และไฮโดรเจน Biomass – Hydrogen: H2 Synergy คือ แนวทาง Integrated Biorefinery หมายถึง การบูรณาการกระบวนการกลั่นชีวมวล Biomass เพื่อผลิตพลังงาน และเคมีภัณฑ์มูลค่าสูง ควบคู่กับการผลิตไฮโดรเจนชีวภาพ Biohydrogen: H2 โดยใช้ของเสียทางการเกษตร Agricultural Waste เช่น มูลไก่ Chicken Manure, เศษอาหาร Food Scraps หรือพืชพลังงาน Energy Crops มาผ่านกระบวนการหมักแบบไม่ใช้อากาศ Anaerobic Digestion รวมถึงกระบวนการแปลงให้เป็นก๊าซของชีวมวล Biomass Gasification เพื่อเปลี่ยนเป็นก๊าซชีวภาพ Biogas และไฮโดรเจน Hydrogen: H2 ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าสูงสุด และลดของเสียสู่สิ่งแวดล้อม ..
รายงานฉบับปรับปรุงล่าสุด ปี 2569 ของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ International Energy Agency: IEA และองค์การพลังงานหมุนเวียนระหว่างประเทศ International Renewable Energy Agency: IRENA เน้นย้ำว่า การทำงานร่วมกันระหว่างชีวมวล และไฮโดรเจน Synergy Between Biomass & Hydrogen: H2 ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากนักวิเคราะห์ด้านพลังงาน และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมว่า เป็นเส้นทางที่สำคัญ และถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์สุทธิ Achieving Net – Zero Emissions โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคส่วนที่ยากต่อการลดการปล่อยก๊าซ Hard – to – Abate Sectors เช่น การบิน Aviation เป็นต้น .. การผสมผสานคาร์บอนชีวภาพจากชีวมวล Biogenic Carbon from Biomass กับไฮโดรเจนสีเขียว Green Hydrogen: H2 ช่วยให้สามารถสร้างเชื้อเพลิงเหลวที่มีความหนาแน่นพลังงานสูง High – Energy – Density Liquid Fuels ซึ่งรวมไปถึงเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน Sustainable Aviation Fuel: SAF ซึ่งสามารถใช้งานร่วมกับอากาศยานในปัจจุบันได้โดยตรง และถือเป็นการแก้ไขข้อจำกัดทางเทคนิคของการใช้กำลังไฟฟ้าโดยตรงสำหรับเที่ยวบินระยะไกล ..
ภายในปี 2593 คาดการณ์ว่า การทำงานร่วมกันระหว่างชีวมวล และไฮโดรเจน Biomass – Hydrogen: H2 Synergy จะเป็น “แกนหลัก Backbone” ของเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์สุทธิ Net – Zero Circular Economy โดยสามารถลดการปล่อยคาร์บอนทั่วโลกได้ถึง 20 % ในขณะที่พันธมิตรชีวมวลไฮโดรเจน Biomass – Hydrogen: H2 Alliance จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นลบสุทธิ Net – Negative Emissions ซึ่งจำเป็นต่อการเติมเต็มช่องว่างสุดท้ายให้สำเร็จได้ในที่สุด ..
ในช่วงต้นปี 2569 นั้น ภูมิทัศน์นโยบายระดับโลก Global Policy Landscape ได้เปลี่ยนมาตรฐาน และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญไปอย่างน่าตื่นเต้นในหลายประเด็น เพื่อสนับสนุนการทำงานร่วมกันระหว่างชีวมวล และไฮโดรเจน Biomass – Hydrogen: H2 Synergy นี้ ซึ่งประกอบไปด้วย :-
– มาตรฐานการกำจัดคาร์บอนของสหภาพยุโรป EU Carbon Removal Standards : ตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นมา สหภาพยุโรป European Union: EU ได้กำหนดมาตรฐานสมัครใจฉบับแรกของโลกสำหรับ “การกำจัดคาร์บอนถาวร Permanent Carbon Removals” โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรับรองการดักจับการปล่อยก๊าซชีวภาพ Certifying Biogenic Emissions Capture: BioCCS / Bio – CCU ซึ่งทำให้โครงการไฮโดรเจนชีวภาพ Bio – H2 Projects สามารถสร้างคาร์บอนเครดิตที่มีมูลค่าสูง High – Value Carbon Credits ได้เป็นอย่างดี ..
– โมเดลรูปแบบ “การประมูลแบบย้อนกลับ Reverse AuctionModel” : ประเทศต่าง ๆ เช่น สวีเดน Sweden และสหราชอาณาจักร United Kingdom: UK ได้เปิดตัว “การประมูลแบบย้อนกลับ Reverse Auctions” มูลค่ามากกว่า 3 พันล้านยูโร สำหรับเทคโนโลยีการผลิตพลังงานจากเชื้อเพลิงชีวมวล Production of Energy from Biomass Fuels เช่น เศษไม้ Wood Scraps และพืชพลังงาน Energy Crops ควบคู่กับการดักจับ และกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ CO2 ที่ปล่อยออกมาไม่ให้กลับสู่ชั้นบรรยากาศ หรือที่เรียกว่า Bioenergy with Carbon Capture & Storage: BECCS โดยที่รัฐบาลจ่ายเงินให้กับโครงการเพื่อดักจับ และกักเก็บ Biogenic CO2 ไว้อย่างถาวร หรือนำไปใช้ประโยชน์ในภายหลัง ..
– ศูนย์กลางชีวภาพระดับภูมิภาค Regional Bio – Hubs : ความสำเร็จในประเทศไทย ในฐานะชาติเกษตรกรรมชั้นนำของโลก โดยการดำเนินงานของ PTT / CP Group กำลังถูกส่งออกไปเป็นต้นแบบสำหรับประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน Template for Other ASEAN Nations ในการใช้ของเสียทางการเกษตร Utilize Agricultural Waste เป็นแหล่งพลังงานสำรองเชิงกลยุทธ์ Strategic Energy Reserve ..
ในภาพรวมนั้น บทบาทของการทำงานร่วมกันของชีวมวล และไฮโดรเจน Role of Biomass & Hydrogen: H2 Synergy สำหรับอนาคตจากนี้ไป สรุปเป็นประเด็นสำคัญ ดังนี้ :-
– ชีวมวลเป็นแหล่งที่มา Biomass as the Source : ชีวมวล Biomass ให้คาร์บอนที่จำเป็นในการสร้างเชื้อเพลิงจากไฮโดรคาร์บอน Hydrocarbon – Based Fuels .. พลังงานชีวภาพสมัยใหม่ Modern Bioenergy คือ เสาหลักของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน Pillar of the Energy Transition โดยคาดว่าจะคิดเป็น 15 – 20 % ของความต้องการพลังงานทั้งหมด ภายในปี 2593 ..
– ไฮโดรเจนในฐานะตัวเร่ง Hydrogen: H2 as the Accelerant : ไฮโดรเจนสีเขียว Green Hydrogen: H2 ทำหน้าที่เป็น “ตัวเร่ง Accelerant” โดยเพิ่มประสิทธิภาพของการแปลงชีวมวล Boosting the Efficiency of Biomass Conversion .. กระบวนการแปลงให้เป็นก๊าซของชีวมวล Biomass Gasification นั้น คาร์บอน Carbon: 6C มักจะสูญเสียไปในรูปของ CO2 ดังนั้น การเติมไฮโดรเจนสีเขียว Green Hydrogen: H2 ในระหว่างกระบวนการ เช่น ในกระบวนการไฮโดรทรีตติ้ง Hydrotreating หรือการสังเคราะห์เชื้อเพลิงสังเคราะห์ Synthetic Fuel Synthesis จะทำให้มีการใช้คาร์บอนมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และลดปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์โดยรวม Reducing the Overall Carbon Footprint ได้อย่างยอดเยี่ยม ..
– การบรรลุเป้าหมายด้านการบินที่ปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์สุทธิ Achieving Net – Zero Aviation : ในขณะที่เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน SAF สามารถลดการปล่อยมลพิษตลอดวงจรชีวิตได้มากถึง 80 % หรือมากกว่าเมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงฟอสซิล .. เส้นทางที่เสริมด้วยไฮโดรเจน Hydrogen: H2 – Augmented Pathways เช่น Power – to – Liquid: PtL หรือ e – Fuels และเชื้อเพลิงชีวภาพขั้นสูง Advanced Biofuels ช่วยให้มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้นมาพร้อมด้วย ..
ทั้งนี้ ความจำเป็นของการผสมผสานรวมพลังของชีวมวล และไฮโดรเจน Biomass – Hydrogen: H2 Synergy ทางเทคนิค และเศรษฐกิจ Technical & Economic Necessity นั้น ได้แก่ :-
– ความเป็นไปได้ทางเทคนิค Technical Feasibility : สำหรับภาคการบิน Aviation Sector นั้น การเปลี่ยนไปใช้กำลังไฟฟ้าโดยตรง Direct Electrification มีข้อจำกัดด้านน้ำหนักของชุดแบตเตอรี่ Weight of the Battery Packs, กำลังขับ Power Output และความหนาแน่นของพลังงาน Energy Density .. เทคโนโลยีเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน Hydrogen Fuel Cell Technology หรือการเผาไหม้ในเครื่องยนต์สันดาปภายใน Combustion in Internal Combustion Engines: ICEs มีแนวโน้มที่ดีกว่า แต่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานในระยะยาว Long – Term Infrastructure Changes ดังนั้น เชื้อเพลิงชีวภาพเหลวที่เสริมด้วยไฮโดรเจนสีเขียว Liquid Biofuels Enhanced with Green Hydrogen: H2 จึงถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการลดคาร์บอนในอนาคตอันใกล้ Near – Term Future Decarbonization ..
– ความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจ Economic Viability : แม้ว่า ไฮโดรเจนสีเขียว Green Hydrogen: H2 จะมีราคาแพงอยู่ในปัจจุบัน แต่การใช้ไฮโดรเจนสีเขียว Green Hydrogen: H2 เพื่อเสริมชีวมวล Biomass ซึ่งมีปริมาณจำกัด สามารถสร้างแหล่งเชื้อเพลิงที่มีประสิทธิภาพสูง Highly Efficient, มีมูลค่าสูง High – Value และปล่อยคาร์บอนเป็นลบสุทธิ Carbon Net – Negative หรืออย่างน้อยก็เป็นกลางทางคาร์บอน Carbon Neutrality ..
– การขยายขนาด Scaling Up : การทำงานร่วมกันระหว่างชีวมวล และไฮโดรเจน Synergy Between Biomass & Hydrogen: H2 ช่วยให้สามารถใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ ทำให้การเปลี่ยนผ่านพลังงาน Energy Transition มีความเป็นไปได้ทางเทคนิคมากกว่าการเปลี่ยนระบบเชื้อเพลิงที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ทั้งหมด ..
อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพของการทำงานร่วมกันนี้ขึ้นอยู่กับการรับรองว่า ชีวมวล Biomass ได้รับการจัดหาอย่างยั่งยืน เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบเชิงลบ Avoid Negative Impacts ต่อความหลากหลายทางชีวภาพ Biodiversity และความมั่นคงทางอาหาร Food Security ..

ยิ่งไปกว่านั้น ข้อสรุปของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ International Energy Agency: IEA และองค์การพลังงานหมุนเวียนระหว่างประเทศ International Renewable Energy Agency: IRENA ชี้ว่า การบรรลุเป้าหมายศูนย์สุทธิ Reaching Net – Zero โดยปราศจากการทำงานร่วมกันระหว่างชีวมวล Biomass และไฮโดรเจน Hydrogen: H2 จะมีราคาแพงมากเกินไป Prohibitively Expensive และเป็นไปไม่ได้ทางเทคนิค Technically Impossible สำหรับภาคส่วนต่าง ๆ เช่น การบิน Aviation เป็นต้น ..
เป็นที่ชัดเจนว่า ชีวมวล Biomass คือ แหล่งที่มาของวัตถุดิบซึ่งมีอยู่อย่างมากมายจากขยะของเหลือทิ้งภาคการเกษตร และอุตสาหกรรม Abundantly Available from Agricultural & Industrial Waste ขณะที่ไฮโดรเจนชีวภาพ Biohydrogen: H2 คือ ตัวเร่งที่ทำให้การสร้างอนาคตที่ปราศจากเชื้อเพลิงฟอสซิลนั้น เป็นไปได้ Accelerant that Makes a Fossil – Free Future Feasible .. ทั้งนี้ เพื่อส่งมอบระบบพลังงานที่เชื่อถือได้ Reliable, คุ้มค่า Cost – Effective และมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด Minimal Environmental Impact ซึ่งจะส่งผลให้ความมั่นคงทางพลังงานโลก Global Energy Security ตลอดจนอนาคตที่ดีกว่า สุขภาพที่ดีกว่า ความปลอดภัยที่ดีกว่า และความมั่งคั่งที่ดีกว่า A Better, Healthier, More Secure & Moe Prosperous Future ได้รับการประกันมาพร้อมอีกด้วย อันเป็นทางเลือกที่กลายเป็นความหวังของมนุษยชาติสำหรับอนาคตของระบบพลังงานโลก Hopeful Option for the Future of Global Energy Systems ที่เหนือชั้นกว่าให้สำเร็จได้ในที่สุดจากนี้ไป ..
…………………
คอลัมน์ : Energy Key
By โลกสีฟ้า ..
สนับสนุนโดย…..บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน)

ขอบคุณเอกสารอ้างอิง :-
Synergies of Green Hydrogen & Biobased Value Chains Deployment | IEA :-
Hydrogen Production from Biomass: A Review Combined with Bibliometric Analysis | ScienceDirect :-
https://www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S0360319925012728
Synergy between Biomass & Hydrogen Increases Carbon Utilization Efficiency | Biomassafeiten :-
Biomass Energy :-
https://photos.app.goo.gl/nbevEx1cE59Jzf2X8
Hydrogen Economy 、Hydrogen as the Nature’s Fuel 、Album :-
https://goo.gl/photos/JxzFyxD8PVCeSK9k8
Energy Transition : A Significant Structural Change in an Energy System :-



















