วันจันทร์, พฤษภาคม 6, 2024
หน้าแรกNEWS“ปชป.”จัดทัพสู้ศึกสนามเมืองกรุง ตั้ง“ดร.เอ้-มาดามเดียร์”ร่วมขับเคลื่อนนโยบาย
- Advertisment -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“ปชป.”จัดทัพสู้ศึกสนามเมืองกรุง ตั้ง“ดร.เอ้-มาดามเดียร์”ร่วมขับเคลื่อนนโยบาย

“ปชป.” ตั้ง “ดร.เอ้-มาดามเดียร์” นั่งคณะทำงานขับเคลื่อนนโยบาย – นวัตกรรม สู้ศึกสนามกทม. “องอาจ” ชี้เร็วเกินไปตั้งเป้ากวาดเก้าอี้ส.ส.

วันที่ 10 ต.ค.65 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรค ดูแลกรุงเทพมหานคร(กทม.) แถลงข่าวแต่งตั้งนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (ดร.เอ้) เป็นประธานคณะทำงานนโยบายกทม. และน.ส.วทันยา บุนนาค (มาดามเดียร์) เป็นประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมืองกทม. โดยนายองอาจ แถลงว่า 3ส่วนสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ประกอบด้วย หนึ่ง ส่วนยุทธศาสตร์เลือกตั้ง โดยการเลือกตั้งส.ส.ครั้งที่จะถึงนี้ กทม. มี33 เขต ดังนั้นการกำหนดยุทธศาสตร์จึงเป็นหัวใจสำคัญ สอง ส่วนนโยบาย พรรคจะมีเป็นโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน สอดคล้องกับนโยบายระดับประเทศ และสาม ส่วนของตัวผู้สมัครส.ส. ที่ผ่านมาเตรียมการไว้จำนวนหนึ่งแล้ว โดยมีทั้งอดีตส.ส. และคนรุ่นใหม่ ครึ่งต่อครึ่ง อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การเลือกตั้งมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ประชาชน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ในฐานะหัวหน้าพรรค ลงนามแต่งตั้งนายสุชัชวีร์ให้เป็นประธานคณะทำงานนโยบายกทม. และแต่งตั้ง น.ส.วทันยา เป็นประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง

ด้านนายสุชัชวีร์ กล่าวว่า ปัญหากทม. เป้นปัญหารากลึก เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง จึงจำเป็นต้องผลักดันเป็นนโยบาย เป็นภาพใหญ่ ทั้งนี้ เหตุผลที่ต้องเลือกพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งครั้งหน้า เพราะพรรคได้จัดทำนโยบายด้วยวามตั้งใจ ทั้งยังเป็นนโยบายที่ทำได้จริง มีความทันสมัย รองรับปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ไม่ต้องกลับมาแก้ไขซ้ำซาก นโยบายของพรรคที่จะเกิดขึ้นจะต้องเป็นนโยบายจากประชาชน มีประชาชนเป็นตัวตั้ง พรรคจะลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นจากประชาชน เพื่อสกัดเป็นนโยบายของพรรคต่อไป

ขณะที่ น.ส.วทันยา กล่าวว่า นวัตกรรมในการเมืองมีความหมายว่าการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยพรรคจะยึดโยงกับภาคประชาชน รวมถึงการพลังคิดสร้างสรรค์ กล้าคิดนอกกรอบ ไม่ยึดติดสิ่งเดิม ที่สำคัญ คือการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคต เหมือนที่เคยกล่าวไว้เมื่อตอนเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกพรรคว่าจะเข้ามาเป็จุดเชื่อมช่วงวัยของสองรุ่น
เมื่อถามถึงขอบเขตการทำงานของคณะทำงานทั้งสองชุด นายองอาจ ชี้แจงว่า คณะทำงานทั้งสองชุดจะทำนโยบายของกทม.ทั้งหมดซึ่งทำมาระยะหนึ่งแล้ว อีกส่วนคือรับฟังความคิดเห็นจากนักวิชาการและผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งจะกลายเป็นนโยบายของพรรคต่อไป เพื่อตอบโจทย์และแก้ไขปัญหาของประชาชน

เมื่อถามถึงความพร้อมตัวผู้สมัครส.ส.กทม. ใน 33 เขต นายองอาจ กล่าวว่า ต้องรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)แบ่งเขตออกมาเสียก่อน และทันทีที่แบ่งเขตเรียบร้อยพรรคก็พร้อมประกาศตัวผู้สมัครส.ส. โดยขณะนี้พรรคมีผู้เสนอตัวมากกว่า 33 คน 33 เขต ซึ่งจะต้องพิจารณาบุคคลให้เหมาะสมกับเขตเลือกตั้งให้มากที่สุด

เมื่อถามว่าขณะนี้ทางพรรคได้ชักชวนคนอื่นๆมาเป็นผู้สมัครส.ส.กทม. หรือไม่ นายองอาจ กล่าวว่า พรรคไม่มีนโยบายที่จะไปจีบใครหรืออ้อนวอนใครให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่เราจะถือเอาเจตจำนงเป็นที่ตั้ง ต้องแสดงเจตจำนง แสดงความประสงค์

เมื่อถามถึงความมั่นใจที่จะได้ส.ส.กลับคืนมาในพื้นที่กทม. นายองอาจ กล่าวว่า การเลือกตั้งกทม.จะแตกต่างจากหลายภาค กทม.มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วตลอดเวลา ดังนั้น จึงเร็วเกินไปที่จะพูดถึงตัวเลขส.ส.ในกทม. วันนี้เป็นเพียงวันเริ่มต้นในกานำเสนอสิ่งที่จะพัฒนาก้าวหน้าแก่ประชาชนภายหลังจากที่เราได้ทำงานมาระยะหนึ่งแล้ว เราได้บุคลากรที่มีคุณภาพ จึงเชื่อมั่นว่าจากการเปลี่ยนแปลง เราจะสามารถประสบความสำเร็จได้

เมื่อถามย้ำว่านายนิพนธ์ บุญญามณี ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้ง ประเมินจะได้ส.ส.กทม. 7-8 ที่นั่ง นายองอาจ กล่าวว่า เป็นการประเมินโดยทั่วไป แต่สำหรับตนเห็นว่า กทม.มีลักษณะพิเศษเฉพาะ จึงเร็วเกินไปที่จะประเมิน

- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_imgspot_img

Featured

- Advertisment -spot_img
Advertismentspot_imgspot_img
spot_imgspot_img