บทเรียนราคาแพงจากขยะทะเล! เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ตะรุเตา ลาดตระเวนพบเต่าตนุเกยตื้นชายหาดช่วยกลับลงน้ำปลอดภัย แต่สุดยื้อเต่ากระติดเศษเครื่องมือประมงดับคาที่ สะท้อนวิกฤตร้ายแรงในท้องทะเล หัวหน้าอุทยานฯ สั่งยกระดับลาดตระเวนพร้อมวิงวอนเรือประมงหยุดทิ้งเศษอวน
เมื่อวันที่ 22 ส.ค.เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติตะรุเตา ปฏิบัติการเข้าช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ บริเวณอ่าวพันเตมะละกา เกาะตะรุเตา พบคะเนสัตว์ทะเล 2 ตัว ได้แก่ เต่าตนุสภาพยังมีชีวิตเนื่องจากเกยตื้น ซึ่งได้รับการช่วยเหลือปล่อยคืนสู่ทะเลเรียบร้อยแล้ว และเต่ากระเสียชีวิตจากการติดอวนจับสัตว์น้ำ
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 13.00 น. ของวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ขณะเจ้าหน้าที่ออกตรวจลาดตระเวนพื้นที่ตามปกติ บริเวณอ่าวพันเตมะละกา ได้พบเต่าตนุ (Chelonia mydas) ขนาดลำตัวกว้าง 60 เซนติเมตร ยาว 120 เซนติเมตร เกยตื้นอยู่บริเวณชายหาด ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ายังมีชีวิตและแข็งแรงดี เจ้าหน้าที่จึงได้ช่วยดันตัวกลับลงสู่ทะเลได้อย่างปลอดภัย ในเวลาเดียวกัน ได้พบเต่ากระ (Eretmochelys imbricata) ขนาดลำตัวกว้าง 35 เซนติเมตร ยาว 60 เซนติเมตร สภาพเสียชีวิตเนื่องจากติดเศษอวนเครื่องมือการทำการเกษตรหรือการประมง เจ้าหน้าที่จึงทำการบันทึกข้อมูลและนำร่างไปดำเนินการฝังกลบตามระเบียบของกรมอุทยานแห่งชาติฯ ต่อไป
.
นายสุรชัย ท่าเทศ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติตะรุเตา เปิดเผยว่า “พื้นที่อ่าวพันเตมะละกาและบริเวณโดยรอบเกาะตะรุเตาเป็นแหล่งอาศัยและหาอาหารที่สำคัญของสัตว์ทะเลหายาก การพบเต่าทะเลทั้งสองชนิดในวันเดียวกันสะท้อนถึงความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นสัญญาณเตือนถึงภัยคุกคามจากขยะทะเลและเศษเครื่องมือประมงที่ถูกทิ้งไว้ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตสัตว์ทะเลสงวนและคุ้มครอง”
เต่าตนุและเต่ากระจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 และจัดอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์ใน ปัญหาเศษเครื่องมือประมงและขยะพลาสติกในท้องทะเลถือเป็นอีกปัจจัยที่ทำลายประชากรของเต่าทะเล
.
ทั้งนี้ อุทยานแห่งชาติตะรุเตาได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจลาดตระเวนชายฝั่ง พร้อมประสานงานร่วมกับเครือข่ายชุมชนและเรือประมงในพื้นที่ เพื่อรณรงค์การจัดเก็บเศษเครื่องมือประมงและลดการสร้างขยะทะเล หากประชาชนหรือนักท่องเที่ยวพบเห็นสัตว์ทะเลหายากเกยตื้น บาดเจ็บ หรือเสียชีวิต สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติในพื้นที่ หรือสายด่วนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร. 1362 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ขอบคุณที่มา กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช



















