วันเสาร์, กันยายน 25, 2021
หน้าแรกHighlight‘สธ.’ชี้‘ล็อคดาวน์รอบนี้’คนอยู่บ้านน้อย สถานการณ์ช่วงนี้หนักที่สุดเท่าที่เผชิญ
- Advertisment -spot_imgspot_img

‘สธ.’ชี้‘ล็อคดาวน์รอบนี้’คนอยู่บ้านน้อย สถานการณ์ช่วงนี้หนักที่สุดเท่าที่เผชิญ

“ผู้ตรวจ สธ.” ย้ำชัดๆ สถานการณ์ขณะนี้เป็นช่วงหนักที่สุดเท่าที่เผชิญมา เชื้อระบาดกระจายไปทั่วประเทศ เผย “ล็อคดาวน์” รอบนี้ คนอยู่บ้านน้อย แม้ไปทำงานน้อยลง แต่ยังออกไปซื้อของในซุปเปอร์มาร์เก็ตเพิ่มขึ้น วอนออกจากบ้านให้น้อยที่สุด เท่าที่จำเป็นเท่านั้น ถ้าทุกฝ่ายร่วมมือ จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น

เมื่อวันที่ 28 ก.ค.64 นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 5 กล่าวถึงมาตรการล็อคดาวน์ผ่านระบบ webex ว่า รอบนี้คนอยู่บ้านเพิ่มขึ้นแค่นิดเดียว ถ้าเทียบกับเมื่อปีก่อนหลังประกาศล็อคดาวน์คนอยู่บ้านมากขึ้น 20% แต่ปัจจุบันคนอยู่บ้านเพิ่มขึ้นไม่ถึง 10% ยังไม่ถึงกับดูดีมากนัก แม้ว่าคนอาจจะออกไปทำงานน้อยลง แต่ยังมีการออกไปทำกิจกรรมอย่างอื่นนอกบ้าน เช่น ซื้อของในซุปเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ในภาพรวมล็อคดาวน์ขณะนี้คือ มีหลายสถานที่มีคนออกมาน้อยลง แต่บางสถานที่คนออกมามากขึ้น เพราะฉะนั้นต้องรอดูว่าสถานการณ์ของโรคจะดีขึ้นมากน้อยแค่ไหน

นพ.ธนรักษ์ กล่าวต่อว่า เท่าที่สังเกต คนกังวลเกี่ยวกับการติดเชื้อ แต่เป็นความกังวลแบบถ้าไม่ใกล้ตัวจริงๆ ก็ไม่กลัว หรือไม่กลายเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจริงๆ อาจจะไม่กังวลมากนัก ยังใช้ชีวิตปกติ แต่เมื่อเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ต้องกักตัวที่บ้าน จะเริ่มกังวลมากขึ้น โดยสิ่งที่กังวลส่วนใหญ่คือ ถ้าติดเชื้อจริง จะต้องอยู่รพ.สนาม หรือรักษาตัวเองที่บ้าน หรือจะมีรพ.รองรับหรือไม่ ตอนนี้ทุกคนรู้สถานการณ์ดีว่า การดูแลรักษาผู้ป่วยนั้น รพ.ค่อนข้างตึง เตียงรพ.ยังพอสามารถหาได้ แต่หาไม่ได้ง่ายหนัก อาจต้องใช้เวลาพอสมควร ขณะนี้ภาครัฐพยายามอย่างมากในการที่จะจำกัดการออกนอกบ้านให้น้อยลง ด้วยการสร้างเงื่อนไขต่างๆ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด แต่สุดท้ายจะปลอดภัยหรือไม่ ขึ้นกับตัวเราเอง ต้องพยายามออกจากบ้านน้อยที่สุด ออกจากบ้านเท่าที่จำเป็น ออกจากบ้านทุกครั้งต้องระวังตัวเองสูงสุด ต้องไม่พูดคุยกับใครที่ไม่ใส่หน้ากาก และไม่รับประทานอาหารร่วมกัน ถ้าปฏิบัติตัวถูกต้องเหมาะสมก็จะปลอดภัย

“สถานการณ์ขณะนี้เป็นช่วงหนักที่สุดเท่าที่เผชิญมา สถานการณ์ตอนนี้กระจายทั่วประเทศ ถ้าทุกฝ่ายเข้าใจสถานการณ์ ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชน หันหน้าเข้าหากันเพื่อหาทางออกประเทศ รวมถึงการให้วัคซีนได้เร็วพอควร และกว้างขวาง จะมีผู้ป่วยนอนรพ.น้อยลง ต้องการไอซียูน้อยลง คนเสียชีวิตน้อยลง อีกไม่กี่เดือนก็จะค่อยๆ ดีขึ้น ถ้าทุกฝ่ายให้ความร่วมมือ สถานการณ์ก็จะดีขึ้น ถ้าทุกฝ่ายให้ความร่วมมือมาก ก็จะดีขึ้นเร็ว”นพ.ธนรักษ์กล่าว

spot_imgspot_img
- Advertisment -
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -

Featured

- Advertisment -
- Advertisment -
Advertismentspot_imgspot_img