‘โฆษกรัฐบาล’ โต้เดือด! ลั่น ‘โกหก’ หลังถูกหาถ้าไม่ส่งเงินภาษีสรรพสามิตให้ ‘สสส. , ไทยพีบีเอส’ ทำบริษัทเหล้า-บุหรี่ ได้ประโยชน์ บอก การบิดเบือนข้อมูล ไม่ใช่หวังปกป้องสุขภาพประชาชน แต่หวังปกป้องผลประโยชน์ของกลุ่มที่เกาะกินมากว่า 20 ปี แบบที่เขาเรียกว่า “มาเฟียสาธารณสุข” ใช่หรือไม่
เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 69 นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว กล่าวถึงการบริหารจัดการเงินของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยตั้งคำถามถึงการนำเงินของกองทุนไปเก็บไว้ในรูปของเงินลงทุน ว่า
“ผมขอเริ่มด้วยการตั้งคำถามว่า…
เขาไม่เข้าใจ หรือ เข้าตั้งใจบิดเบือน ?!!!
และ ขอตั้งข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่งว่า
ทำไมข้อความลักษณะนี้ถึงถูกเผยแพร่จากหลายแหล่งด้วยใจความหลักเดียวกัน ?
คำถามแรกที่ควรตั้งให้ชัด คือ
สสส. , ไทยพีบีเอส ได้เงินจากภาษีสรรพสามิต เหล้า-บุหรี่ ที่กฏหมายเขียนไว้ให้ สรรพสามิตเก็บเงินส่งเข้า สสส. กับ ไทยพีบีเอส โดยตรง ให้เอาเงินไปใช้จ่ายได้ตามใจ
เราจะยินยอมให้องค์กรเหล่านี้ ใช้จ่ายตามอำเภอใจ และมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความโปร่งใสและผลประโยชน์ทับซ้อนต่อไปหรือ ?
อยากให้สังคมร่วมตรวจสอบ ว่า คนที่ออกมาคัดค้านเขาเคยได้รับผลประโยชน์จากเงินของ สสส. หรือ ไทยพีบีเอส หรือไม่?
ลองตรวจสอบมูลนิธิที่มีชื่อพวกเขาเหล่านั้นดูสิครับ
ลองตรวจสอบเงินวิจัยที่เขาได้รับมาสิครับ
ลองตรวจสอบเงินค่าประชาสัมพันธ์ที่พวกเขาได้สิครับ
ประเด็นที่ถูกนำมาบิดเบือน คือ ถ้าไม่ส่งเงินภาษีสรรพสามิตให้ สสส. , ไทยพีบีเอส แล้วจะทำให้บริษัทเหล้า บุหรี่ ได้ประโยชน์ !!!!
โกหก !!!….. เมื่อมีการปรับแก้ไข ก็ทำเพียงแค่ให้เงินทุกส่วนที่สรรพสามิตเก็บได้ ส่งเข้าคลังก่อน
แล้ว สสส. , ไทยพีบีเอส ก็เข้าสู่ระบบงบประมาณเหมือนหน่วยงานอื่นอย่าง สปสช. ก็อยู่ในระบบงบประมาณ
สิ่งที่อยากให้ประชาชนเรียกร้องจาก สสส. คือ ให้เปิดเผยว่า แต่ละปีจ่ายเงินให้องค์กรไหน ให้ใคร ปีละเท่าไหร่
เปิดไฟล์ออกมาแบบที่ สปสช. เปิดข้อมูลเงินที่โอนให้หน่วยบริการเลยครับ
อยากให้ประชาชนถาม ไทยพีบีเอส ว่ามีการใช้จ่ายเงินในลักษณะจ้างที่ปรึกษา จัดกิจกรรม หรือจ้างผลิตรายการให้ใคร องค์กรไหนกันบ้าง
มีการจ่ายเงินข้ามไปมาระหว่าง สสส. และ ไทยพีบีเอส อย่างไร ?
การออกมาบิดเบือนข้อมูล ไม่ใช่หวังปกป้องสุขภาพของประชาชน แต่หวังปกป้องผลประโยชน์ของกลุ่มตนที่เกาะกินมากว่า 20 ปีแบบที่เขาเรียกว่า “มาเฟียสาธารณสุข” ใช่หรือไม่???
ก่อนหน้านั้น วันเดียวกัน นพ.สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชวิทยา ภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์
“มีเรื่องด่วนที่ประชาชนทุกคนควรทราบ โดยสรุปสั้นๆ ว่า
“รัฐบาลกำลังแก้ไข พรบ. จนทำให้บริษัทบุหรี่และเหล้าไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มเข้า กองทุนสี่กองทุน ได้แก่ ThaiPBS, สสส., กองทุนผู้สูงอายุ, กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งรวมๆ เป็นเงินเกือบหมื่นล้านบาท โดยการแก้แบบนี้ประโยชน์ตกแค่บริษัทบุหรี่และเหล้า ประชาชนแทบไม่ได้ประโยชน์อะไร”
ขออธิบายยาวๆ ตามนี้นะครับ
1. ปกติบริษัทบุหรี่และเหล้าต้องจ่ายภาษีสรรพสามิตให้ประเทศมานานแล้ว จนประเทศไทยในปี พ.ศ. 2544 ริเริ่มให้มีภาษีบาปหรือภาษีสุขภาพ ก็คือ ให้บริษัทบุหรี่และเหล้าต้องจ่ายเพิ่มอีกประมาณ 2% จากภาษีสรรพสามิตที่ตนต้องจ่าย (คือภาษีสรรพสามิตก็จ่ายให้ประเทศเท่าเดิม แต่บังคับให้บริษัทต้องจ่ายเพิ่มอีก)
2. ภาษีนี้ ปัจจุบัน จะจ่ายให้สี่กองทุน ได้แก่ ThaiPBS, สสส., กองทุนผู้สูงอายุ, กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ โดยรวมๆ แล้ว สี่กองทุนนี้จะได้รวมกันหมื่นล้านบาทต่อปี
3. แต่ล่าสุด ฝั่งรัฐบาลจะออกร่างแก้ไข พรบ. ที่มีผลต่อทั้งสี่กองทุน ทำให้ ทั้งสี่กองทุน ไม่ได้ภาษีนี้ แล้วให้ทั้งสี่กองทุนได้งบประมาณจากทางรัฐบาลเอง พูดง่ายๆ คือ บริษัทบุหรี่และเหล้าไม่ต้องเสียเงินให้ประเทศหมื่นล้านบาท แต่ประเทศต้องเสียประโยชน์เพราะรัฐบาลต้องโยกงบอื่น มาให้ทั้งสี่กองทุนนี้
4. คำถามคือ ทำไปทำไม เพราะผลประโยชน์ตกกับบริษัทบุหรี่และเหล้าชัดเจน ไม่ต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนต่าง ๆ ปีละหมื่นล้าน นอกจากนี้การเก็บภาษี หรือ sin tax แบบนี้ ก็มีวิจัยมาแล้วว่าเป็นประโยชน์ต่อประเทศ ทำให้คนเจ็บป่วยและตายลดลงตาม paper นี้ https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC8173601/
5. กรณีไม่เห็นด้วยกับระบบการใช้จ่ายของแต่ละกองทุน ก็ให้แก้ไขกฎหมายวิธีการจัดการ ไม่ใช่ตัดการรับภาษีแบบนี้ออกไปจากระบบในประเทศไทยเลย เช่น ปัจจุบันบางกองทุนก็กำหนดลิมิตการรับภาษีนี้ แล้วที่เหลือส่งคืนคลัง
สุดท้ายผมจะนำเรื่องนี้ไปแจ้งในคณะกรรมการแพทยสภา เพื่อให้มีการคัดค้านให้ชัดเจน
ส่วนประชาชนคนไหนอยากช่วย ก็มาช่วยลงความเห็นคัดค้านการแก้ไข พรบ. ของทั้งสี่กองทุนนี้ ตามลิ้งก์นี้ https://www.parliament.go.th/section77/survey_list77.php โดยให้เลือก พรบ. ทั้งสี่ ตามในรูปผมนะครับ หมดเขตวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ครับ
วิธีการไม่เห็นด้วย ทำได้โดย กดเข้าไปในแต่ พรบ. แล้วเค้าจะให้ใส่เลขบัตรประชาชน ก็ใส่ไป แล้วจะมีให้ติ้ก ก็ให้ไม่เห็นด้วย ทุกอย่าง รวมทั้งต้องแสดงความเห็นว่าไม่เห็นด้วยด้วยครับ ตัวกฎหมายอาจจะอ่านเข้าใจยาก แต่หลักการคือตามผมบอกครับ



















