วันพุธ, ตุลาคม 27, 2021
หน้าแรกCOLUMNISTS“สายพันธุ์เดลต้า”ระบาดรุนแรงแน่ “ผู้นำ”ต้องเตรียมแผนรับมือด่วน!!
- Advertisment -spot_imgspot_img

“สายพันธุ์เดลต้า”ระบาดรุนแรงแน่ “ผู้นำ”ต้องเตรียมแผนรับมือด่วน!!

“ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” หรือ “โมเดลภูเก็ตเปิดเมือง” 1 ก.ค.64 ตามนโยบายเปิดประเทศภายใน 120 วัน หลังวางมาตรการป้องกันเตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ และเป็นการซ้อมใหญ่ให้ชาวภูเก็ตเข้าใจบริบทการท่องเที่ยวแบบใหม่

ต้องยอมรับว่าผู้ประกอบการเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในจ.ภูเก็ต ในรอบ 14 เดือน มีรายได้เป็นศูนย์ ดังนั้นย่อมต้องการให้รีบเปิดเมือง เพื่อหารายได้หล่อเลี้ยงชีวิต หากเปิดเมืองแล้วพบการติดเชื้อเกิน 90 คนใน 1 สัปดาห์ อาจชะงักการเปิดเมืองเอาไว้ 

ณ วันที่ 30 มิ.ย. 64 จ.ภูเก็ตมียอดผู้ป่วยสะสม 728 คน ซึ่งหายป่วยกลับบ้านแล้ว 687 คน ยังคงรักษาตัวในโรงพยาบาล 42 คน สถานการณ์ไม่น่าเป็นห่วงเหมือนในกรุงเทพและปริมณฑล ที่ “ศบค.” ออกมาตรการเข้มข้นขึ้น  

ในรอบ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ตัวเลขผู้ติดเชื้อในแต่ละวันไม่ลดลง และในช่วงสิ้นเดือนทำสถิติผู้เสียชีวิตสูงสุดด้วย ส่งสัญญาณชัดเจนกำลังเข้าสู่การระบาดระลอกใหม่

บนสถานการณ์ทัพหน้า “สาธารณสุข” เหนื่อยล้า ทำงานชนิดไม่มีวันหยุด และต้องทำงานล่วงเวลา โดยเฉพาะไปเสริมทัพที่เตียงสนาม ระบบสาธารณสุขในกรุงเทพและปริมณฑลใกล้จะแตก 

“ตอนนี้ปัญหาเกิดจากแคมป์ก่อสร้างติดเชื้อมาก จนระบบสาธารณสุขจะรับไม่ได้” “บิ๊กป๊อก-พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา” รมว.มหาดไทย ยอมรับตรงๆ ถึงสาเหตุต้องปิดแคมป์ก่อสร้างทุกแห่ง ทุกซับคอนแทรค โรงงานให้อยู่ภายใต้บับเบิ้ลแอนด์ซีล (Bubble and Seal)

นับจากนี้คนไทยถึงเวลาต้องตั้งหลักให้มั่นและเตรียมพร้อม เพราะแรงงานจำนวนมากแตกรังจากกรุงเทพฯและปริมณฑลกลับสู่ภูมิลำเนา แม้กระทรวงมหาดไทยได้กำชับกำชากำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครประจำหมู่บ้าน (อสม.) เข้มงวด แรงงานกลับบ้านต้องถูกกักตัวที่บ้าน 14 วัน เพื่อไม่ให้เกิดการระบาดของเชื้อ 

แต่มีกลไกบางจุดที่เริ่ม “เกลียวหวาน น็อตหลวม” ประมาณ 50% หลังการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นผ่านพ้นไป นั่นหมายความว่า ถ้าระดับควบคุมนโยบายไม่รู้ว่ากลไกจุดนี้ชำรุด และรีบ “ขันน็อตเปลี่ยนเกลียว” ก่อนที่ระบบสาธารณสุขจะเกิดหายนะตามมา

แม้ “กรมการแพทย์” เปิดให้กลุ่มผู้ป่วยที่ติดเชื้อ อายุไม่เกิน 60 ไม่แสดงอาการ และมีสุขภาพแข็งแรง หรือกลุ่มผู้ป่วยสีเขียว สามารถกักตัวรักษาได้ที่บ้าน ภายใต้ทีมแพทย์ พยาบาลดูแล เพื่อเปิดพื้นที่ให้โรงพยาบาลสนามในกรุงเทพและปริมณฑลบริหารจัดการเตียงให้กับผู้ป่วยที่มีอาการหนักได้ 

แต่สัญญาณการเกิดระบาดระลอกใหม่กำลังตามมา โดย “นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์” อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดข้อมูลการเฝ้าระวังการกลายพันธุ์เชื้อโควิดในไทย โดยสุ่มตรวจผู้ติดเชื้อตั้งแต่เดือนเม.ย.-27 มิ.ย.64 พบเป็นสายพันธุ์อัลฟ่า (อังกฤษ) 7,859 ราย หรือ 86.31% / เดลต้า (อินเดีย) 1,120 ราย หรือ 12.30% / เบต้า (แอฟริกาใต้) 127 ราย หรือ 1.39% 

ภาพรวมสายพันธุ์เดลต้าในภูมิภาคมีสัดส่วน 5% ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ใน กทม. 30% คาดอีก 2-3 เดือนสายพันธุ์เดลต้าในกทม.อาจมากกว่าสายพันธุ์อัลฟ่า 

สายพันธุ์เดลต้าทำให้เกิดการระบาดง่ายขึ้น และควบคุมยากขึ้น 

แค่สายพันธุ์อัลฟ่าสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิดตอนนี้ นับวันยังขยายวงกว้าง ขนาดสามี-ภรรยาฉีดวัคซีนครบโดส ยังติดซ้ำยกครัว และมาตรการกึ่งล็อกดาวน์ซ้ำเติมกิจกรรมเศรษฐกิจ 

ก่อนที่สถานการณ์โควิดรุนแรงเกินคาด สายพันธุ์เดลต้าระบาดขึ้นแท่นแทนสายพันธุ์อัลฟ่า “ราษฎรเต็มขั้น” ขอเสนอให้รัฐบาลรีบวางภาพอนาคต เอาทางเลือกแก้วิกฤติรุนแรงไว้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อสามารถปรับปรุงแผนและเลือกแผนที่เตรียมไว้รับมือวิกฤติรุนแรงได้ทันท่วงที 

ไม่เช่นนั้นวิกฤติโควิดที่รุนแรงระลอกใหม่ จะซ้ำเติมกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้จมดิ่งลงไปอีก  

วันนี้วิกฤติสังคมกำลังก่อตัวรุนแรง วิกฤติการเมืองร้อนแรงย่อมทะลุปรอทตามมานะครับ

…………………………………………
คอลัมน์: ไขกุญแจ-ไขแหลก
โดย “ราษฎรเต็มขั้น”

spot_imgspot_img
- Advertisment -
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -

Featured

- Advertisment -
- Advertisment -
Advertismentspot_imgspot_img