“ศิริโชค” สวนรัฐบาล ปมถูกหาว่า “หาแสง” ลั่นสอบตกเลือกตั้งแต่ไม่ตกเรื่องตรวจสอบเส้นทางเงิน จี้ตอบข้อเท็จจริงปม Maxbit

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img
“ศิริโชค” โพสต์โต้กรณีนายอนุทินและนายพิพัฒน์กล่าวพาดพิงเรื่องสอบตกเลือกตั้งและหาแสง ยืนยันการตรวจสอบมุ่งไปที่ข้อมูลผู้ถือหุ้น Maxbit และธุรกรรมที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ Shuffle.com พร้อมระบุว่า บริษัทชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการว่าพบธุรกรรมโอนตรงไปยังที่อยู่รับเงินของเว็บไซต์ดังกล่าวอย่างน้อย 3 ที่อยู่ ย้ำยังไม่ได้กล่าวหาว่าบุคคลใดกระทำผิด และเรียกร้องให้ตอบคำถามด้วยข้อเท็จจริง

เมื่อวันที่ 23 ต.ค. นายศิริโชค โสภา อดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก กรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวพาดพิงว่าเจ้าตัวสอบตกเลือกตั้งหลายครั้งและต้องการหาแสง โดยนายศิริโชคตั้งคำถามว่า เหตุใดบุคคลในรัฐบาลจึงให้ความสนใจกับคนที่ไม่มีตำแหน่งและอำนาจอย่างตน พร้อมขอให้นายพิพัฒน์ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้รอบคอบก่อนให้สัมภาษณ์

นายศิริโชคระบุว่า สิ่งที่ตนเปิดเผยเป็นข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัท Maxbit และเส้นทางธุรกรรมที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ Shuffle.com ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องการให้ตรวจสอบ ไม่ได้กล่าวหาว่านายพิพัฒน์หรือลูกชายกระทำความผิด แต่กลับถูกตอบโต้ด้วยเรื่องส่วนตัวและผลการเลือกตั้ง

อดีต สส.สงขลา ระบุว่า การตรวจสอบเริ่มจากเส้นทางธุรกรรมที่เชื่อมโยงกับ Bitkub ซึ่งมีมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ก่อนขยายไปยังผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลรายอื่นจนถึง Maxbit โดยอ้างว่า Maxbit ได้ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการว่า พบธุรกรรมโอนตรงจากระบบรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลของบริษัทไปยังที่อยู่รับเงินของเว็บไซต์ Shuffle.com อย่างน้อย 3 ที่อยู่ มูลค่าไม่น้อยกว่า 200,000 บาท

นายศิริโชคตั้งคำถามว่า หากข้อมูลไม่มีมูล เหตุใดคณะกรรมาธิการจึงเชิญ Maxbit มาชี้แจง พร้อมย้ำว่าการนำข้อมูลมาเปิดเผยเป็นการตรวจสอบเส้นทางเงิน ไม่ใช่การหาแสง และตนไม่มีปัญหาส่วนตัวกับครอบครัวนายพิพัฒน์ โดยยืนยันว่าจะตรวจสอบตามเส้นทางธุรกรรมและนำข้อมูลที่พบมาแจ้งให้ประชาชนทราบ

นายศิริโชคยังกล่าวว่า การเป็นผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตจากรัฐ ไม่ได้หมายความว่าทุกธุรกรรมจะได้รับการยกเว้นจากการตรวจสอบ ขณะเดียวกัน การมีชื่อบุคคลอยู่ในโครงสร้างผู้ถือหุ้นก็ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นกระทำผิด และย้ำว่าการตรวจสอบข้อมูลไม่ใช่การตัดสินความผิดของผู้ใดล่วงหน้า

นอกจากนี้ นายศิริโชคเรียกร้องให้นายพิพัฒน์หยุดพาดพิงหรือด้อยค่าผู้อื่นด้วยผลการเลือกตั้ง และหันมาตอบคำถามด้วยข้อเท็จจริง โดยระบุว่าการที่อีกฝ่ายไม่ทราบแหล่งที่มาของข้อมูล ไม่ได้หมายความว่าผู้เปิดเผยข้อมูลไม่มีหลักฐาน

นายศิริโชคทิ้งท้ายว่า “ผมสอบตกเลือกตั้ง แต่ไม่ได้สอบตกเรื่องตรวจสอบเส้นทางเงิน” พร้อมตั้งคำถามว่า เหตุใดผู้มีอำนาจจึงแสดงท่าทีตอบโต้ หลังตนนำข้อมูลเส้นทางเงินมาเปิดเผย

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img