“อนุทิน ชาญวีรกูล” ลงพื้นที่ปราจีนบุรี ตรวจโรงพยาบาลสนาม-ศูนย์พักพิง ให้กำลังใจประชาชนและเจ้าหน้าที่ เผยน้ำท่วมแล้ว 7 อำเภอ กระทบกว่า 5.5 หมื่นครัวเรือน เสียชีวิต 9 ราย ย้ำเร่งอพยพกลุ่มเปราะบาง พร้อมเตรียมขยายศูนย์พักพิงและเร่งระบายน้ำทันทีเมื่อมีช่องทาง โดยต้องมั่นใจว่าน้ำจะไม่ไหลย้อนกลับเข้าพื้นที่เดิม
.
เวลา 15.50 น. วันที่ 4 ต.ค.ที่โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ มณฑลทหารบกที่ 12 ค่ายจักรพงษ์ อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินงานโรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ และ รพ.สนามค่ายจักรพงษ์ และลงพื้นที่ติดตามการบริหารสถานการณ์ และตรวจเยี่ยมศูนย์พักพิง อบจ.ปราจีนบุรี บริเวณสถานีขนส่งจังหวัดปราจีนบุรี อ.เมืองปราจีนบุรี โดยมี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี นายสัญญา นามี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี นายกฤษฎิ์ กษมพันธุ์ นายก อบจ.ปราจีนบุรี นายอำนาจ วิลาวัลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่
.
โดยนายอนุทิน ได้ตรวจเยี่ยมบริเวณหอผู้ป่วยใน รพ.ค่ายจักรพงษ์ และตรวจเยี่ยม รพ.สนาม พร้อมพบปะและให้กำลังใจผู้ป่วย ตลอดจนบุคลากรทางการแพทย์ และในเวลา 16.35 น. ลงพื้นที่ศูนย์พักพิง อบจ.ปราจีนบุรี โดยได้ให้กำลังใจประชาชนที่พักอาศัยในศูนย์พักพิง พร้อมทั้งขอบคุณและให้กำลังใจอาสาสมัครตลอดจนถึงเจ้าหน้าที่และแม่ครัวที่มาประกอบอาหารภายในศูนย์พักพิงฯ
.
นายอนุทิน กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ในวันนี้ทำให้เห็นว่าจังหวัดปราจีนบุรี โดยความร่วมมือกับ อบจ.ปราจีนบุรี สามารถระดมสรรพกำลังจัดตั้งศูนย์พักพิงที่มีความพร้อมให้ชาวบ้านมาอยู่ด้วยความสะดวกสบายเท่าที่เราจะหาได้ ทั้งเรื่องอาหารการกิน ที่พัก มีอาสาสมัครเข้ามาทำโรงครัว ซึ่งโรงครัวมีขนาดใหญ่ สามารถรองรับการทำอาหารบริการทั้งในศูนย์พักพิง และนำไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านในชุมชนได้
.
“การมาลงพื้นที่วันนี้ ทำให้เราเห็นได้ว่า นอกจากน้ำท่วมหนักแล้ว ในเรื่องการสนับสนุนต่าง ๆ รวมถึงเงินทดรองราชการในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ต้องครอบคลุมทั้งเรื่องการดูแลสุขภาพ การทำพื้นที่พักพิง ข้าวปลาอาหาร ซึ่งหากจะต้องขยายวงเงินเพื่อมาดูแลพี่น้องประชาชนก็ต้องขอรับการสนับสนุนไปยัง ปภ. เพื่อประสานกรมบัญชีกลางให้เพียงพอ ทั้งนี้ ทางจังหวัดปราจีนบุรีถือว่าได้เตรียมพร้อมไว้เป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง สามารถที่จะระดมทรัพยากรทั้งหลาย ทำให้การดูแลพี่น้องประชาชนมีประสิทธิภาพ แต่ยังไงก็ไม่เหมือนอยู่บ้าน แต่เราก็พยายามที่จะจัดสิ่งของที่เป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ เครื่องอุปโภคบริโภคทุกอย่าง ให้เขามีความสะดวกสบายมากที่สุด”
.
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ในส่วนของโรงพยาบาลสนาม เป็นไปตามมาตรฐานและแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งขณะนี้ก็เป็นการบริหารจัดการในช่วงภาวะวิกฤต โดยเราก็อยากให้มีความสมบูรณ์เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่อง การทำให้เกิดความสะดวกสบายต่อผู้ป่วย อย่างเวชภัณฑ์อะไรต่าง ๆ เรามีความพร้อมอยู่แล้ว ใช้แนวทางตามแผนการจัดตั้งไว้ตั้งแต่สมัยโควิด-19 แล้ว เราทำให้เขารู้สึกสบายที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งเราก็จะจัดหาเพิ่มเข้ามาในวิสัยที่เราทำได้
.
“ในเรื่องการเคลื่อนย้ายอพยพประชาชนจุดอื่น ๆ ตอนนี้ทุกที่ต้องมีบริหารจัดการโดยการเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบางออกมาก่อน ซึ่งจังหวัดปราจีนบุรีก็จะมีการเปิดศูนย์พักพิงเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเปิดหอประชุมจังหวัดหรือศาลากลาง ค่ายทหาร ก็มีความจำเป็น ต้องหาที่ที่อยู่แล้วมีความสะดวกที่สุด อากาศถ่ายเทได้ด้วย”
.
ในเรื่องการระบายน้ำ เราต้องมั่นใจว่าระบายแล้วน้ำจะไหลออกไปแหล่งน้ำและไม่ไหลย้อนกลับมายังพื้นที่ชุมชนหรือพื้นที่เดิมอีก และเนื่องจากตอนนี้เรายังไม่สามารถระบายน้ำออกไปได้ เราจึงต้องอพยพประชาชนมา แต่เมื่อถึงเวลาที่ระบายได้ จังหวัดมีความพร้อมที่จะเร่งระบายด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มีการเตรียมการไว้อยู่แล้ว และเราก็มีการประชุมติดตามกันทุกเช้า ซึ่งตอนนี้มันหนักหนาสาหัสหลายพื้นที่ ซึ่งแต่ละจังหวัดท่านผู้ว่าราชการจังหวัดก็ได้รับการสนับสนุนในทุก ๆด้าน
.
ในเรื่องการเยียวยาก็เป็นไปตามสิ่งที่เราได้ปฏิบัติมา สำหรับในพื้นที่นี้ก็ครบ 7 วัน แล้ว ก็เข้าเกณฑ์ 9,000 บาท เนื่องจากผู้ประสบภัยกลุ่มนี้เกิดขึ้นก่อน 1 ตุลาคม 69 ดังนั้น รัฐบาลก็จะเร่งสำรวจขึ้นทะเบียนและโอนเงินเยียวยาให้กับพี่น้องประชาชน
.
“แต่ถ้าเหตุที่เกิดขึ้นหลังวันที่ 1 ตุลาคม 69 เงินเยียวยาก็จะเข้าสู่กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติที่รัฐบาลได้จัดทำมาเพื่อคุ้มครอง 30 ล้านครัวเรือน ครอบคลุม 3 ภัย คือ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหวโดยเพิ่มการเยียวยาจาก 9,000 บาทตามกฎหมายเป็น 10,000 บาท ในเบื้องต้น และยังมีเรื่องของการซ่อมแซมบ้านเรือน ไม่เกิน 100,000 บาทตามจริง และกรณีมีเหตุเสียชีวิตได้รายละ 2 ล้านบาท ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลได้เตรียมการไว้เป็นการล่วงหน้าสำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ในส่วนของเจ้าหน้าที่กรณีเสียชีวิตก็มีระเบียบดูแลเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้วก็จะดูแลอย่างเต็มที่ และมีเงินช่วยเหลือตามระเบียบรวมถึงจากหน่วยต่าง ๆ อีกมากมาย” นายอนุทิน กล่าวในช่วงท้าย
.
ทั้งนี้ จากสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากในห้วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ จ.ปราจีนบุรี เกิดน้ำท่วม 7 อำเภอ ได้แก่ อ.กบินทร์บุรี อ.บ้านสร้าง อ.ประจันตคาม อ.นาดี อ.เมืองปราจีนบุรี อ.ศรีมหาโพธิ อ.ศรีมโหสถ รวม 65 ตำบล 691 หมู่บ้าน 37 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 55,286 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 9 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 4 ต.ค. 69 เวลา 07.00 น.) โดยได้ประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย/เขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจำนวน 7 อำเภอ 65 ตำบล 691 หมู่บ้าน 37 ชุมชน สำหรับพื้นที่ อ.เมืองปราจีนบุรี ได้รับผลกระทบ 13 ตำบล 142 หมู่บ้าน 17 ชุมชน 15,597 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 2 ราย จากเหตุไฟฟ้าช็อตและจมน้ำ ปัจจุบันระดับน้ำลดลง
.
ขณะที่ในภาพรวมประเทศไทย ได้รับผลกระทบรวม 27 จังหวัด 154 อำเภอ 1,209 ตำบล 8,790 หมู่บ้าน และกรุงเทพมหานคร ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,171,165 ครัวเรือน 3,262,676 คน
.
ขณะที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ระดับน้ำยังคงท่วม 30 – 40 เซนติเมตร โดยได้ลำเลียงผู้ป่วยไปรักษา ณ โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ ตั้งแต่คืนวันที่ 27 ก.ย. 69 พร้อมเปิดโรงพยาบาลสนาม รวม 3 แห่ง ได้แก่โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ อ.เมืองปราจีนบุรี โรงเรียนมารีย์วิทยากบินทร์บุรี อ.กบินทร์บุรี และโรงเรียนสุวรรณวิทยา อ.ประจันตคาม
.
นอกจากนี้ ได้จัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวในพื้นที่อำเภอต่าง ๆ รวม 111 แห่ง ประชาชนเข้าพัก 12,303 คน จัดตั้งโรงครัวพระราชทาน 2 แห่ง และโรงครัวพื้นที่อำเภอต่าง ๆ 25 แห่ง และมีการบูรณาการภาคีเครือข่ายภาคเอกชน มูลนิธิ สมาคม 42 แห่ง จัดชุดปฏิบัติการพร้อมเรือ ยานพาหนะ เข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย
.
สำหรับ “ศูนย์พักพิง อบจ.ปราจีนบุรี” บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดปราจีนบุรี ได้มีการบริหารจัดการตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ทำให้ประชาชนใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติใกล้เคียงกับการพักอาศัยอยู่ที่บ้านเรือน ทั้งด้านอาหาร น้ำดื่ม ที่พัก การรักษาพยาบาล และสิ่งของจำเป็น โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และมีบุคลากรทางการแพทย์และภาคส่วนต่าง ๆ ดูแล ตลอด 24 ชั่วโมง
.
ขณะที่ “ศูนย์พักพิง ร.2 รอ.” มีการบริหารจัดการดูแลประชาชน อย่างเต็มกำลัง พร้อมจัดชุดลาดตระเวนเคลื่อนที่ช่วยเหลือประชาชนที่ยังคงพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ มีการประกอบโรงครัวพระราชทาน การดูแลผู้ป่วย และการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ป้องกันโรคในกลุ่มประชาชนที่พักอาศัยอีกด้วย
.
ทั้งนี้ จากการคาดการณ์ลักษณะอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ช่วงวันที่ 4–7 ต.ค. 69 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยช่วงวันที่ 5–6 ต.ค. จะกระทบภาคเหนือ ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ขณะที่ช่วงวันที่ 8–13 ต.ค. ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้มีแนวโน้มฝนเพิ่มขึ้น จึงขอให้ประชาชนเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่มต่ำ รวมถึงพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่อาจได้รับผลกระทบจากการเพิ่มระบายน้ำท้ายเขื่อน ติดตามประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด เตรียมยกสิ่งของขึ้นที่สูงและพร้อมอพยพตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ หลีกเลี่ยงการเดินหรือขับรถผ่านน้ำไหลเชี่ยว และไม่อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่หรือป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรงขณะเกิดพายุฝน
.
กระทรวงมหาดไทยโดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยที่เกี่ยวข้องในลักษณะ “ข้อมูลชุดเดียว” โดยให้สำคัญกับการแจ้งเตือนสถานการณ์ควบคู่การสร้างการรับรู้แนวทางปฏิบัติตนให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง และมีเจ้าหน้าที่ประสานแจ้งเหตุสายด่วนนิรภัย 1784 พร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว โดยบูรณาการทุกภาคส่วนปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง



















