“ยศชนัน” ระดมสรรพกำลังฟื้นฟูน้ำท่วมน่าน ปูพรมปัว ระดมทหารกว่า 700 ลงพื้นที่ล้างโคลน สั่งตำรวจเคลียร์จราจรเร่งเปิดทาง มอบชลประทาน-โยธาฯ ลุยล้างโคลน สำรวจบ้านพังเพื่อฟื้นฟู
เข้าวันนี้ (22 สิงหาคม) ณ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดน่าน ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ เป็นประธานการประชุมสรุปสถานการณ์และติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน, นายอำเภอ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมในห้องประชุม และร่วมประชุมผ่านระบบ Video Conference
ที่ประชุมได้รับรายงานความคืบหน้าการจัดกำลังพลเข้าช่วยเหลือประชาชน โดยมีการจัดส่งทหารช่าง พร้อมเครืี่องจักร และอุปกรณ์หนักอำนวยความสะดวก จากจังหวัดพิษณุโลก จำนวน 40 นาย พร้อมด้วยกำลังพลจากมณฑลทหารบกที่ 38 จำนวน 550 นาย และมณฑลทหารบกที่ 34-35 อีก 80 นาย ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ประสานงานกับทางอำเภอปัว เพื่อกระจายกำลังพลลงพื้นที่และขยายผลการช่วยเหลือไปยังจุดอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในพื้นที่อำเภอปัว เพื่อให้เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเดินทางเข้าไปช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ประชาชนได้อย่างทันท่วงที
ในส่วนของการฟื้นฟูพื้นที่ กรมชลประทานได้จัดส่งรถบรรทุกน้ำพร้อมกำลังพล เข้าไปสนับสนุนภารกิจทำความสะอาดและฉีดล้างดินโคลนตามบ้านเรือนประชาชน ในพื้นที่ตำบลเจดีย์ชัย และบ้านร้องแง อำเภอปัว พร้อมกันนี้ รองนายกรัฐมนตรียังได้มอบหมายให้กรมโยธาธิการและผังเมืองของจังหวัด ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายของอาคารบ้านเรือนเพิ่มเติม เพื่อให้การจัดสรรความช่วยเหลือและการฟื้นฟูเป็นไปอย่างครอบคลุมในทุกมิติ

รองนายกรัฐมนตรียังได้แสดงความห่วงใยต่อสภาพจิตใจของผู้ประสบภัย โดยเฉพาะครอบครัวที่บ้านเรือนได้รับความเสียหายอย่างหนัก ซึ่งจากการลงพื้นที่สำรวจเมื่อวานนี้ได้พบเห็นสถานการณ์จริง จึงได้มอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และหน่วยงานในพื้นที่เร่งดูแลเยียวยาจิตใจควบคู่ไปกับการซ่อมแซมบ้านเรือน โดยนายอำเภอจะประสานงานกับโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว เพื่อจัดทีมบุคลากรทางการแพทย์เข้าไปประเมินและดูแลสภาพจิตใจของประชาชนอย่างใกล้ชิด
ด้านกระทรวง พม. ได้รายงานเพิ่มเติมถึงความคืบหน้าในการดูแลกลุ่มเปราะบาง ทั้งผู้สูงอายุและคนพิการ ในพื้นที่ตำบลศิลาแลง และตำบลวรนคร อำเภอปัว ว่าขณะนี้ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เข้าไปดูแลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำกับทุกหน่วยงานว่า หากสามารถเร่งฟื้นฟูบ้านเรือนและชุมชนให้กลับคืนสู่สภาพปกติได้โดยเร็ว จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้สภาพจิตใจของประชาชนฟื้นฟูกลับมาดีขึ้นตามไปด้วย



















