วันเสาร์, เมษายน 27, 2024
หน้าแรกHighlight“บิ๊กตู่”ยัน“สธ.”มีความมั่นคงทางสาธารณสุข ยาและเวชภัณฑ์เพียงพอ  
- Advertisment -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“บิ๊กตู่”ยัน“สธ.”มีความมั่นคงทางสาธารณสุข ยาและเวชภัณฑ์เพียงพอ  

โฆษกรัฐบาลเผย “นายกฯ” แนะนำฉีดวัคซีนชนิดใดก็ได้เป็นวัคซีนเข็มกระตุ้น/เข็มที่ 4 เนื่องจากมีประสิทธิภาพในการป้องกันโควิด-19 ลดการป่วยหนักและเสียชีวิตได้ไม่ต่างกัน สธ. ยืนยันสำรองยาและเวชภัณฑ์เพียงพอ พร้อมเสริมความมั่นคงทางสาธารณสุข

เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 65 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  เผย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แนะนำให้ประชาชนที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น และกลุ่มเสี่ยง 608 ให้เข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น/เข็มที่ 4 โดยจะฉีดวัคซีนชนิดใดก็ได้ ทั้ง แอสตร้าเซเนก้า ไฟเซอร์ หรือโมเดอร์นา เนื่องจากมีรายงานว่า ประสิทธิผลในการป้องกันการติดเชื้อจากสายพันธุ์โอมิครอนได้สูงถึง ร้อยละ 73 ร้อยละ 71 และร้อยละ 71 ตามลำดับ ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า

เมื่อเทียบกับผู้ได้รับวัคซีนเพียง 3 เข็ม ซึ่งวัคซีนทั้งสองชนิดไม่ว่าจะเป็นชนิด mRNA หรือ Virus Vector  ก็มีประสิทธิผลในการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ไม่ต่างกัน อย่างไรก็ตาม ผู้ได้รับวัคซีนครบ 3 เข็มจะช่วยป้องกันอาการรุนแรงและการเสียชีวิตจากสายพันธุ์โอมิครอนได้สูงถึง ร้อยละ 96 ในกลุ่มอายุ 18-59 ปี และ ร้อยละ 97 ในกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป ดังนั้น ประชาชนทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และกลุ่ม 608 จึงควรให้ความสำคัญในการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นให้ได้ตามเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดมากที่สุด เพื่อให้เกิดความปลอดภัย ลดความเสี่ยงต่อการป่วยหนักและลดการเสียชีวิต

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้รับการยืนยันจากกระทรวงสาธารณสุขว่า ยาและเวชภัณฑ์ที่ใช้สำหรับการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 มีเพียงพอ โดยล่าสุดสถานการณ์ยาคงเหลือ ณ วันที่ 2 ก.ค. 2565 พบว่า ยา Favipiravir 200 mg คงเหลือ7,196,268 เม็ด ยา Molnupiravir 200 mg  คงเหลือ 4,092,423 เม็ด และยา Remdesivir 100 mg คงเหลือ 38,691 vial ล่าสุดคณะรัฐมนตรียังได้อนุมัติโครงการจัดหายารักษาผู้ป่วยโควิด-19 ระยะเวลาดำเนินงาน 3 เดือน (ก.ค. -ก.ย. 65) ในการจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ (ของใหม่) ได้แก่ Favipiravia/Molnupiravia เฉลี่ย 27 ล้านเม็ด/เดือน และ Remdesivir จำนวน 57,000 vial/เดือน รวมทั้งเป็นการแบ่งค้างชำระสำหรับ Favipiravia/Molnupiravia 165 ล้านเม็ด และค่าชุดตรวจ ATK จำนวน 1 ล้านชุด อีกด้วย เพื่อเสริมความมั่นคงทางสาธารณสุข เพิ่มความมั่นใจในประสิทธิภาพการรักษาโควิด-19 ให้กับประชาชน

- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_imgspot_img

Featured

- Advertisment -spot_img
Advertismentspot_imgspot_img
spot_imgspot_img